ข้อความต้นฉบับในหน้า
วิตที่ชื่อว่าน้อยนั้น เพราะเหตุ ๒ บัณฑิตทราบดังนี้แล้วจึงไม่ควรอยู่ครอง หรับธรรมิกราชเป็นพระเจ้าอโศก เพราะ
มหาบพิตร พระผู้มีพระภาคเจ้า เวลานาน ทรงขวนขวายศึกษาและปฏิบัติ
ตรัสไว้อีกว่า
อย่างคือ เพราะชีวิตนี้ดำรงอยู่ เรือน
ชั่วครู่ชั่วคราวและเพราะมีความ
สุขน้อย ทุกข์มาก ชีวิตดำรงอยู่เพียงชั่ว
ขณะจิตเดียวเท่านั้น
“ในขณะจิตที่เป็นอดีต บุคคลมี
ชีวิตอยู่แล้ว ย่อมไม่มีชีวิตอยู่ จักไม่มี
“สิ่งใดที่บุคคลยึดมั่นเชื่อมั่นว่า ค่ายิ่งแก่พระองค์ เสมือนบุคคลมอบพัส
มามกะ เห็นความจริงดังนี้แล้ว จึงไม่ นั้นจักสำเร็จประโยชน์โดยประสงค์
ควรน้อมใจไปเพื่อยึดถืออะไร ๆ ว่าเป็น เมื่อทรงแน่พระทัยว่า พระชนม์
พระองค์ทรงสนพระทัยในธรรมมาเป็น
อยู่อย่างสม่ำเสมอ คำสอนชนิดนี้จึงมี
เป็นของเรา” สิ่งนั้นย่อมถูกละไปเพราะ
ความตายมาถึงเข้า บัณฑิตผู้เป็นพุทธ
ตราภรณ์อันมีค่าแก่ขัตติยานี้ผู้ถือกำ
เนิดภายใต้เศวตฉัตร เชื่อได้ว่า วราภรณ์
ชีวิตอยู่
ในขณะจิตที่เป็นปัจจุบัน บุคคล
ย่อมมีชีวิตอยู่ ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว จักไม่มี
ของพระองค์จะถึงความแตกดับในไม่ช้า
ชีวิตอยู่
“บุคคลผู้ยึดติดในสิ่งทั้งหลายว่า แล้ว ก็รับสั่งให้พระโอรสธิดาทั้งหมดซึ่ง
จักมีชีวิตอยู่ ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว และจัก
ไม่มีชีวิตอยู่
อนึ่งท่านกล่าวว่า
ของเรา
ในขณะจิตที่เป็นอนาคต บุคคล เป็นของเราย่อมไม่อาจละความเศร้าโศก มีอยู่ประมาณ พระองค์ และพระ
ความรำพันและความตระหนี่ได้ เพราะ มเหสีทั้งหมดเข้าเฝ้า
ฉะนั้นมุนีทั้งหลาย ผู้เห็นธรรมอันเกษม
ทรงปรารภถึงสังขารและธรรมว่า
จึงละสิ่งที่บุคคลหวงแทนทั้งปวงแล้วไป “ขอให้พระมเหสีและพระโอรสธิดาทุก
“บุคคลไม่อาจกระโดดลงไปใน "มุนไม่ติดในสิ่งทั้งปวง ไม่ทำ พระองค์รับทราบตามพระดำรัสของพระ
สระน้ำที่ไหลเชี่ยวในที่แห่งเดียวเป็นครั้ง สัตว์และสังขารให้เป็นที่รักและที่ชัง เมื่อ ผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ที่สองได้ (เพราะกระแสน้ำเดิมได้ไหล เป็นดังนี้ ความคร่ำครวญและความ
“สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีความ
ไปหมดแล้ว ที่ไหลผ่านมาอีกล้วนเป็น ตระหนี่ย่อมไม่ติดในมุนีนั้น เหมือนน้ำ เกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
เกิดขึ้นแล้วดำรงอยู่ชั่วครู่ชั่วยามแล้วดับไป
กระแสน้ำใหม่ทั้งสิ้น)”
ท่านจึงกล่าวว่า
ไม่คิดอยู่ในใบบัว
ผู้มีปัญญาย่อมไม่เห็นหรือรู้สึกว่า ตามปกติวิสัยแห่งสังขารนั้น”
"ชีวิต อัตตภาพ และสุขทุกข์ สิ่งที่ได้เห็นหรือได้ฟังเป็นสิ่งสำคัญ (ถือ “เมื่อเป็นดังนี้ ทางที่ดีที่สุดก็คือ
ทั้งมวล ขึ้นอยู่กับจิตดวงเดียว ขณะ เป็นเพียงเรื่องผ่าน) ย่อมไม่ปรารถนา การปฏิบัติธรรม มีธรรมเป็นที่พึ่ง ขอให้
ย่อมล่วงเลยไปโดยรวดเร็ว” บุคคลจึงไม่ ความบริสุทธิ์โดยมรรคอื่น นอกจาก ทุกคนยึดธรรมเป็นแนวทางดำเนินชีวิต
อาจเห็นในสิ่งที่ตนเห็นได้อีก เพราะ มรรคมีองค์ ๘ ผู้มีปัญญาเช่นนั้น ย่อม จะปลอดภัยทั้งในชีวิตนี้และชีวิตหน้า
อำนาจแห่งความเปลี่ยนแปลง ท่านจึง ไม่กำหนัดและไม่คลายกำหนัด ทางใดที่เราได้เดินมาในสมัยต้นแห่งการ
กล่าวว่า
ย
มหาบพิตร! ปุถุชนทั้งปวงชื่อว่า ครองราชย์ ทางนั้นไม่ควรเดินตาม เป็น
“บุคคลเห็นสิ่งใดอยู่ สิ่งนั้นอัน เป็นผู้กำหนัด กัลยาณปุถุชนไปถึงพระ ทางผิด ส่วนทางใดเราได้ดำเนินมาหลัง
เขาไม่เห็นแล้ว สิ่งใดเขาเคยเห็นแล้ว เสขะ ๒ จำพวก ชื่อว่าผู้คลายกำหนัด จากได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาแล้ว
สิ่งนั้นเขาย่อมเห็นอีกไม่ได้” ส่วนพระอรหันต์เป็นผู้ไม่กำหนัดและไม่ ทางนั้นเป็นทางชอบควรดำเนินตาม
มหาบพิตร ชนทั้งหลายย่อม คลายกำหนัด เพราะความกำหนัดใดที่ พระมเหสีและพระราชโอรสราช
เศร้าโศกถึงสิ่งที่ยึดมั่นว่าเป็นของเรา แต่ ถึงคลายท่านได้คลายหมดแล้ว” ธิดาทุกพระองค์ ทรงตกอยู่ในภาวะ
สิ่งที่บุคคลยึดมั่นหวงแหนทั้งหลายที่ ธรรมกถาปลอบประโลมพระทัย เศร้าสลด ประหนึ่งหมู่วิหคได้มองเห็น
เที่ยงถาวรนั้นมิได้มี ชีวิตนี้มีความพลัด ของพระมหาเถระ แม้จะค่อนข้างสูง มี เพลิงไหม้พฤกษาที่ตนเคยอาศัย
พรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจเป็นที่สุด อรรถคัมภีรภาพ แต่ไม่ยากเกินไป สำ
พระเจ้าอโศกทรงหานระลึกถึง
กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๗ ๑๐๙