ข้อความต้นฉบับในหน้า
อุตสาหกรรมในรั้วบ้าน
โดย : เกษมสุข ภมรสถิตย์ (ใส)
แม่...เมื่อล่วงเข้าสู่วัยสี่สิบแล้ว
ก็ได้เตรียมตัวรอรับความตายเสียแต่เนิ่นๆ
ด้วยการไปวัดฟังธรรม ทำสมาธิทุกวันอุโบสถ
วันปรกติก็ไม่ละเลย 99
สำ
หรับฉบับนี้ คิดว่าจะส่งต้นฉบับให้ไม่ทับ
สำหรับฉบับนี้เนื่องจากมีเรื่องเกิด แก่ เจ็บ
เมื่อแขนขาของเรายังอ้วนป้อม เล็กสั้นอยู่เป็นแน่
แต่ที่จับใจที่สุด ได้แก่เรือนร่าง และหน้าตา
ตาย อันเป็นธรรมดาของโลกเกิดขึ้นภายในแวดวง ของญาติผู้ใหญ่ท่านนี้ ขณะนี้ ต่อหน้าต่อตาพวกเรา
แต่เมื่อพยายามที่จะต้องส่งให้ได้ตามหน้าที่ หันไป เธอนอนอยู่บนที่นอนแคบๆ ฟันปลอมถอดออก
หันมาเลือกหาข้อมูลที่มีอยู่รอบตัวมาเป็นเรื่องที่จะ
ใช้นำเสนอ หรือเล่าสู่กันฟัง ก็เลยได้สิ่งที่เพิ่งสัมผัส
มาสดๆ ร้อนๆ มาเรียบเรียงเล่าสู่กันฟัง
ญาติผู้ใหญ่คนนี้ เคยมีร่างกายแข็งแรง หน้า
ตาหมดจดงดงาม ครั้นวันเวลาผ่านไปนานเท่าไร
พวกเราที่เป็นลูกหลานปลายแถวจำไม่ได้ เพียงแต่รู้
สึกว่าชานบ้านที่เคยวิ่งเล่น ท่าน้ำที่เคยเป็นที่เสน่หา
และแม้แต่บ้านที่เคยรู้สึกว่าใหญ่โตกว้างขวาง ทำไม
ถึงดูเล็กลงไปกว่าที่เคยเห็น ความสนุกสนาน ตื่น
เต้นกับสวนครัว กับท่าน้ำ และเรือพายลำใหญ่ทำไม
ถึงดูน้อยลงไปกว่าที่ควรจะเป็น เป็นความรู้สึกที่
เหมือนๆ กันทุกคน พอถามหาเหตุและผล ก็พอจะ
สรุปได้จากหลายๆ คนว่าน่าจะเป็นเพราะว่าเราโตขึ้น
ดวงหน้าเหี่ยวย่นยับไปหมดทุกส่วนของใบหน้า นัยน์
ตาฝ้าหนาทึบด้วยวัยชรา ที่บางทีทำเหมือนจะเห็น
แล้วก็เปลี่ยนเป็นไม่เห็น ร่างกายไม่ถึงกับฝ่ายผอม
แต่เหี่ยวย่นแห้งหด ดึงรั้งไปหมดไม่ว่าจะเป็นปลาย
เล็บมือ เล็บเท้า มีแต่ฟังเท่านั้นที่ยังยื่นออกมาให้
เห็นว่าน่าจะเป็นเนื้อ
๙๐ ปี ที่ใช้ร่างกายนี้ในการดำเนินชีวิต ให้
กำเนิด และทำงานเพื่อเลี้ยงดูลูกชายหญิงจำนวนถึง
๓ ชีวิต จนเดี๋ยวนี้ใหญ่โตเข้าสู่วัยเลยกลางคนไป
แล้วทั้งนั้น มีแต่หลาน ๆ เท่านั้นที่ยังอยู่ในวัยฉกรรจ์
และเหลนๆ ที่กำลังซุกซนสุดๆ กับท่าน้ำ ชานเรือน
และทุกอย่างในบ้าน
โชคดีที่ทุกคนให้การรักษาพยาบาลแบบโบราณ
ร่างกายสูงใหญ่ขึ้น โลกของเรากว้างขึ้นกว่าสมัย คือเชิญแพทย์มาที่บ้านอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ให้
- สิ่งที่เป็นความภูมิใจของลูกหลาน ไม่ใช่ทรัพย์สินสมบัติ แต่กลับเป็นความชื่นใจ
ที่ตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยเห็นแม่ด่าว่า นินทา ให้ร้ายใครให้ได้ยิน 99
๕๒ สิงหาคม ๒๕๓๓ กัลยาณมิตร