ข้อความต้นฉบับในหน้า
บางอย่างที่ไม่เสียหายมากนัก แต่เด็กอาจจะทำโดย
เหตุบังเอิญ เราก็ควรจะเฉยๆ และดูอยู่ห่างๆ ไม่ใช่ว่า
จะคอยไป จนทำให้เด็กกลายเป็นคนที่หวาด
ระแวงและไม่มีความมั่นใจไป
หากท่านเจอปัญหาพฤติกรรมที่ท่านต้องการแก้ไข
เช่น เด็กนอนกลิ้งกับพื้นในห้างสรรพสินค้า ก่อนอื่น
ท่านต้องมีสติ ควบคุมอารมณ์โมโห ต้องเข้าใจว่าเด็ก
ทำเพียงเพราะอยากได้ของ โดยคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่
สุดที่เคยใช้ได้ผลมา โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นผลเสียแก่ตนเอง
มากกว่าผลดี
ท่านควรพูด อธิบายเหตุผลตามความเป็นจริงที่
ท่านไม่ซื้อของให้ ซึ่งย่อมมีความแตกต่างกันไปในแต่ละ
ครอบครัว บางครอบครัวเห็นว่าเป็นของแพงเกินไป
ในขณะที่อีกครอบครัวอาจเห็นเป็นของเล่นอันตราย
โปรดจำไว้ว่าอย่าให้เหตุผลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
อาจจะทำให้เด็กจับได้ และไม่มีความเชื่อถือในตัวท่าน
เมื่อเด็กไม่ยอมรับฟังคำอธิบาย เพราะอาจจะ
เคยทำมาหลายหนแล้ว ในที่สุดก็ได้ของสมใจ คราวนี้
ท่านต้องอย่าใจอ่อนอีกเป็นอันขาด มิฉะนั้นจะต้องใจ
อ่อนอีกไปตลอดชีวิต ควรตกลงกับเด็กว่า หากเขาไม่
เงียบ ต่อไปอาจจะไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้อีก เป็นเวลา ๑
เดือน จำไว้เสมอว่าอย่าพูดกับเด็กด้วยวาจาที่แสดงอาการ
ขู่หรือพูดด้วยความโมโห และอย่าไปต่อล้อต่อเถียงกับ
เด็กเด็ดขาด ท่านไม่ใช่คู่ปรับกับเด็กนะครับ
ที่สําคัญอย่าขู่เด็กด้วยความรักของท่าน เช่น
“หากลูกยังดื้ออยู่ แม่จะไม่รักลูกนะ” และ อย่าตำหนิ
ตัวของลูก เช่น “แกเป็นคนไม่ดี” ขอให้ว่ากล่าวเฉพาะ
พฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกเท่านั้น
เด็กบางคนจนถึงขั้นนี้แล้ว ก็ยังดื้ออยู่ บางทีพ่อ
แม่ถึงกับลงไม้ลงมือกันทีเดียว แต่ใช่ว่าจะได้ผล แถม
ลงท้ายทั้งพ่อแม่และเด็ก ต่างฝ่ายต่างช้ำใจ อย่างนี้ถึง
ตีไปก็ไม่ได้ประโยชน์
ตามหลักจิตวิทยาแล้ว เพียงแค่พ่อแม่ไม่สนใจ
ในพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็ก หรือเพียงแต่พ่อแม่แสดง
กิริยาอาการไม่ชอบใจ เด็กจะเรียนรู้และไม่อยากทำ
พฤติกรรมดังกล่าวอยู่แล้ว ไม่ต้องถึงกับลงมือตีกันหรอก
ครับ ดังนั้นหากเด็กยังร้องกลิ้งอยู่อย่างนั้น ควรจะอุ้ม
พาออกจากห้างนั้นเสีย แล้วไปพูดตกลงกันด้วยความรัก
ต่อที่บ้าน แค่นี้คราวหน้าเด็กจะไม่ทำอีกแล้ว เพราะรู้
แล้วว่าทำไปก็ไม่ได้ผล
ท่านผู้อ่านที่รักครับ ที่ผมคุยมาเป็นเพียงหลัก
การคร่าวๆ เท่านั้น รายละเอียดปลีกย่อยยังมีอีกมาก
มายนัก เพราะจิตใจคนนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและ
ลึกซึ้งยิ่ง เดือนสิงหาคมนี้ คงทำให้ท่านทั้งหลายระลึก
ถึงพระคุณของแม่ ผู้ให้กำเนิดเรามาและอบรมสั่งสอน
ให้เป็นคนที่มีวินัย มีคุณภาพ เป็นสมบัติของประเทศ
ชาติทุกวันนี้ วันคล้ายวันเกิดของคุณแม่ผม อยู่ในเดือน
สิงหาคมเช่นกัน บทความเรื่องที่เขียนนี้ ทำให้ผมรัก
แม่มากขึ้นไปอีก หากไม่มีแม่ผมคงไม่ได้เกิดมาพบธรรมะ
เป็นสมบัติพระพุทธศาสนา เช่นวันนี้
ท่านผู้อ่านที่เป็นพ่อแม่ทุกท่านครับ ผมอยากให้
ลูกท่านรักท่านเหมือนผมรักแม่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการ
เลี้ยงดูของท่านเอง ยังไม่มีลูกคนไหนที่ไม่รักพ่อแม่
เพียงแต่ว่าพ่อแม่นั้น ยังไม่สามารถทำให้ลูกรักได้
ต่างหากล่ะครับ...
กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๗ ๖๗