อธิปไตยในธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 8 หน้า 113
หน้าที่ 113 / 128

สรุปเนื้อหา

สันนิวาสนี้กว้างใหญ่และในโลกสันนิวาส อันกว้างใหญ่นี้ สมณพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ ได้ทิพยจักษุ รู้จิตใจของผู้อื่นก็มีอยู่มาก เทวดาผู้มีฤทธิ์ได้ทิพยจักษุเป็นต้นก็มีอยู่ หากเราประพฤติตนเกลือกกลั้วด้วย ธนาคาริกมุนีแล้ว ยังเกลือกกลั้วด้วย อกุศลธรรม อันตรธานแห่งพระสัทธรรม ธัมมาธิปไตย - “เมื่อภิกษุปรารภเช่นนี้แล้ว ละ อกุศลกรรม ประพฤติอบรมกุศลธรรม อย่างนี้เรียกว่า โลกาธิปไตย “ส่วนภิกษุผู้ปรารภว่า พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว มีผล ในปัจจุบัน ให้ผลทุกกาล ทุกสมัย ฯลฯ เราบวชแล้วในธรรมวินัยอันพระผู้มีพระ ภาคตรัสไว้ดีแล้วนั้น ไม่ควรเป็นผู้เกียจ คร้าน ไม่ควรอยู่ด้วยความประมาท จึง ปรารภความเพียรละอกุศลธรรม อบรม กุศลธรรม อย่างนี้เรียกว่าธัมมาธิปไตย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสต่อไปว่า “ความลับของผู้ทำบาปในโลกนี

หัวข้อประเด็น

- อธิปไตยในธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สันนิวาสนี้กว้างใหญ่และในโลกสันนิวาส อันกว้างใหญ่นี้ สมณพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ ได้ทิพยจักษุ รู้จิตใจของผู้อื่นก็มีอยู่มาก เทวดาผู้มีฤทธิ์ได้ทิพยจักษุเป็นต้นก็มีอยู่ หากเราประพฤติตนเกลือกกลั้วด้วย ธนาคาริกมุนีแล้ว ยังเกลือกกลั้วด้วย อกุศลธรรม อันตรธานแห่งพระสัทธรรม ธัมมาธิปไตย - “เมื่อภิกษุปรารภเช่นนี้แล้ว ละ อกุศลกรรม ประพฤติอบรมกุศลธรรม อย่างนี้เรียกว่า โลกาธิปไตย “ส่วนภิกษุผู้ปรารภว่า พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว มีผล ในปัจจุบัน ให้ผลทุกกาล ทุกสมัย ฯลฯ เราบวชแล้วในธรรมวินัยอันพระผู้มีพระ ภาคตรัสไว้ดีแล้วนั้น ไม่ควรเป็นผู้เกียจ คร้าน ไม่ควรอยู่ด้วยความประมาท จึง ปรารภความเพียรละอกุศลธรรม อบรม กุศลธรรม อย่างนี้เรียกว่าธัมมาธิปไตย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสต่อไปว่า “ความลับของผู้ทำบาปในโลกนี้ ส่วนมูลเหตุให้พระสัทธรรมดำรง ภิกษุทั้งหลาย อัตตาธิปไตยคือ ไม่มี ตนเองนั้นแหละย่อมรู้ว่าเป็นความ อยู่ยั่งยืนนานก็มีนัยตรงกันข้ามกับสาเหตุ อย่างไร? คือภิกษุในธรรมวินัยนี้อยู่ป่าก็ จริงหรือความเท็จ ตนเองย่อมเป็นพยาน ให้พระสัทธรรมเสื่อมอันตรธาน” ดี อยู่โคนไม้ก็ดี อยู่ในที่ห่างไกลจาก ของตนเอง ผู้ที่ปกปิดบาปอันมีในตน “พระคุณเจ้า บุคคลทำความดี บ้านเรือนก็ดี ปรารภว่าเราออกบวชมิใช่ แม้ปกปิดเพียงใด เทวดาและพระตถาคต เพื่ออะไร?” “ขอถวายพระพร คนทำความดี เพราะปรารภเหตุหลายอย่าง แต่ที่ดีที่สุด เพราะมุ่งหวังปัจจัย ๔ หรือเพื่อความ เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เพราะปรารภว่า เราแลถูกความเกิด ความแก่ ความตาย คือทำความดี เพื่อความดี ประพฤติ และทุกข์นานาประการท่วมทับแล้วไฉน ธรรมเพื่อรักษาธรรมไว้ เพื่อให้ธรรม หนอจะทำลายกองทุกข์เสียได้ อยู่คุ้มครองโลกต่อไป” หรือสมณพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ก็ย่อมเห็นว่า บุคคลผู้นั้นเป็นคนพาล ประพฤติอกุศล กรรม ฯลฯ” สรุปให้สั้นว่า ปรารภตนแล้วเว้น ชั่ว ประพฤติดี เป็นอัตตาธิปไตย ปรารภ “ภิกษุปรารภตนเองเช่นนี้แล้ว สมณพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ในโลกแล้วเว้น ละอกุศล บำเพ็ญกุศลธรรม ละธรรมที่ “มหาบพิตร อธิปไตย ๓ อัน พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้แล้วแก่ภิกษุ มีโทษ อบรมธรรมอันไม่มีโทษ บริหาร ทั้งหลาย ดังนี้ ตนให้บริสุทธิ์อยู่ อย่างนี้เรียกว่า อัตตา “ภิกษุทั้งหลาย อธิปไตยมี ๓ ธิปไตย อย่างคือ อัตตาธิปไตย ๑ โลกาธิปไตย “ส่วนภิกษุผู้พิจารณาว่า โลก ชั่วประพฤติดี เป็นโลกาธิปไตย ปรารภ ธรรมแล้วเว้นชั่ว ประพฤติดี เป็นสัม มาธิปไตย อ่านต่อฉบับหน้า กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More