การสำรวมในศีล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 7 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 128

สรุปเนื้อหา

อ้าว อธิบายข้ามมาเสียบท หนึ่งแล้ว ปาณภูเตสญฺญโมฯ นั้น ไม่ใช่เรื่องอะไร เรื่องสำรวมในศีล ปาณภูเตสุ สญฺญโม สำรวมไม่ เบียดเบียนในสัตว์ที่มีชีวิต ต้องระวัง สัตว์ที่มีชีวิต ไม่เบียดเบียนสัตว์ที่มี ชีวิต นี้ที่เราประพฤติปฏิบัติอยู่เป็น นิตย์ ภิกษุสามเณร อุบาสก อุบา สิกา ส่วนกามาน สมติกฺกโม ได้ อธิบายไปแล้ว เพราะข้ามมาเสียบท พวกมานะ พวกทิฏฐิมานะละ ไอ้นี่ อัสมิมานะ ไอ้นี่ทิฏฐิมานะนี่ อัสมีแปลว่า มีอยู่ เราเป็นคน คนหนึ่งเหมือนกัน เรามีเนื้อมีตัว เรามีความสามารถ เรามีอิทธิพล เรามีกำลังหรือว่าเรามีอะไรๆ เหล่านี้ แหละ เรียกว่าอัสมิละ เราจ้องอยู่ ไม่กลัวใครนี่นะ เพราะเราไม่มีอะไร พอ ถ้าเราอัสมิพอเข้า เราจะเหาะ เหินเดินอากาศได้ ไปทิ้งเข้าได้จะ เราต้องการความสุขนัก แต่หาความสุข ในความทุกข์ ไม่หาความสุขในเห

หัวข้อประเด็น

- การสำรวมในศีล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อ้าว อธิบายข้ามมาเสียบท หนึ่งแล้ว ปาณภูเตสญฺญโมฯ นั้น ไม่ใช่เรื่องอะไร เรื่องสำรวมในศีล ปาณภูเตสุ สญฺญโม สำรวมไม่ เบียดเบียนในสัตว์ที่มีชีวิต ต้องระวัง สัตว์ที่มีชีวิต ไม่เบียดเบียนสัตว์ที่มี ชีวิต นี้ที่เราประพฤติปฏิบัติอยู่เป็น นิตย์ ภิกษุสามเณร อุบาสก อุบา สิกา ส่วนกามาน สมติกฺกโม ได้ อธิบายไปแล้ว เพราะข้ามมาเสียบท พวกมานะ พวกทิฏฐิมานะละ ไอ้นี่ อัสมิมานะ ไอ้นี่ทิฏฐิมานะนี่ อัสมีแปลว่า มีอยู่ เราเป็นคน คนหนึ่งเหมือนกัน เรามีเนื้อมีตัว เรามีความสามารถ เรามีอิทธิพล เรามีกำลังหรือว่าเรามีอะไรๆ เหล่านี้ แหละ เรียกว่าอัสมิละ เราจ้องอยู่ ไม่กลัวใครนี่นะ เพราะเราไม่มีอะไร พอ ถ้าเราอัสมิพอเข้า เราจะเหาะ เหินเดินอากาศได้ ไปทิ้งเข้าได้จะ เราต้องการความสุขนัก แต่หาความสุข ในความทุกข์ ไม่หาความสุขในเหตุของ ความสุข หาความสุขในเหตุของความทุกข์ เป็นยังไง ถ้ามีขึ้นเช่นนั้น อัสมีเกิด ขึ้นทีเดียว ไม่กลัวใครทั้งโลกเที่ยว อัสมิเกิดขึ้นทีเดียว จะท่วมทับเขา ให้หมดทีเดียว นั่นตัวอัสมิมานะ หนึ่ง อธิบายไปแล้ว อสสมิมานสุส วินโย นำเสียซึ่งอัสมิมานะ อัสมินั่น อะไร มานะนั่นอะไร เป็นมคธภาษา แล้วเราก็ไม่รู้จัก อสสมิมานสุส วิน โย ทิฏฐิมาโน ทิฏฐิแปลว่าความเห็น ยกความเห็นของตัวไม่มีใครสู้ สูง กว่าคนอื่น จนกระทั่งเลยเถิดข้าม ธรรมไปเสียหมด เป็นมิจฉาทิฏฐิกัน นั่นเรียกว่า มิจฉา ทิฏฐิ มิจฉาทิฏฐิ ก็จำแนกมากนัก จำแนกมากทีเดียว กันอยู่ท่าเดียวละ หญิงก็ดีอยู่หมู่ ทิฏฐิมากทีเดียว มากนักยกเนื้อยกตัว เดียวกัน ก็ชำแรกเหนือกันอยู่ร่ำไป เชิดเกียรติของตัวเรื่อยไป พวกนี้ นั่นแหละ ภิกษุสามเณรก็ดีอยู่หมู่ ไม่มีใครสู้ ยกเนื้อยกตัวทีเดียว เชิด ตัวทีเดียว อัสมิมานะนี่แหละทำโลก ให้เดือดร้อน ไม่ใช่ทำพอดีพอร้าย โลกที่เดือดร้อนอยู่ก็เพราะอัสมิมานะ เหล่านี้ ไม่ยอมอยู่ใต้กัน จะชำแรก เดียวกัน จะชำแรกกันอยู่ร่ำไปนั่น แหละ อุบาสกก็ดีอยู่หมู่เดียวกัน ชำแรกเหนือกันอยู่ร่ำไป ไอ้ที่จะชำ แรกกันขึ้นไปเช่นนี้ ก็เพราะตัวอัสมิ มานะ เพราะถือว่าเราก็คนหนึ่ง ก็ เจ้าตัวทีเดียว ทำความพอใจของตน นี้ก็เป็นของร้าย ไม่ใช่เป็นของดี ปล่อยไอ้พวกนี้ให้สงบเสีย พระพุทธเจ้าทรงรู้แล้วในเรื่อง เหล่านี้ ท่านพบกันมาแล้ว อยู่ใน บังคับมันมาแล้ว ได้ตรัสรู้เป็นพระ พุทธเจ้า ท่านจึงได้รู้ได้เห็นว่า เรา ถึงที่สุดของโลกุตตรธรรมได้แล้ว จึง ได้เห็นว่า อัสมิมานะนี่เป็นตัวสำคัญ เราเวียนว่ายตายเกิดช้าอยู่สิ้นกาลนาน เพราะอัสมิมานะนี้ เมื่อถึงตัดกิเลส สมุจเฉทปหานได้แล้ว หมดอัสมิ มานะไม่มีในพระองค์เลย พระองค์ ก็สบาย สบายเกินสบาย สุขเป็นสุข ถอนอัสมิมานะเสียได้ละก็ ท่านจึง ได้ยืนยันว่า เอต เว ปรมสุข นี่แหละ เป็นสุขอย่างยิ่ง ปรม แปลว่าอย่าง ยิ่ง นี่แหละเว้ยเป็นสุขอย่างยิ่ง นี่ แหละเป็นสุขอย่างยิ่ง ให้ถอนอัสมิ มานะ ถ้าถอนเสียได้ละก็ หญิงก็ เป็นเจ้าหญิง ชายก็เป็นเจ้าชาย ภิกษุ ก็เป็นเจ้าภิกษุ เณรก็เป็นเจ้าเณร ถอนอัสมิมานะเสียได้แล้ว แต่ว่า ถอนยากจริงนะ ไม่ใช่ถอนง่าย อัสมิ มานะเป็นตัวถอนยากนัก ไม่เป็น ของถอนง่าย ในธรรมทั้งห้าข้อนี้ ความไม่ เบียดเบียนเป็นสุขในโลก ความ กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๗ ๑๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More