ข้อความต้นฉบับในหน้า
โลกนี้กว้างใหญ่นัก ขอบฟ้าอยู่ไกลลิบ สบาย ๆ
แต่เมื่อมีดวงกลมโตของพระอาทิตย์ - ความกลมสว่างของพระอาทิตย์
พระจันทร์ ดูเด่นติดตาและประทับใจ
อยู่ในใจแต่นั้นมา
ไม่เคยรู้สึกน้อยใจ เสียใจอะไรทั้งสิ้น
ยายมารู้จักความเสียใจจริง ๆ
จัง ๆ และเป็นความเสียใจ อย่างใหญ่
หลวงก็ต่อเมื่อพ่อตายจากไป
วันนั้น... ยายยังจำได้ หลังจาก
ปรนนิบัติ ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้พ่อ
ซึ่งนอนเจ็บเสร็จแล้ว ยายก็พายเรือ
ไปตามร่องน้ำ ตามทางควายเดินเข้า
เพื่อดูแลข้าวในนาที่
ไปในท้องนา
กำลังเติบโต ความเขียวสดงดงามของ
ต้นกล้า ทำให้ยายภูมิใจในความรัก
ความใส่ใจที่ยายและพี่ ๆ น้อง ๆ ได้
ทุ่มเทให้แก่ผืนนา ดูแลเก็บหญ้าวัชพืช
ทุกอย่างที่จะมาแย่งอาหาร ดูแลไข
น้ำเข้านา ดูแลเพลี้ย หนอนไม่ให้มา
ชอนไช ทำความเสียหายแก่ข้าวกล้า
( ชาวนาแม้จะรักผืนฟ้าผืนน้ำที่
ประกอบกันเป็นโลกกว้างใหญ่สวย
ชีวิตเกษตรกรของยายก็เหมือน งามอย่างไร แต่ก็ไม่รักมากไปกว่า
ขึ้นประดับฟากฟ้า ชีวิตของสรรพ
สัตว์ดูสดชื่น มีพลัง ตั้งแต่นกกาที่
ออกหากินกันเป็นฝูง ในยามอรุณรุ่ง
วัวควายที่ก้าวเดินสู่ทุ่งนาอย่างแข็งแกร่ง ช่วยพ่อ
ไก่ เป็ด ที่คุ้ยเขี่ยหาอาหารตามพื้นดิน
อย่างขะมักเขม้น รวมทั้งผู้คนที่กระบี่ กับชาวนาทั้งหลาย ตื่นแต่ย่ำรุ่งราวตี
กระวาดลุกขึ้นมาทํามาหากิน ๔ ตี ๕ ขี่ควายออกนา ใช้ชีวิตอยู่ใน
ยายรู้สึกอัศจรรย์ใจในธรรมชาติ ท้องไร่ท้องนาหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน เผชิญ
ประทับใจในความพิเศษของดวงตะวัน แดด ลม ฝน และงานหนักอย่างไม่
ยายอยากจะไปให้ถึง ยายรักแสง ย่อท้อ
&
อาทิตย์ที่ให้ความสว่างแก่โลก แสงที่ ยิ่งเมื่อพ่อเริ่มมีสุขภาพเสื่อม
สวยงามสาดส่องให้ผู้คนตื่นจากความ โทรม ป่วยไข้เรื้อรัง ออด ๆ แอด ๆ
มือมืดแห่งรัตติกาล ยายอยากจะมี ในวัยชรา ยายกับพี่น้องก็ยิ่งทุ่มเท
คุณค่าอย่างนั้นบ้าง สิ
ผืนนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผืนนาที่
เขียวขจีไปด้วยต้นกล้าที่งดงาม สดชื่น
ได้ก่อให้เกิดความหวังว่า วันหนึ่งอีก
ไม่นาน มันจะแตกดอกออกช่อเป็น
รวงข้าวอ่อน ๆ หอมหวาน พลิ้วไหว
ไปตามสายลม ก่อนที่จะพากันยืด
ตัวยืนตั้งเป็นข้าวแก่ที่แข็งแรง และมี
ชีวิตอยู่จนสุกเหลือง ท้องทุ่งนาเบื้อง
หยาดเหงื่อแรงงานไปในผืนนามากยิ่ง หน้าก็จะกลายเป็นทุ่งสีทองอันสุกใส
ในขณะเดียวกันยายก็รักดวง ขึ้น ออกไปนาแต่เช้า ขยันแข็งขันจน
จันทร์ ยิ่งจันทร์ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบ ได้รับการกล่าวขานถึงว่าเป็น “พวก
เอ็ด เดือนสิบสอง ที่คนโบราณพูด แข้งเหล็ก” ทีเดียว
คล้องจองว่า “เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง
เดือนสิบสองน้ำทรง” ยายจะเอาเรือ
รวงข้าวสีทองที่ชูช่อล้อตะวัน รอวัน
เวลาให้ผู้ไถหว่าน ลงกล้า ดูแลรักษา
หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมานานวันนั้นมา
- ความเหนื่อยล้า ทุกข์ทรมาน
เพราะงานหนักนั้นย่อมมีเป็นธรรมดา
เก็บเกี่ยว
ยายรู้สึกเป็นสุข เมื่อนึกถึงฤดู
เก็บเกี่ยวที่จะมาถึง
คู่ชีพ ออกพายไปตามร่องน้ำที่เป็น แต่ด้วยความมานะอดทน ขยันขันแข็ง
ทางควายเดินในหน้าแล้ง พอหน้าน้ำ ยายไม่เคยท้อแท้สิ้นหวัง มีหน้าที่รับ
ความสุข ความทุกข์ ความดีใจ
มีน้ำเปี่ยมดูคล้ายคลอง สามารถพา ผิดชอบงานอะไร ดูแลครอบครัว เสียใจ เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่
เรือล่องลอยชมแสงจันทร์ได้อย่าง อย่างไร ยายไม่เคยรู้สึกว่าเหนื่อยเกินไป ทุกคนจะต้องประสบ แต่ไม่ธรรมดา
กันยายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๒๓