ธรรมกายและความมั่งมี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 9 หน้า 14
หน้าที่ 14 / 113

สรุปเนื้อหา

ธมฺโม สงเฆ ปทานิโต ธรรมอันพระ สงฆ์ทรงไว้ ธรรมกายละเอียดนั้นเอง ทรงเอาดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรม กายองค์หยาบนั้นไว้ไม่ให้หายไปนี้ ธมฺโม สังเฆ ปทานิโต พระสงฆ์ทรงไว้ ธรรมกายละเอียดนั้นเอง เรียกว่า สงฺฆรตน สงฆ์ทีเดียว เป็นเนมิตก นามว่าเป็นสงฆ์ทีเดียว เลื่อมใสใน ธรรมกายละเอียดนั้นแหละ ได้ชื่อว่า สงเฆ ปสาโท ผู้ใดเลื่อมใสในธรรม กายละเอียดนั้นแล้วละก็ ได้ชื่อว่า ความเลื่อมใสในสงฆ์อยู่แก่บุคคลใด บุคคลผู้นั้นเป็นคนเศรษฐี อทลิทโท มีปัญญา เพราะไม่ใช่คนจน เชื่อใน พระตถาคตเจ้าแล้วละก็ ไม่ใช่คน จน ศีลอันดีงามของบุคคลผู้ใดดี งามเป็นที่ใคร่ของพระอริยเจ้า อัน พระอริยเจ้าสรรเสริญแล้ว ก็ได้ชื่อ ว่าเป็นคนไม่จนเหมือนกัน เลื่อมใส ในพระสงฆ์ก็เป็นคนไม่จนเหมือนกัน อุชุภูตญจ ทสฺสน์ ความเห็น ธรรมหรือความเห็นตรง อุชุ แปลว่

หัวข้อประเด็น

- ธรรมกายและความมั่งมี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธมฺโม สงเฆ ปทานิโต ธรรมอันพระ สงฆ์ทรงไว้ ธรรมกายละเอียดนั้นเอง ทรงเอาดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรม กายองค์หยาบนั้นไว้ไม่ให้หายไปนี้ ธมฺโม สังเฆ ปทานิโต พระสงฆ์ทรงไว้ ธรรมกายละเอียดนั้นเอง เรียกว่า สงฺฆรตน สงฆ์ทีเดียว เป็นเนมิตก นามว่าเป็นสงฆ์ทีเดียว เลื่อมใสใน ธรรมกายละเอียดนั้นแหละ ได้ชื่อว่า สงเฆ ปสาโท ผู้ใดเลื่อมใสในธรรม กายละเอียดนั้นแล้วละก็ ได้ชื่อว่า ความเลื่อมใสในสงฆ์อยู่แก่บุคคลใด บุคคลผู้นั้นเป็นคนเศรษฐี อทลิทโท มีปัญญา เพราะไม่ใช่คนจน เชื่อใน พระตถาคตเจ้าแล้วละก็ ไม่ใช่คน จน ศีลอันดีงามของบุคคลผู้ใดดี งามเป็นที่ใคร่ของพระอริยเจ้า อัน พระอริยเจ้าสรรเสริญแล้ว ก็ได้ชื่อ ว่าเป็นคนไม่จนเหมือนกัน เลื่อมใส ในพระสงฆ์ก็เป็นคนไม่จนเหมือนกัน อุชุภูตญจ ทสฺสน์ ความเห็น ธรรมหรือความเห็นตรง อุชุ แปลว่า ตรง ทสฺสน์ แปลว่า ความเห็น ยสฺส อุคครสุส ความเห็นของบุคคลใด อุชุภูตญฺจ เป็นธรรมชาติตรง ความ เห็นของบุคคลใดตรงเรียกว่า ความ เห็นตรง นักปราชญ์ราชบัณฑิตย่อม กล่าวว่าบุคคลนั้นไม่จน เป็นคนมั่งมี อีกเหมือนกัน ๔. ข้อด้วยกัน คือ เชื่อใน พระตถาคตเจ้า ข้อที่ ๒ ศีลอันดีงาม เลื่อมใสในพระสงฆ์ ข้อที่ ข้อที่ ๓ P 66 ธรรมกายนั่นแหละ รักษาชีวิตเจ้าไว้ เป็นอยู่ด้วยอะไร - ดวงธรรม ที่ทำให้เป็นกายมนุษย์นั่นซิ ให้เป็นอยู่อย บ ถ้าไม่มีดวงนั้นก็ดับไป เห็นตรง ทั้ง ๔ ข้อนี้แหละมีอยู่ใน สันดานของบุคคลใดแล้วบุคคลผู้นั้น มีทรัพย์สินเงินทองมากมายสักเท่า หนึ่งเท่าใด ก็สู้บุคคลผู้มีธรรม ๔ ข้อ ผู้มั่นใน ๔ ข้อนี้ไม่ได้ วางตำราที เดียว อริยธนกถา วาจาเครื่องกล่าว ปรารภถึงอริยทรัพย์ว่า มีอริยทรัพย์ ทีเดียว ไม่ขัดสนไม่ยากจน เป็นคน มั่งมีทีเดียว นี้แหละทรัพย์ของพระ ของเณร พระเณรมีทรัพย์อย่างนี้ ก็สบายสดชื่นเอิบอิ่มตื้นเต็ม อุบาสก อุบาสิกามีทรัพย์อย่างนี้ก็เอิบอิ่ม ปลาบปลื้มตื้นเต็ม จะมีทรัพย์สัก เท่าหนึ่งเท่าใดก็สดุ้งหวาดเสียว ยิ่ง มีเพชรราคาแสนไว้กับตัวก็สะดุ้ง หวาดเสียว เห็นคนแปลกหน้ามา พาสะดุ้งหวาดเสียว เลื่อมใสใน พระสงฆ์เห็นตรงอย่างนี้มีในสันดาน ของบุคคลใดแล้ว จะมาสักเท่าหนึ่ง เท่าใดก็ไม่กลัว ไม่หวาดเสียว ไม่ สะดุ้งเลย เพราะเหตุไร เพราะเหตุ ว่าของเหล่านี้อยู่กับใจ ธมฺโม ลัก ไม่ได้ ปล้นไม่ได้ แย่งชิงไม่ได้ เอา ไปไม่ได้ เป็นของจริงอยู่อย่างนี้ เมื่อรู้จักหลักอันนี้แล้วในท้าย ต่อไปอีก ในท้ายต่อไปนี้ อโมฆน ตสฺส ชีวิต ความเป็นอยู่ของคนมี ธรรมทั้งสี่ประการนี้ไม่เปล่าประโยชน์ ความเป็นอยู่ของเขานั้นไม่เปล่าจาก ประโยชน์ ได้ประโยชน์ทีเดียว เป็น อยู่วันหนึ่งคืนหนึ่งก็ดีกว่าบุคคลที่ ไม่มีธรรมสี่ประการนี้อยู่ร้อยปี ไม่ ๑๒ กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More