ข้อความต้นฉบับในหน้า
พยาบาล คนเฮกันลั่นทั้งสนาม ถ้าคน
เจ็บจริงๆ อาการคงทรุด
ในปีต่อมา กองลูกเสือจิตรลดา
ลงสวนสนามอีกตามปกติ อาจารย์
สมรรถไชย อาจารย์กมล ลงเดินนำ
แถวเป็นผู้กำกับ รองผู้กำกับ ทูลกระ
หม่อมทรงเดินเป็นนายหมู่
กิจกรรมลูกเสือเปลี่ยนแปลงไป
เป็นลูกเสือสมุทรเสนา การแต่งกาย
เปลี่ยนเป็นลูกเสือสมุทร กิจกรรมมี
การแข่งเรือใบบก ๔ ลำ ไม่มีลูกเสือ
โรงเรียนอื่นลงแข่งด้วยจิตรลดาแข่งขัน
กันเอง ลงเรือลำละ อ คน
โครงเรือทําด้วยไม้ยาง กำนัน
เหรียญ นาคสุทธิ์ เป็นผู้วางโครงเรือ
ทำเป็นรูปเรือ ส่วนครูนั้นทำหน้าที่บุ
เรือด้วยผ้าดิบ ครูธวัช ใหญ่ลำยอง
ระบายสีเรือ ให้เหมือนเรือแล่นโต้คลื่น
อยู่ในทะเล ใบเรือครูเย็บด้วยผ้าขาวสี
เหลือง ฟ้า ขาว แดง
ช่วยกันทำจนเรียบร้อย เก็บไว้
อวดในวันจริง
วันซ้อมใหญ่
ไม่เอาลงซ้อม
เพราะกลัว “เซ็ง” หลังวันซ้อมใหญ่
อดทนไม่มีใครล้มสักคน พระพิรุณเกิด
เห็นใจลูกเสือขึ้นมาฟ้าครึ้ม หยาดฝน
โปรยปรายลงมา และหนาเม็ดมากขึ้น
ผู้กำกับลูกเสือโรงเรียนหนึ่งยืนข้างหน้า
แถวโรงเรียนจิตรลดา เอาผ้าเช็ดหน้า
ขึ้นมาคลุมบนหมวกที่สวมอยู่ ลูกเสือ
เข้าใจกันดี อาจารย์ใหญ่ก็พาลูกเรือกลับ
๑ กรกฎาคม เวียนมาบรรจบ
ครบรอบอีกครั้ง กองลูกเสือจิตรลดา
แต่งตัวแบบลูกเสือเหล่าสมุทรเสนา ดู
หล่อเหลากันทุกคน ตอนนี้ทุกคนก็เป็น
“วัยรุ่น”
อีกหลายโรงเรียนวิ่งเฮโล หลบฝนกัน
จ้าละหวั่น ลูกเสือบางโรงเรียนยืนตรึง
แถวแน่นกับที่ไม่ย่นย่อกับการเปียกฝน
ทูลกระหม่อมฟ้าชายรับสั่งถาม
อาจารย์กมล ซึ่งยืนกำกับแถวว่า
“ครู ทำไมเขาเอาผ้าคลุมหมวก
ทำถูกไหม?”
“ไม่ถูกพะยะค่ะ”
ทูลกระหม่อมทรงมีความสังเกต
และไม่ทรงปฏิบัติสิ่งใดที่ผิดระเบียบ
ต่อมาราชองครักษ์ ให้มาเรียก
อาจารย์กมล ให้ทูลเชิญเสด็จทูลกระ
หม่อมฟ้าชายเข้าหลบฝน พระองค์ท่าน
ไม่ทรงยอม จึงเปียกฝน แม้ว่าพระองค์
ท่านจะทรงพระเยาว์อยู่ก็ทรงเข้าใจ
ระเบียบวินัยเป็นอย่างดี
การซ้อมสวนสนามและกิจกรรม
ต่างๆ เสร็จสิ้นลง รุ่งขึ้นเป็นวันที่ทูล
อาจารย์กมลขออนุญาตอาจารย์ใหญ่ กระหม่อมฟ้าชายจะเสด็จไปทรงซ้อม
ทูลเชิญเสด็จทูลกระหม่อมฟ้าชายและ เรือใบบกกับพระสหาย ที่โรงเรียนอำ,
นวยศิลป์ธนบุรี ต้องเลิกล้มเพราะพระ
พระสหาย ไปแอบซุ่มซ้อมที่สนามโรง
เรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี วางแผนเสร็จ
เก็บอุบเงียบไม่ให้ใครรู้ว่า ในวันนั้น
ทูลกระหม่อมจะทรงลงแข่งเรือใบบก
วันซ้อมก็มาถึง ลูกเสือโรงเรียน
จิตรลดาก็ลงซ้อมใหญ่สวนสนามเหมือน
กัน ไม่เคยท้อถอยสักปี ครูก็เชื่อใจลูก
ศิษย์ว่าเจนสนามแล้ว
องค์ทรงประชวรเป็นไข้หวัด
อาจารย์ใหญ่กับอาจารย์อังกาบ
ก็พาพระสหายไปซ้อมตามกำหนดเพื่อ
ความพร้อมเพรียง
เรือใบวิ่งไปได้มิใช่แรงกรรเชียง
หรือลมตีใบเรือ เรือแล่นได้เพราะแรง
คนวิ่ง คนอยู่หัวเรือ กลางลำ ท้ายเรือ
ใช้ผ้าดิบผูกกราบเรือทั้งสองข้างคล้อง
วันนี้แดดเกิดร้อนเปรี้ยง ลูกเสือ
หลายโรงเรียนเป็นลมล้ม ครูแบกเข้าไป กับบ่าขวา-ซ้าย ให้สัญญาณออกวิ่ง
ทำการปฐมพยาบาล ลูกเสือจิตรลดา พร้อมกัน ซ้อมกันจนเป็นที่พรักพร้อม
ลูกเสือถึงสนามเวลา ๑๓.๓๐ น.
ทูลกระหม่อมทรงเป็น “พระเอก” ของ
บรรดาลูกเสือทั้งหลายตามเคย
คราวนี้เขาให้ลูกเสือจิตรลดาไป
รวมอยู่ที่ใต้อัฒจันทร์ด้านซ้าย มีลูกกรง
ลวดกั้นอยู่ มีลูกเสือเยอะแยะมาเลียบ
เคียงแอบมองดูทูลกระหม่อมฟ้าชาย
น่าเห็นใจลูกเสือเหล่านั้นอยากได้เห็น
พระพักตร์ ได้เข้าเฝ้าฯทูลกระหม่อม
แล้วก็เก็บไปคุยเป็นทศนิยมไม่รู้จบ
ลูกเสือรุ่นนี้เวลาสอนอยู่โรงเรียน
กว่าจะต้อนเข้ามุมได้ครูก็เหนื่อย แต่
เมื่อพาออกไปนอกโรงเรียนครูมีความ
สบายใจ เพราะไม่ต้องดุว่าขึ้นเสียง
ห้ามปรามกันเลย ถ้าครูเห็นว่าอะไรที่
ไม่เหมาะไม่ควรครูเพียงแต่ “รู้” ปาก
เบาๆ เขาจะหันมามองตาครู ครูก็สั่น
ศีรษะ เขาจะรู้ตัวว่าทำอะไรไม่ถูกไม่ดี
จะสะกิดเบาๆ ว่าครูดุ ทุกคนรวมทั้ง
ทูลกระหม่อมด้วยจะทรงปฏิบัติตามทันที
เป็นความสุขและสบายใจของครูมาก
เมื่อไปถึงที่ใดที่หนึ่งแล้ว เรื่องน้ำ
ของรับประทานจะไม่มีใครบ่นว่าหิวน้ำ
ขอซื้อขนมไม่มีเลย มีความอดทนเป็น
เลิศ กลับมาถึงโรงเรียนเมื่อไรจึงจะ
มีรับประทาน
การสวนสนามผ่านไปด้วยความ
เรียบร้อย ถึงตอนกิจกรรมโฆษกแจ้ง
รายงาน ทูลกระหม่อมฟ้าขายจะทรง
แข่งเรือใบบกกับพระสหาย
ลูกเสือโรงเรียนอำานวยศิลป์ธนบุรี
กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๙