การปวารณาในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 10 หน้า 79
หน้าที่ 79 / 134

สรุปเนื้อหา

บ้างหรือ ดูก่อนสารีบุตร เราไม่ติเตียนการกระ ทำใดๆ ทางกายหรือทางวาจาของเธอ ดูก่อน สารีบุตรเธอเป็นผู้มีปัญญามาก เป็นผู้มีปัญญา หนาแน่น เป็นผู้มีปัญญาทำให้ร่าเริง เป็นผู้มี ปัญญาไว เป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม เป็นผู้มี ปัญญาชำแรกกิเลส ดูก่อนสารีบุตร เปรียบ เหมือนเชษฐโอรสของพระเจ้าจักรพรรดิ ย่อม ทำให้จักรที่พระบิดาหมุนแล้ว ให้หมุนไปตาม โดยชอบฉันใด เธอก็ฉันนั้น ย่อมยังธรรมจักร อันยอดเยี่ยมที่เราหมุนแล้ว ให้หมุนตามไปได้โดยชอบ พระสารีบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ยินว่าพระผู้มีพระภาคไม่ทรงตำหนิการกระทำใดๆ ของ ข้าพระองค์ ก็ภิกษุทั้งหลาย ๕๐๐ รูปเหล่านี้เล่า พระผู้มี พระภาคจะไม่ทรงตำหนิการกระทำทางกายหรือทางวาจา บ้างหรือ พระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนสารีบุตร แม้ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้

หัวข้อประเด็น

- การปวารณาในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บ้างหรือ ดูก่อนสารีบุตร เราไม่ติเตียนการกระ ทำใดๆ ทางกายหรือทางวาจาของเธอ ดูก่อน สารีบุตรเธอเป็นผู้มีปัญญามาก เป็นผู้มีปัญญา หนาแน่น เป็นผู้มีปัญญาทำให้ร่าเริง เป็นผู้มี ปัญญาไว เป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม เป็นผู้มี ปัญญาชำแรกกิเลส ดูก่อนสารีบุตร เปรียบ เหมือนเชษฐโอรสของพระเจ้าจักรพรรดิ ย่อม ทำให้จักรที่พระบิดาหมุนแล้ว ให้หมุนไปตาม โดยชอบฉันใด เธอก็ฉันนั้น ย่อมยังธรรมจักร อันยอดเยี่ยมที่เราหมุนแล้ว ให้หมุนตามไปได้โดยชอบ พระสารีบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ยินว่าพระผู้มีพระภาคไม่ทรงตำหนิการกระทำใดๆ ของ ข้าพระองค์ ก็ภิกษุทั้งหลาย ๕๐๐ รูปเหล่านี้เล่า พระผู้มี พระภาคจะไม่ทรงตำหนิการกระทำทางกายหรือทางวาจา บ้างหรือ พระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนสารีบุตร แม้ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้ ก็ไม่มีการกระทำใดๆ ทางกายหรือทาง วาจาที่เราจะตำหนิ ดูก่อนสารีบุตร เพราะในภิกษุ ๕๐๐ รูป เหล่านี้ ภิกษุ ๖๐ รูปได้วิชชา ๓ ภิกษุ ๖๐ รูป ได้อภิญญา 5 ภิกษุ ๖๐ รูป เป็นอุภโตภาควิมุต ภิกษุที่เหลือเป็นปัญญา วิมุต ลำดับนั้นท่านพระวังคีสะ ลุกขึ้นจากอาสนะ ทำผ้า ห่มเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง น้อมอัญชลีไปทางพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้อนั้นย่อม ทำให้ข้าพระองค์แจ่มแจ้ง ข้าแต่พระสุคตข้อนั้นย่อมทำให้ ข้าพระองค์แจ่มแจ้ง ดูก่อนวังคีสะ ข้อนั้นขอจงแจ่มแจ้งเถิด ลำดับนั้นท่านพระวังคีสะได้กล่าวชมเชยพระผู้มีพระ ภาคในที่เฉพาะพระพักตร์ ด้วยคาถาหลายคาถาโดยย่อว่า ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ภิกษุ ๕๐๐ รูป ผู้ตัด เครื่องผูกคือกิเลสอันร้อยรัดได้ ผู้ไม่มีทุกข์ ผู้สิ้นความเกิด อีกแล้ว ผู้แสวงคุณอันประเสริฐ ได้มาประชุมกันแล้ว โดย ความบริสุทธิ์ เปรียบเหมือนพระเจ้าจักรพรรดิ มีอำมาตย์ แวดล้อมเสด็จไปโดยรอบแผ่นดินนี้ อันมีมหาสมุทรเป็นที่สุด ฉันใด พระสาวกทั้งหลายผู้มีวิชชา ๓ ผู้ทำมฤตยูให้เสื่อม ย่อมนั่งล้อมพระบรมศาสดาผู้ชนะสงคราม ผู้เปรียบเหมือน นายกองเกวียนผู้ยอดเยี่ยมฉะนั้น สาวกเหล่านั้นทั้งหมด เป็นบุตรของพระผู้มีพระภาค มลทินย่อมไม่มีในที่นี้ ข้าพเจ้า ขอไหว้พระผู้มีพระผู้อาทิตยวงศ์ ผู้ฆ่าเสียซึ่งลูกศรคือ ตัณหาพระองค์นั้น การปวารณานั้น ปัจจุบันพระภิกษุในพระพุทธ ศาสนาบ้านเมืองเรายังถือปฏิบัติกันอยู่ การปวารณาจะทำ ในวันออกพรรษา ต้องทำทุกรูปเพราะถือว่าเป็นวินัยกรรม และมีความสำคัญถึงการบริหารหมู่คณะให้อยู่รอดปรองดอง สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ฉะนั้น จะสังเกตได้ว่า พระพุทธศาสนาผ่านร้อนผ่านหนาวมากแดดฝนก็ตาม ถึงเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ความเป็นสงฆ์ความเป็นหมู่คณะ ของพระภิกษุก็ไม่มีใครทำลายได้ ถึงแม้สถานการณ์ของ บางครั้งด้วยวิสัยของปุถุชนของพระภิกษุสามเณรที่ตามไม่ทันระดับพระสติปัญญาของ พระองค์ทำให้ไม่เข้าใจในข้อวัตรปฏิบัติของพระองค์ พระองค์จึงทรงปวารณาพระองค์ต่อ คณะสงฆ์ และการที่พระองค์ทรงทำอย่างนี้นี่เองที่แสดงถึงว่าพระองค์ทรงเพียบพร้อม ด้วยพระปรีชาความสามารถข้อวัตรปฏิบัติที่ประเสริฐที่สุดอย่างแท้จริง กัลยาณมิตร ตุลาคม ๒๕๕๒ ๗๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More