ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านในสังคมอเมริกันและไทย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 9 หน้า 55
หน้าที่ 55 / 113

สรุปเนื้อหา

ของสหรัฐอเมริกาก็จะเขียนคำ ๔ คำไว้เสมอว่า “เราเชื่อ ในพระเจ้า” ตั้งแต่เหรียญสตางค์เซนต์เดียว ถึงใบละ ร้อย ใบละพันดอลลาร์ก็จะมีคำพูดนี้เหมือนกันหมด อย่างมาก เช่นมักจะสังเกตเพื่อนบ้านของตนว่าทำอะไร ไปบ้าง ในการที่จะต่อเติมอาคารบ้านช่องของตนเอง หรือ ทำอะไรที่เกี่ยวพันกับเพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านเป็นผู้ที่มี คริสต์ศาสนายังมีบทบาทต่อระบบราชการของ อิทธิพลเป็นอย่างยิ่ง ในการอนุมัติให้ผู้ที่อยู่บ้านใกล้เรือน อเมริกันอันเนื่องจากการจัดลำดับชั้นของอำนาจจากสูง เคียงกระทำตามชอบใจได้หรือไม่ รวมไปถึงการเปิด วิทยุเสียงดังหรือส่งเสียงเอะอะโวยวายในยามค่ำคืน ซึ่ง อาจทำได้ในประเทศของเรา แต่ทำไม่ได้ในสหรัฐ อเมริกา เพราะความสนใจของเพื่อนบ้านที่มีต่อกัน ใน (บน-ล่าง) บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสแควร์ กฎหมายก็ให้

หัวข้อประเด็น

- ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านในสังคมอเมริกันและไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของสหรัฐอเมริกาก็จะเขียนคำ ๔ คำไว้เสมอว่า “เราเชื่อ ในพระเจ้า” ตั้งแต่เหรียญสตางค์เซนต์เดียว ถึงใบละ ร้อย ใบละพันดอลลาร์ก็จะมีคำพูดนี้เหมือนกันหมด อย่างมาก เช่นมักจะสังเกตเพื่อนบ้านของตนว่าทำอะไร ไปบ้าง ในการที่จะต่อเติมอาคารบ้านช่องของตนเอง หรือ ทำอะไรที่เกี่ยวพันกับเพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านเป็นผู้ที่มี คริสต์ศาสนายังมีบทบาทต่อระบบราชการของ อิทธิพลเป็นอย่างยิ่ง ในการอนุมัติให้ผู้ที่อยู่บ้านใกล้เรือน อเมริกันอันเนื่องจากการจัดลำดับชั้นของอำนาจจากสูง เคียงกระทำตามชอบใจได้หรือไม่ รวมไปถึงการเปิด วิทยุเสียงดังหรือส่งเสียงเอะอะโวยวายในยามค่ำคืน ซึ่ง อาจทำได้ในประเทศของเรา แต่ทำไม่ได้ในสหรัฐ อเมริกา เพราะความสนใจของเพื่อนบ้านที่มีต่อกัน ใน (บน-ล่าง) บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสแควร์ กฎหมายก็ให้สิทธิกับเพื่อนบ้านไว้อย่างมากเสียด้วย ซึ่ง แตกต่างจากเมืองไทยเป็นอย่างมาก รูปแบบของสังคม ไทยเติบโตมาจากสังคมที่มีมูลไพร่เป็นหัวหน้า มูลไพร่ เป็นเหมือนผู้ใหญ่ที่ปกป้องสิทธิต่าง ๆ ทางสังคมของผู้ น้อย คือไพร่ ซึ่งเป็นบุคคลที่เข้าไปสังกัดมูลไพร่ หากไพร่ของตนได้รับความเดือดร้อน มูลไพร่คือ ผู้ใหญ่นั้นก็จะดิ้นรนวิ่งเต้น เพื่อป้องกันบุคคลที่อยู่ใน อาณัติของตนเอง สังคมไทยจึงเป็นสังคมที่มีการคำนึง ถึงผู้ใหญ่ผู้น้อยตลอดเวลา การที่บุคคลใดจะต่อเติม อาคารบ้านเรือนนั้น เป็นเรื่องที่บุคคลนั้นจะต้องทำ กับราชการ หรือถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ เจ้าของบ้านก็ต้อง ติดต่อกับอำเภอ หรือกทม.เป็นผู้ควบคุม ไม่ใช่เป็น เรื่องที่ต้องตกลงกับเพื่อนบ้าน จึงเป็นเรื่องของบุคคล กับเจ้าหน้าที่ของรัฐในท้องถิ่น ซึ่งก็คือ ผู้น้อยกับผู้ใหญ่ จัดการกันตามลำพังทิศทางของความสัมพันธ์จึงเป็นแบบ ระดับสูงสู่ระดับต่ำ หรือระดับต่ำสู่ระดับสูง ส่วนในสังคม อเมริกันมีเพื่อนบ้านเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะถือว่า มาต่ำ และให้รัฐบาลท้องถิ่นจัดการบริหารด้วยตนเองได้ ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน คนอเมริกันมีความ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มศาสนาต่าง ๆ เข้ามา รู้สึกว่าตนจะต้องตะเกียกตะกายเพื่อให้ได้ความยุติธรรม แสดงบทบาทจนกลายเป็นกลุ่มอิทธิพลประจำท้องถิ่น จากสังคมตามครรลองของกฎหมาย ไม่ใช่เป็นสิ่งที่มี สิ่งนี้เกิดจาก “ความสนใจในเพื่อนบ้านของชาวคริสเตียน ผู้ใหญ่มอบให้ผู้น้อย เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ยุติธรรมกับ ทั้งหลาย” ซึ่งเป็นอิทธิพลคำสอนของศาสนา ที่พระเยซู บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ก็เป็นหน้าที่ของบุคคลนั้น เมื่อ สอนให้ศาสนิกสนใจเพื่อนบ้าน “จงดีกับเพื่อนบ้าน ประสบชะตากรรมก็ต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อปกป้องสิทธิ ของตน” เป็นคำสอนที่รองลงมาจากการเชื่อในพระผู้ ของตน ไม่ใช่หน้าที่ที่ผู้อื่นจะต่อสู้ให้ เป็นเจ้า คนอเมริกันจึงให้ความสนใจกับเพื่อนบ้านเป็น รูปแบบของปรัชญาความยุติธรรมดังกล่าวมา ทำให้ กันยายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More