ข้อความต้นฉบับในหน้า
เคารพแบบพ่อกับลูก ยกตัวอย่าง เราเป็นผู้ใหญ่แต่งงานมี
ครอบครัวแล้ว คุณพ่อคุณแม่เตือน เราเคารพท่าน เราก็ทำ
ตาม ถ้าเราไม่เคารพ เราก็ไม่ทำตาม อย่างมากท่านก็ถอนใจ
บอกว่าโตๆ กันแล้ว ก็ไปรับผิดชอบกันเองก็แล้วกัน
พระอุปัชฌาย์บวชให้พระใหม่ใน ๕ พรรษาแรก
ท่านก็ให้การอบรม ต่อไปเขาไปสร้างวัดเอง ถ้าเขาเคารพ
สมเด็จพระสังฆราช
กรรมการมหาเถรสมาคม ๒๐ รูป
เจ้าคณะใหญ่
มหานิกาย ๔ ๔ รูป
ธรรมยุต ๑ รูป
เจ้าคณะภาค
มหานิกาย ๑๘ รูป
ธรรมยุต ๘ รูป
เจ้าคณะจังหวัด
มหานิกาย ๗๖ รูป
ธรรมยุต ๔๘ รูป
เขาก็มาปรึกษา ถ้าไม่ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”
ในกรณีที่มีความเห็นไม่ลงรอยกันหรือขัดแย้งกันใน
ระหว่างสงฆ์นั้น ท่านได้อธิบายไว้ว่า.....
“พระสงฆ์ปกครองด้วยความเคารพ ถ้าเห็นดีด้วยก็
ตกลง แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่ค้าน เราก็ทำในส่วนที่เราทำได้
เหมือนพ่อเตือนลูก ถ้าลูกดื้อไม่ทำตามพ่อก็เตือน แต่ไม่ถึง
กับตัดพ่อตัดลูก การขัดกันในการทำงานถ้าเป็นการขัดกัน
ในความเห็นทั่วๆ ไป ไม่ขัดกันในเรื่องวินัยสงฆ์ก็ไม่ผิดอะไร”
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าหลักในการปกครองทางสงฆ์ จะ
เอาการปกครองแบบทางโลกมาใช้ไม่ได้ พระสงฆ์สามารถ
ปกครองพระสงฆ์ด้วยกันเองได้ อย่างที่ได้กล่าวมาแต่ต้นว่า
พระพุทธศาสนาไม่เคยสร้างสรรค์ด้วยอำนาจหรือกฎหมาย
บ้านเมืองใดๆ เพราะพระพุทธศาสนาย่อมสามารถรุ่งเรือง
ด้วยตัวศาสนาเองด้วยพระธรรมวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าทรงบัญญัติไว้
การจัดการการปกครองคณะสงฆ์ในปัจจุบัน
อำนาจในการสั่งการและวินิจฉัยของสงฆ์ โดยดูได้จาก
จำนวนวัด ๓๐,๐๐๐ วัดทั่วประเทศ อำนาจในการสั่งการ
และวินิจฉัยตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕
เจ้าคณะอำเภอ
มหานิกาย ๖๘๓ รูป
ธรรมยุต ๑๖๓ รูป
เจ้าคณะตำาบล
มหานิกาย ๕,๐๕๐ รูป
ธรรมยุต ๓๙๕ รูป
เจ้าอาวาส
มหานิกาย ๒๗,๗๗๒ รูป
ธรรมยุต ๑,๓๗๒ รูป
พระภิกษุ-สามเณร
ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ รูป
พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช
และสมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่ง “สกลมหาสังฆ
ปริณายก” ทรงบัญชาการคณะสงฆ์ และมีอำนาจในการตรา
พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชโดยที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อ
กฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม
๔๖ | กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒