ข้อความต้นฉบับในหน้า
จดหมายจากฮาร์วาร์ด
HARVARD UNIVERSITY
ต่อจากฉบับที่แล้ว
ม อ ส ไ ก วั น นี้
อั ญ ม ณ แ ห ม ก า ล เ ว ล า
หารหลังที่สามมีชื่อว่า มหาวิหารอาร์เซนเจล (Ca
เป็นทางการในภาษารัสเซียว่า มหาวิหารอาร์คันเจลสกี้
(อาร์เชนเจล ไมเคิล) หรือเรียกกันง่ายๆ ว่าวิหารแห่ง
เทพ เมื่อสร้างเสร็จแล้วเดิมใช้เป็นที่กระทำพิธีต่างๆ
ทางศาสนา รวมถึงพระราชพิธีศพพระเจ้าซาร์ เจ้าชาย
และราชวงศ์ แต่ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษา
ของสำคัญในราชวงศ์ต่างๆ ของรัสเซีย นอกจากนั้น
ภายในวิหารยังมีที่ฝังพระบรมศพของกษัตริย์รัสเซียเกือบ
ทุกพระองค์ แม้พระบรมศพพระเจ้าซาร์อีวานที่ ๔ ผู้
โหดร้าย (Ivan IV -The Terrible) ก็ถูกฝังที่ด้านหลัง
ของวิหารแห่งนี้ด้วย ยกเว้นพระบรมศพของพระเจ้า
ปีเตอร์มหาราชเท่านั้นที่ไม่ได้ฝังที่นี่ เพราะว่าพระองค์
ทรงให้ย้ายเมืองหลวงไปยังกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หรือ
เลนินกราดในปัจจุบันนั่นเอง วิหารหลังนี้มีความวิจิตร
กับศิลปะของพวกเติร์ก (ตุรกี) มากกว่า
๗
13
สิ่งก่อสร้างที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่อยู่เยื้องระหว่าง
มหาวิหารอาร์เชนเจลกับมหาวิหารแอสซัมชั่น และอยู่
ในบริเวณแคธีเดรียล สแควร์คือ หอระฆังของกษัตริย์
อีวานมหาราช เป็นหอระฆังที่สูงที่สุดในกรุงมอสโก
เลยทีเดียว สามารถมองเห็นจากที่ไกลๆ ได้มากกว่า ๓
กิโลเมตร หอนี้สร้างในปี ค.ศ.๑๖๐๐ มีความสูงถึง
เมตร ในครั้งนั้นเวลาที่มีข้าศึกศัตรูมาในระยะ
๑๐ กิโล-
เมตร ระฆังจำนวน ๒๑ ใบจะถูกสั่นพร้อมกัน เสียงของ
มันจะดังกังวานไปไกลมาก เป็นการบอกให้ทหารเตรียม
พร้อม และเตือนให้ประชาชนรู้ถึงภัยได้เป็นอย่างดี น่า
เสียดายที่ว่า ระฆังที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ถูกหล่อ
ขึ้นใหม่ให้เหมือนของเก่า
นอกลานแคธีเตรียล สแควร์ อีกด้านหนึ่งของ
หอระฆังพระเจ้าอีวาน ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอันเป็นเครื่อง
สวยงามแตกต่างไปจากศิลปะรัสเซีย คือค่อนข้างเหมือน รำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าซาร์ในอดีตอยู่ด้วย
โดย เมตตานันโท ภิกขุ
เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ๖๒ ปีที่ 5 กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔
๒
กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๗ ๖๒