ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชาวม้งดำ มีความสุขเมื่ออยู่กับหลาน
เข้าไม่ได้ พวกเขาจะร้องขอไปเที่ยวทะเล แต่ ทำตัวลีบ กลัวจะถูกชนหกคะเมน แล้วจะถูก
ไม่มีเงินค่าเช่ารถต่อ ๑ วัน ครูทั้งเห็นใจทั้ง ฝ่าพระบาททั้งหลายประทับรอยฝากไว้ยังตกใจ
สงสารว่าเขาไม่เคยเห็นทะเลเลย ก็เลยออกค่า ที่เห็นพวกนี้ถลาลงทะเลทั้งๆ ที่ว่ายน้ำไม่เป็น
เช่ารถต่อให้ ๑ วัน เลี้ยงข้าวห่ออีก ๒ มื้อ พอเจอคลื่นเล็กๆ ทะยอยเข้ามา ก็หกคะเมน
ตกลงครูพาไปเที่ยวบางแสน เพราะไม่ไกล เพราะไม่ทันตั้งตัว สำลักน้ำเค็มก็หลายคน ครู
กรุงเทพฯนักเขาจะได้มีเวลาอยู่ทะเลนานหน่อย” ลงจากรถได้ก็กลายเป็นนักวิ่งระดับชาติโดยจำ
“ครูก็อธิบายอะไรๆ ให้เขาฟัง โดยมี เป็น เพราะเป็นห่วงเด็ก ห่วงแม่เฒ่าพ่อเฒ่าซึ่ง
นายยง หนุ่มม้งรุ่นใหม่ที่พูดภาษาไทยทางเหนือ เปียกปอนกันไปหมด เข้าไปช่วยฉุด พวกเขา
ได้เป็นล่าม ครูก็เบาใจเพราะครูพออู้คำเมือง กลับหัวเราะชอบใจ ฉุดครูจนครูล้มเปียกปอน
ได้บ้าง แต่ภาษาชาวม้งบ่ฮู้จักซักหน่อย” น้า เกือบทั้งตัว” น้าน้อยหัวเราะๆ คงสภาพ
น้อยพูดประโยคสุดท้ายด้วยสำเนียงเมืองเหนือ ตัวเองตอนเปียกน้ำกระมัง แล้วเล่าต่อไปว่า
ลูกศิษย์ก็เลยหัวเราะไม่รู้ว่าหัวเราะเพราะน้าน้อย “เขาว่าน้ำเค็มจริงๆ อย่างที่ครูบอก แล้ว
เสียงเพี้ยนหรือเปล่า
“ครูอธิบายให้พวกเขาฟังว่าน้ำทะเลเค็ม
ก็เรียกเพื่อนฝูงที่ยังยืนชายหาดให้ลงมาชิม พูด
ได้ว่าเกือบทุกคนลงมาชิมน้ำทะเล บ้างก็ส่ง
พวกอยากเอาน้ำทะเลไปฝากเพื่อน ฝากญาติ
ทางบ้างที่ไม่มีโอกาสมา เลยให้หยิบขวดหยิบ
ถุงมาใส่น้ำทะเล”
นะ เค็มเหมือนน้ำเกลือเลย แล้วก็บอกว่าเรา เสียงล้งเล้งให้หยิบของในรถ ก็ถามนายยงว่า
ได้เกลือสมุทรจากการทดน้ำทะเลเข้านาเกลือ เขาเอะอะจะเอาอะไรกัน นายยงบอกว่า พรรค
นั่นเอง เขาคงไม่แน่ใจ ไม่ก็อยากทดลองว่าที่
ครูพูดนะจริงมั้ย ดังนั้นพอรถจอดริมชายหาด
เธอเอ้ย...ครูไม่มีโอกาสได้ลงเลย เพราะทั้ง
หนุ่มสาวแลแกเฒ่าต่างชิงกันลง หนุ่มบางคน
ใจร้อน ไม่ก็อยากให้ทันเพื่อนฝูง ก็กระโดด
ลงทางหน้าต่าง จากนั้นก็แข่งกันวิ่งพรูถลาลง
สู่ทะเล ครูน่ะตกใจตั้งแต่เขาแย่งกันลงแล้ว รีบ
๑๐๐ กรกฎาคม ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
นักศึกษาชายหญิงหลายคนหัวเราะ มี
เสียงสาวใจอ่อนคนหนึ่งอุทานว่า
“โถ น่าสงสาร!
“ผู้คนที่เห็นเขาไม่หัวเราะกันแย่คะ” ไกด์