ข้อความต้นฉบับในหน้า
66
คนที่มีสติปัญญา
ย่อมรู้จักปรับตัวเองน
ให้สอดคล้องกับสภาวะ
ได้อย่างเหมาะสม
หรือแสวงหาสิ่งที่เป็นประโยชน์
ได้ในทุก ๆ สถานการณ์
เรียกว่ามีความสามารถ
ในการเปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ย
พลอยได้รับอันตรายไปด้วย เป็นเหตุ ไหนไกลๆ นั้น นอกจากจะช่วยหลีก
ให้ผู้คนทั้งหลายพากันตำหนิติเตียน เลี่ยงการเดินทางที่ไม่สะดวกในฤดูฝน
พระพุทธองค์จึงได้ทรงมีพระพุทธบัญ แล้ว ยังช่วยให้ท่านมีเวลาสำหรับทำ
ญัติให้พระภิกษุหยุดพักจำพรรษาตลอด กิจส่วนตัวและกิจของพระศาสนาได้
เดือนในช่วงฤดูฝน นับตั้งแต่วันแรม
ค่ำเดือน ๘ ไปจนถึงวันเพ็ญเดือน
๑๑ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
B
๑
ในการเข้าพรรษา พระภิกษุจะ
ต้องผูกใจว่าจะอยู่ประจำ ณ เสนาสนะ
วัดใดวัดหนึ่งตลอด ๓ เดือน โดยไม่ไป
ค้างคืนที่อื่นใด นอกจากในกรณีที่มี
เหตุจำเป็นจริงๆ ซึ่งมีข้อยกเว้นยอม
99 ให้ไปทำธุระได้ครั้งละไม่เกิน ๗ วัน
อย่างจริงจังเต็มที่เช่นการฝึกฝนปฏิบัติ
พระกรรมฐาน การศึกษาค้นคว้าพระ
ธรรมวินัย การแต่งตำรับตำราหรือทำ
หน้าที่เป็นครูสอนพระรุ่นหลังๆ โดย
เฉพาะพระใหม่ที่นิยมบวชกันเข้ามา
ตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา ซึ่งปกติในช่วงนี้
ตามวัดต่างๆ จะมีการเรียนการสอน
ค่อนข้างคึกคัก เพราะทั้งพระอาจารย์
และพระนักศึกษาต่างก็อยู่กันอย่าง
คำว่า “พรรษา” แปลว่าฝนหรือ พร้อมหน้า
การเข้าพรรษานี้แม้จะเป็นธรรม
ฤดูฝน ซึ่งอันที่จริงฝนฟ้าอากาศหรือ
ฤดูกาลนั้น ต้องถือว่าเป็นเรื่องของธรรม เนียมปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์โดย
ชาติแท้ๆ แต่ที่มีการโยงเอาเรื่องนี้เข้า เฉพาะก็ตาม แต่ทางฝ่ายชาวบ้าน
มาเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับธรรมเนียม ญาติโยมบางคนก็ไม่ยอมน้อยหน้า เมื่อ
ปฏิบัติของสงฆ์ในพระพุทธศาสนาดัง เห็นว่าพระท่านเข้าพรรษาและตั้งใจ
ที่ได้เป็นอยู่สืบมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เป็น บำเพ็ญคุณความดีกันเต็มที่อย่างนี้ ก็
ที่ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่มีความเหมาะสม พลอยเกิดกำลังใจที่จะทำความดีอย่าง
พระท่านบ้าง จึงทำให้เกิดมีการปฏิบัติ
เพราะการที่พระท่านได้เก็บตัว ในลักษณะที่เรียกว่า “คฤหัสถ์เข้า
จำพรรษาอยู่ที่วัดไม่ออกเดินทางไป พรรษา” เป็นธรรมเนียมสืบมา โดย
- และเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๗ ๔๓