ข้อความต้นฉบับในหน้า
เลย สำหรับผู้เป็นลูกคนหนึ่งต้อง
สูญเสียพ่อไปอย่างไม่มีวันกลับ พ่อ
ตายจากไปในวันนั้นเอง วันที่ยายได้
ป้อนข้าวพ่อในตอนเช้า แล้วออกไปดู
แลข้าวในนาอย่างสุขใจ อิ่มใจ เมื่อ
กลับมาถึงบ้าน ท่ามกลางแม่ พี่ ๆ
น้อง ๆ ที่อยู่กันพร้อมหน้าแล้วบอกว่า
“พ่อตายแล้ว”
“นี่ไปไหนมา ทุกคนเขาขอ
ขมากันแล้ว เหลือเอ็งคนเดียว”
ยายรู้สึกเสียใจ เข่าอ่อน ความ
รู้สึกหลากหลายประดังเข้ามา “ลูก
ทุกคน ตีอีจันทร์มากที่สุด” ประโยค
ที่คุ้นหูดังก้องในโสตประสาท
ยาย
ภาษีเจริญ ฝั่งธนบุรี มีพระองค์หนึ่ง
ชื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ (พระมงคล
นึกถึงพ่อ นึกถึงไม้เรียวที่พ่อเคยหวด เทพมุนี) ค้นพบการปฏิบัติธรรมวิชชา
ทำโทษ นึกถึงภาพพ่อนั่งหัวสะพาน ธรรมกาย ทำให้ผู้ปฏิบัติไปท่องเที่ยว
ซื้อเหล้าจากเรือทุกเย็น ๆ วันละ
ในนรก-สวรรค์ได้
สิบสตางค์ พ่อกินเหล้าเมามาย สถานที่สองแห่งที่ยายเคยได้
ท้ายที่สุดนึกถึงคำสาปแช่งของพ่อที่ออก
มาขณะมึนเมา แค้นเคือง น้อยใจลูกๆ
คำสาปแช่งนั้นน่ากลัวนัก ยายรู้สึก
หวาดหวั่นเกรงจะเป็นไปดังนั้นจริง
ยินผู้ใหญ่พูดให้ฟังอยู่เสมอ ใครทำดี
ก็ได้ไปสวรรค์ ทำชั่วก็ตกนรก พ่อ
อยู่ที่ไหนนะ บัดนี้มีหนทางที่จะไปหา
พ่อได้แล้ว ยายตัดสินใจตามอายิ้ม
ยายรู้สึกเสียใจที่พ่อจากไป และเสียใจ ลูกพี่ลูกน้องของพ่อเข้ากรุงเทพฯ โดย
มากที่ยังไม่มีโอกาสขอขมาพ่อ
ไม่สนใจกับทรัพย์สินเงินทองที่ทางบ้าน
- ความกลัวบาปที่ไม่ได้ขอขมา มอบให้ ตัดใจ ตัดความรักความ
ความทุกข์ ความสับสน กัดกร่อน อาวรณ์ที่มีต่อแม่และทุกคนทางบ้าน
หัวใจจนผ่ายผอมและไร้สุขโดยสิ้นเชิง
พ่ออยู่ไหนนะ
พ่ออยู่ในนรก หรือสวรรค์
- นรก สวรรค์ นี่มันอะไร มัน
อยู่ที่ไหนกันนะ
ยายเฝ้าแต่ถามตัวเอง สายตา
ทอดไกลไปในฟ้ากว้าง
ง่วง
เมื่ออุบาสิกาทองสุก สำแดงปั้น จาก
วัดปากน้ำมาสอนปฏิบัติธรรมที่บ้าน
เจ้าของบ้านเมตตา อนุญาตให้ยายได้
เรียนกรรมฐานกับอุบาสิกาทองสุกด้วย
กว่าจะได้มาถึงจุดนี้มิใช่เรื่องง่าย ยาย
ตระหนักดี ดังนั้นแม้จะเหน็ดเหนื่อย
อ่อนเพลียจากการงานสารพัด
เหงาหาวนอน ยายก็ไม่ละโอกาสที่จะ
ปฏิบัติธรรม ในระยะแรก ๆ ความ
ฟุ้งซ่านสับสนเข้ารบกวนจิตใจ ต้อง
เพิ่มความเพียรพยายาม กำหนดนิมิต
ภาวนา “สัมมา อะระหัง” อยู่ตลอดเวลา
ทุกอิริยาบถแม้ขณะทำงาน
การทำสมาธิให้ใจสงบนั้น เป็นการ
พักผ่อนที่ดีของใจ เป็นการประหยัด
กระแสความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่านไปในสิ่ง
ที่ไร้ประโยชน์ ยายนั่งธรรมะ ปฏิบัติ
ธรรมทุกวันทุกคืนอย่างไม่ย่อท้อ ทั้งๆ
ที่หาเวลาว่างจากการงานแทบไม่ค่อย
* ภาพแม่ร้องไห้อาลัยอาวรณ์
ใจหายที่ลูกจะจากไป แม้ยายจะรู้สึก
ใจหายยิ่งกว่า แต่คนอย่างยายลองว่า
ตัดสินใจทำอะไรแล้ว มีแต่ไปข้างหน้า
ได้
สถานเดียว
ที่กรุงเทพฯ อาพาไปอยู่ด้วยที่
บ้านพระยาคนหนึ่งไม่กี่คืน ก็ย้ายไป
เมื่อยายอายุ ๒๘-๒๙ ปี ราวปี อยู่บ้านเศรษฐีจีนแถววังบูรพา ช่วย
พ.ศ. ๒๔๘๐ ยายค่อยคลายความโศก ทำงานบ้าน ปัดกวาด เช็ดถู ซักผ้า
เศร้าและรู้สึกมีความหวัง เนื่องจากมี ทำทุกอย่างด้วยความขยันขันแข็ง
ข่าวเล่าลือมาเข้าหูว่า ที่วัดปากน้ำ เป็นที่รักและไว้วางใจของเจ้าของบ้าน
เพราะ
....ยกเว้นปัญญาแล้ว เราสรร
เสริญว่า ขันติเป็นคุณธรรมอย่างยิ่ง
พุทธดำรัสนี้เป็นอมตวาจาที่ยาย
ประจักษ์แจ้งในที่สุด เมื่อที่สุดของ
ความตั้งใจปรารถนา ที่สุดของความ
๒๔ กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๓๕