ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทราบว่า การทำบุญบริจาคทานในบวรพระพุทธศาสนานั้น
หากผู้ใด ได้มีโอกาสถวายอาหารบิณฑบาตแก่ท่านผู้ออก
นิโรธสมาบัติใหม่ๆ อานิสงส์ย่อมจะมีมากสุดที่จะพรรณนา
แล้วจึงชวนนางสุชาดาเทพนารี พระมเหสีเสด็จลงมายัง
มนุษยโลกเรานี้โดยเร็ว พร้อมกับโภชนาอาหารทิพย์ และ
เนรมิตตนเป็นคนชราสองผัวเมีย มีอาชีพเป็นช่างทอ
ทําการทอผ้าอยู่ที่กระท่อมเก่าคร่ำคร่าอันตั้งอยู่ที่ถนนต้นทาง
ซึ่งพระมหาเถรเจ้าจะต้องผ่านมา ฝ่ายพระมหากัสสปเถร
เจ้าเมื่อเดินมาถึงและตั้งใจว่าจะโปรดคนยากไร้ ได้เห็นท่าน
ผู้เฒ่าสองผัวเมีย กำลังทอผ้าวุ่นอยู่ ก็ให้นึกกรุณาว่า ตา
ยายสองคนผัวเมียนี่น่าสงสารยิ่งนัก ลูกหลานคงทิ้งไปไม่
ใส่ใจดูแลจึงต้องทำมาหากินใส่ปากใส่ท้องตัวเอง เราจัก
ทำการสงเคราะห์ให้พ้นจากความยากจนในวันนี้ แม้ว่าจะ
ได้ข้าวต้มเพียงกระบวย ข้าวสวยเพียงทัพพีหนึ่งก็ตาม เมื่อ
พระอินทรเทวาธิราชเห็นเช่นนั้นก็ทรงแสดงอาการกิริยาอัน
สั่นเทางกเงิน ตามประสาคนชราหนักขึ้นไปอีก และทำที่
เป็นทอผ้าเฉยอยู่ จนพระเถรเจ้าเดินมาหยุดอยู่ที่ประตู
กระท่อม เมื่อตาเฒ่าสองผัวเมียเห็นพระมหากัสสปเถรเจ้า
ก็รีบกระวีกระวาดเข้าไปจัดเตรียมข้าวปลาอาหารไว้ใส่บาตร
พร้อมให้นิมนต์พระเถรเจ้ารออยู่ก่อน เมื่อยายเฒ่าเทพนารี
จัดอาหารเสร็จเรียบร้อยก็ยกมาให้ตาเฒ่าท้าวสักกะ ยกถาด
อาหารขึ้นจบศีรษะอันเต็มไปด้วยผมหงอกขาวโพลน ส่วน
ปากก็พึมพำไปตามประสาคนแก่ช่างพูด
“ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าเอ๋ย ขอทรงอย่าคิดว่าอาหารนี้
ดีหรือไม่ดี โยมทั้งสองนี้เป็นคนขัดสนยากจน ก็จะถวายไป
ตามมีตามเกิด อย่างไรก็ขอให้พระผู้เป็นเจ้าจงนึกว่า โปรดแก่
คนยากจนเช่นโยมทั้งสองนี้ด้วยเถิด”
แล้วค่อยลุกขึ้นเดินงกเงินเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อใส่
อาหารลงในบาตรด้วยความเลื่อมใส ฝ่ายพระเถรเจ้าผู้มาก
ไปด้วยความกรุณา ปรารถนาจะทำการอนุเคราะห์แก่คน
ยากจน ก็เปิดฝาบาตรขึ้นรับด้วยกิริยาสำรวม พระอินทร์ใน
ร่างของคนชราก็รีบเปิดผ้าคลุมเทอาหารทิพย์ลงใส่บาตร
ทันใดนั้นก็เกิดอัศจรรย์ เพราะอาหารทิพย์นั้นส่งกลิ่นหอม
ฟุ้งตลบไปทั่วพระนครราชคฤห์ เมื่อเป็นดังนั้น พระมหา
กัสสปเถรเจ้าก็ให้รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก นึกสงสัยอยู่ในใจว่า
“คนชราบุรุษผู้นี้ ดูท่าทีก็ว่าเป็นคนมีศักดาน้อย
เหตุไฉนอาหารของเขาจึงมีศักดาใหญ่คล้ายกับอาหาร
อันเป็นทิพย์แห่งองค์สมเด็จพระอมรินทราธิราชผู้เป็นใหญ่
แห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์”
เมื่อคิดเช่นนั้นแล้วจึงใคร่ครวญดูด้วยอภิญญาและ
ฌานสมาบัติ ก็รู้ได้ด้วยญาณวิเศษว่าคนชราผู้นี้ แท้ที่จริง
คือสมเด็จพระอมรินทราธิราชนั่นเอง แล้วจึงไต่ถามว่า
“ดูกรมหาบพิตรผู้ทรงคุณอันประเสริฐ! เหตุไฉน
พระองค์จึงทรงประพฤติตนคล้ายกับว่าเป็นโจรปล้นสมบัติ
ของคนยากจนเช่นนี้เล่า พระองค์ทรงทราบหรือไม่ว่า
เช้านี้ผู้ใดที่มีโอกาสถวายอาหารบิณฑบาตของเขานั้น
จะสำเร็จเป็นกุศลทิฏฐธัมมเวทนียกรรม อาจอำนวยผลให้
ได้ตำแหน่งเสนาบดีหรือเศรษฐีได้ภายใน ๗ วัน แต่นี่ท่าน
มาชิงถวายอาหารบิณฑบาตเสียก่อนคนอื่น ทั้งที่ทรงมี
ทิพยสมบัติมากมาย ฉะนั้นอาตมาจึงได้ว่าการกระทำเช่นนี้
ย่อมเป็นการกระทำที่คล้ายโจรปล้นสมบัติของคนจน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น พระอินทร์ก็ทรงกลายร่างจากคน
ชราเป็นเทพเจ้าผู้งดงามอร่ามเรืองไปด้วยรัศมี และประนม
กรกล่าวตอบว่า
“โยมนี้ก็เป็นคนจน
เข็ญใจ ใครเล่าจะมา
ยากจนกว่าโยมเป็นไม่มี
เพราะทรัพย์
สมบัติที่เรียกว่า
ด้วยเหตุที่โยมเป็นคนโบราณ บุญนั้น ไม่มีใคร
ได้ประกอบกัลยาณกรรม
สามารถแย่งชิง
ความดี อันเป็นกุศลไว้ใน | เอาไปได้ ต่างจาก
กาลภายนอกพระพุทธกาล
ได้เป็นใหญ่ขึ้นมาเพราะไม่
ได้เป็นใหญ่ขึ้นมาเพราะไม่ | โลกียทรัพย์ใน
มีใครที่มีบุญยิ่งใหญ่มากไป | โลกมนุษย์ที่ตาย
กว่าโยม แต่มาบัดนี้ เมื่อ แล้วก็ไม่สามารถ
สมเด็จพระชินสีห์เจ้าได้
เอาติดตัวไปได้
อุบัติขึ้นในโลกแล้ว บรรดา
ผู้ที่มีความเลื่อมใสในบวร แม้นเป็นเศรษฐี
พระพุทธศาสนาได้ พันล้านหมื่นล้าน
ประกอบบุญกุศลทำกรรมดี ก็คงไปได้เพียง
ตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดา วิญญาณเท่านั้น
ชั้นดาวดึงส์อยู่ภายใต้การ
ปกครองของโยม แต่
กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒ | ๖๕