ข้อความต้นฉบับในหน้า
-
โครงสร้าง คณะกรรมการอุปถัมภ์และ
คุ้มครองพระพุทธศาสนาส่วนจังหวัด
(กอค.พจ.) โปรดดูมาตรา ๑๗
- ผู้ว่าราชการจังหวัด
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
นายกเทศมนตรี
*
ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ
นายกพุทธสมาคมประจำจังหวัด
นายกยุวพุทธิกสมาคมประจำจังหวัด
ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๑๒ ๑๕ คน
ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
ยกร่างต้องมาตอบคำถามสังคมให้ทราบ
ว่ากฎหมายฉบับใหม่มีความจำเป็นใน
การต้องออกอย่างไร ซึ่งเราอาจต้องพึ่ง
ขบวนการที่เรียกว่า “Legislative
hearing****
ผู้ยกร่างควรจะได้มีการ
ตรวจสอบว่ากฎหมายใหม่ที่จะประกาศใช้
ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่
ปัญหาดังกล่าวมักเกิดจากการไม่ได้มี
วิจารณ์ข้อบกพร่องบางประการในการออกกฎหมาย
ส่วนร่วม (participation) ของประชาชน
หรือกลุ่มบุคคลที่จะถูกกระทบโดย
กฎหมายนี้ ซึ่งก่อนจะออกกฎหมายใด
ก็ตาม ควรต้องถามบุคคลผู้ที่จะได้รับผลกระทบก่อนโดย
(เฉพาะกรณีร่าง พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ฉบับใหม่ และร่าง “ทั่วถึง”
พ.ร.บ. การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. ....)
ปัญหาต่อมาของร่างกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว
- ผู้ร่างควรกลั่นกรองว่ากฎหมายมีความจำเป็นที่จะ มักให้อำนาจองค์กรในรูปคณะกรรมการในการออกกฎ
ออกหรือไม่ โดยผู้ยกร่างจะต้องศึกษาว่าเมื่อกฎหมายออก
กระทรวงหรือกฎระเบียบเอาเอง ซึ่งทำให้ก่อความไม่
มาแล้วจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ผู้เขียนเห็นว่าควรให้ผู้ แน่นอนในอนุข้อย่อยของกฎหมายนั้นๆ
ae
***
ในเขตกรุงเทพมหานคร จะมีคณะกรรมการเรียกว่า คณะกรรมการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาส่วนกรุงเทพมหานคร
(โปรดดู : มาตรา ๑๙ ร่างพ.ร.บ. การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. ....)
ตามกฎหมายมิได้กำหนดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งไว้
(โปรดดู : มาตรา ๒๙ วรรค ๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐)
๔๘ | กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒