ข้อความต้นฉบับในหน้า
Becerr
cafurcolt
พ
หินสลักสมัยคันธาระ เป็นภาพข้าราชบริพารของพระพุทธมารดา
ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ อัฟกานิสถาน
bilnA dalwel
วกเอสซินนี้ เป็นพวกที่อยู่ง่ายกินง่าย มี ศาสนา เนื่องจากไม่ได้กีดกันชนชั้นวรรณะในยุคสมัยนั้น
ความเป็นอยู่สมถะอย่างยิ่ง และรวมกลุ่ม คนอินเดียกับชาวยิวหรือกลุ่มพ่อค้านี้ จึงน่าจะมีความ
อยู่ประหนึ่งเป็นชุมชนสงฆ์ แต่อาจจะ สัมพันธ์กันทางตรงและสื่อสารอิทธิพลทางความคิดกัน
เป็นนิกายหนึ่งของศาสนาที่ได้รับอิทธิพลมาจากพุทธ อย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากการค้าในยุคนั้นมีทั้งทางบก
และทางทะเล IS
ศาสนาด้วยก็ได้
ลัทธิของพวก Pharisees ได้แผ่อิทธิพลเข้าไปใน 1 ปี ค.ศ. 64 โจเซฟสเดินทางเข้ากรุงโรม (Rome)
ตะวันตก ภายหลังจากโจเซฟัสเดินทางไปโรมเพื่อศึกษา พระสหายที่ใกล้ชิดกับกษัตริย์เนโร (Nero) ได้แนะนำ
ธรรมะต่อไปอีก นัยว่าในยุคนี้ ศาสนาที่มีแนวคิด ให้โจเซฟัสรู้จักกับพระมเหสีของกษัตริย์เนโรที่ชื่อบุปผา
สอดคล้องกับพุทธศาสนามีอิทธิพลอยู่ในหมู่พ่อค้าชาวยิว (Popaes)
และชาวคริสเตียนยุคต้นที่เก่าแก่มาก ดังที่ทราบกันอยู่
โจเซฟัส เป็นนักต่อสู้ และเมื่อเข้าไปก็รู้ว่าศูนย์
แล้วว่า พวกยิวเหล่านี้มีถิ่นกำเนิดทางตะวันออกกลาง อำนาจของโรมนั้นแข็งแกร่ง และเมื่อได้พบกับพวกยิวที่
(อิสราเอลในปัจจุบัน) เป็นชนชาติที่เก่าแก่มาก และ มีจิตคิดจะปฏิวัติเพื่อปลดแอกจากพวกโรมัน เขาพยายาม
เส้นทางการเดินทัพของพระยามิลินท์นั้นก็ได้อิทธิพลจาก ที่จะบอกว่า หากต่อสู้ก็จะพบกับอุปสรรค เมื่อกลับ
ไปยังกาลิลี (Galilee) เขาได้รับภารกิจให้เข้าใจถึง
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง ได้แก่การที่พ่อค้า หน้าที่และกฎหมายกับชนชั้นสูง แต่พวกผิวไม่ไว้ใจ ในปี
ชาวยิวนี้ทำการค้าขายกับพวกวรรณะแพศย์ หรือชนชั้น ค.ศ. 66 พวกยิวในกรุงโรมลุกขึ้นมาต่อสู้ รัฐจึงปราบ
นายทุน ซึ่งเป็นชนชั้นกลางที่หันมาสนับสนุนพระพุทธ ปรามด้วยข้อหากบฏเขาถูกจับด้วย แต่ก็รอดตายมา
พวกยิวด้วย
กันยายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๕๙