ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในอดีตกาล มีเศรษฐีท่านหนึ่งอาศัยอยู่ใน มหาอำมาตย์ เพราะต้องการทรัพย์อย่างเด็ดขาด”
กรุงพาราณสี ท่านมีสมบัติมากถึง ๔๐ โกฏิ ก็ เขารับคำของพระมหาสัตว์
ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาทในยุคปัจจุบัน และมี ในวันที่เขาเข้าไปถึงกรุงพาราณสีนั่นเอง
บุตรชายชื่อว่า มหาชนกะ เศรษฐีไม่ยอมให้บุตร พระอัครมเหสีของพระราชาพระนามว่า เขมาเทวี
เรียนศิลปะใดๆทั้งสิ้น เพราะกลัวว่าบุตรจะได้รับ ทรงฝันเห็นพญากวางทอง แสดงธรรมกถาถวาย
ความลำบากจากการเรียน เมื่อเจริญวัยขึ้นมารดา พระนางในพระสุบินเมื่อใกล้รุ่ง พระนางเข้าเฝ้า
บิดาก็จัดแจงตบแต่งให้มีภรรยา อยู่มาไม่นาน พระราชากราบทูลว่า “ข้าแต่พระทูลกระหม่อม
ท่านเศรษฐีและภรรยาก็ล่วงลับไป เพื่อนของมหา หม่อมฉันปรารถนาจะเห็นกวางทอง ประสงค์จะฟัง
ชนกะแต่ละคนนั้นก็เป็นที่เอือมระอาของชาวประชา ธรรมกถาของกวางทอง” พระราชาตรัสว่า “ขอให้
ไม่เอางานเอาการ เอาแต่เที่ยวแตร่เฮฮา ต่างก็มา มีในมนุษย์โลกเถอะนะ เธอจะต้องได้” แล้วรับสั่ง
ช่วยกันใช้จ่าย ล้างผลาญทรัพย์สมบัติต่างๆ จน
หมดสิ้น มหาชนกะต้องกู้หนี้ยืมสิน เมื่อถูกเจ้าหนี้
ทวงถามมากๆ เข้า จึงคิดฆ่าตัวตาย ไปกระโดด
ลงสู่แม่น้ำคงคา เขาถูกกระแสน้ำเชี่ยวพัดลอยไป
ร้องคร่ำครวญชวนให้สงสารเป็นยิ่งนัก
ครั้งนั้นพระมหาสัตว์บังเกิดในกำเนิดกวาง
ทอง พำนักอยู่ที่ป่ามะม่วงอันมีช่องดงาม ผสมกับ
ดงรังอันน่ารื่นรมย์ตรงวังวนแห่งแม่น้ำคงคา ลำพัง
ตัวเดียวเพื่อต้องการรักษาอุโบสถ ผิวแห่งสรีระ
ของพญากวางทองนั้น มีสีเหมือนแผ่นกระดาษ เฝ้าพระราชา
ให้พวกพราหมณ์เข้าเฝ้า ตรัสถามว่า “ธรรมดาพญา
เนื้อที่มีสีกายเหมือนดั่งทองคำมีอยู่หรือ” “ข้าแต่
สมมติเทพมีอยู่พระเจ้าข้า”
พระราชาจึงทรงให้อำมาตย์ถือแผ่นทอง
เที่ยวประกาศไปทั่วพระนคร ขณะนั้นมหาชนกะก็
เข้าไปสู่กรุงพาราณสี ได้ยินประกาศนั้นแล้ว จึงไป
หาอำมาตย์ กล่าวว่า “ข้าพเจ้าจักบอกเรื่องราวของ
พญากวางทองนั้นแก่พระราชา ได้โปรดนำข้าพเจ้า
ไปเข้าเฝ้าพระราชาเถิด” อำมาตย์จึงนำเขาไปเข้า
ทองที่ขัดมัน เท้าทั้งสี่มีสีประดุจดังย้อมด้วยน้ำครั่ง พระราชาตรัสถามว่า “จริงหรือบุรุษผู้เจริญ”
หางก็ประหนึ่งทางแห่งจามรี เขาทั้งหมดก็เช่นเดียว
กับช่อเงิน นัยน์ตาทั้งคู่ประหนึ่งเม็ดทับทิมที่ จริงพระเจ้าข้า” พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว ก็
เจียระไนแล้ว
เมื่อเขากราบทูลว่า “ข้าแต่พระมหาราช เป็นความ
ทรงให้เขาเป็นคนนำทางนำเสด็จไปสู่ป่านั้นโดย
ลำดับ เมื่อบรรลุถึง.... มหาชนกะกราบทูลพระราชา
ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพกวางทองนั้นพำนัก
อยู่ ณ ที่ตรงนั้น”
ในยามค่ำคืนนั่นเอง พญากวางทองได้ยิน
เสียงร้องที่น่าสงสารยิ่ง จึงลุกจากที่เดินไป ณ ฝั่ง
แม่น้ำ ปลอบว่า “บุรุษผู้เจริญ อย่ากลัวเลย ข้าจัก
ช่วยชีวิตท่าน” แล้วว่ายตัดกระแสน้ำไปรับเขาขึ้น พระราชา ตรัสสั่งหมู่อำมาตย์ว่า “เธอทั้ง
มาสู่ฝั่ง และนำไปยังที่อยู่ของตน
หลาย จงพากันล้อมป่านี้ไว้ อย่าให้กวางทองหนี
หลังจากนั้นมาได้สองสามวันก็กล่าวว่า ไปได้”
“บุรุษผู้เจริญ ข้าจักพาท่านออกจากป่านี้ ส่งให้ถึง
พระมหาสัตว์ฟังเสียงนั้นแล้วดำริว่า “เสียง
ทางไปพาราณสี แต่เราใคร่ขอร้องท่านสักข้อหนึ่ง ของหมู่พลกองหลวง ภัยของเราจะต้องเกิดจาก
ว่า จงอย่าบอกเรื่องที่อยู่ของเราแก่พระราชาหรือ บุรุษนั้นเป็นแน่” พระมหาสัตว์ลุกขึ้นมองจนทั่ว
๔๔ กรกฎาคม ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร