ลูกสาวคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 8 หน้า 57
หน้าที่ 57 / 128

สรุปเนื้อหา

ลูกสาวคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด เพราะไม่ยอมย้าย ได้ ไม่เคยเห็นแม่ด่าว่า นินทา ให้ร้ายใครให้ได้ยิน ไปตั้งรกรากที่กรุงเทพฯเช่นคนอื่นๆ เป็นคนเอาใจใส่ หากใครในบ้านทำเช่นนั้นให้เห็น แม่จะปรามทันที ดูแล ป้อนข้าว ป้อนน้ำ ประคองให้ลุกขึ้นสวดมนต์ ด้วยถ้อยคำง่ายๆ ทำสมาธิเมื่อแม่ปรารถนา เหตุผลที่ทุกคนให้คือว่า “ตัวเราไม่มีข้อผิดหรือไร ถึงได้ไปว่าคนอื่น ถ้าแม่ไปอยู่โรงพยาบาลด้วยอาการหอบๆ เพลียๆ เขา” หรือไม่ก็ “รักตัวไว้ก่อนเถิดหนา แล้วค่อยไปว่าคนอื่น” เช่นนี้แพทย์คงต้องรักษาอย่างเต็มที่ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเมื่ออยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต แพทย์จะ ต้องทำทุกอย่างที่จะยื้อยุดฉุดชีวิตเอาไว้ ไม่ว่าจะ เจาะข้างบน เจาะข้างล่าง เจาะแขนเจาะขา ซ้ำ บางครั้งต้องมัดมือมัดเท้าเอาไว้กันมิให้ดิ้น มิฉะนั้น เข็ม และอุปกร

หัวข้อประเด็น

- ลูกสาวคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ลูกสาวคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด เพราะไม่ยอมย้าย ได้ ไม่เคยเห็นแม่ด่าว่า นินทา ให้ร้ายใครให้ได้ยิน ไปตั้งรกรากที่กรุงเทพฯเช่นคนอื่นๆ เป็นคนเอาใจใส่ หากใครในบ้านทำเช่นนั้นให้เห็น แม่จะปรามทันที ดูแล ป้อนข้าว ป้อนน้ำ ประคองให้ลุกขึ้นสวดมนต์ ด้วยถ้อยคำง่ายๆ ทำสมาธิเมื่อแม่ปรารถนา เหตุผลที่ทุกคนให้คือว่า “ตัวเราไม่มีข้อผิดหรือไร ถึงได้ไปว่าคนอื่น ถ้าแม่ไปอยู่โรงพยาบาลด้วยอาการหอบๆ เพลียๆ เขา” หรือไม่ก็ “รักตัวไว้ก่อนเถิดหนา แล้วค่อยไปว่าคนอื่น” เช่นนี้แพทย์คงต้องรักษาอย่างเต็มที่ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเมื่ออยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต แพทย์จะ ต้องทำทุกอย่างที่จะยื้อยุดฉุดชีวิตเอาไว้ ไม่ว่าจะ เจาะข้างบน เจาะข้างล่าง เจาะแขนเจาะขา ซ้ำ บางครั้งต้องมัดมือมัดเท้าเอาไว้กันมิให้ดิ้น มิฉะนั้น เข็ม และอุปกรณ์ต่างๆ จะทำร้ายให้ยิ่งเจ็บหนักไป กว่านี้ แล้วในที่สุด แม่ก็จะต้องตายไปอย่างเดียว ดาย เพราะเมื่ออยู่ในห้องคนไข้หนัก ลูกจะเข้าแวด ล้อมอยู่ตลอดเวลาก็ไม่ได้ แม่แม้อยากจะหมดลม บางทีก็ยังไม่ได้ เพราะกรรมวิธีรักษาปัจจุบันสามารถ ชลอลมหายใจ ยื้อแย่งกับมัจจุราชได้นานพอสมควร แต่วิธีรักษาของบ้านนี้ เป็นไปอย่างพร้อมสรรพ ทั้งตัวแม่เอง และลูกหลาน แม่....เมื่อล่วงเข้าสู่วัยสี่สิบแล้ว ก็ได้เตรียมตัว รอรับความตายเสียแต่เนิ่นๆ ด้วยการไปวัดฟังธรรม ทำสมาธิทุกวันอุโบสถ วันปรกติก็ไม่ละเลย คือทำ สมาธิเป็นนิจที่บ้าน ส่วนเรื่องการทำทานใส่บาตรนั้น เป็นสิ่งที่ทำมาตลอดเวลาไม่เคยหยุด ตั้งแต่ลูกหลาน เริ่มจำความได้ หรือ “ใจข้างในของใครเราไม่อาจรู้ อย่าเที่ยวทำ เหมือนไปดูใจเขาได้” ดังนั้น เมื่ออายุยิ่งล่วงเลย แม่เลยยิ่งเป็นที่รัก ที่ยำเกรงของใครต่อใคร ทั้งที่มิใช่คฤหบดีผู้มั่งคั่งที่ สุดของหมู่บ้าน ลูกของแม่มิใช่นักการค้า นักการ เมือง นักการทหาร หรือข้าราชการใหญ่โต แต่ไม่ ว่าจะปรามอะไร ใคร ๆ จะพากันฟัง เมื่อใครมีเรื่อง ตัดสินใจไม่ได้จะพากันมาหาแม่ และถึงแม้ลูกของ แม่จะไม่อยู่ปรนนิบัติได้ทุกคน แม่ก็ไม่แล้งคนรักษา เพราะคนแถวนั้นเกรงว่าจะเสียแม่ไป เสียดายว่าไม่ มีใครเป็นหลักใจให้ต่อ เลยพากันแวะเวียนมาให้ ความชื่นใจอยู่ไม่เว้น แต่อะไรเล่าจะมาเก่งเท่า แก่ เจ็บ ตาย ในที่ สุดแม่ก็งอมมากขึ้นๆ ไม่ผิดอะไรกับใบไม้ ผลไม้ ที่ แก่จัดจนขั้วล่อนหลุดปลิวจากต้นจากกิ่ง ประหลาด ก็ตรงที่ ไม่เคยมีสักทีที่จะหลงเลือน ไม่เคยมีสักครั้ง ที่จะจำใครไม่ได้ ซ้ำยังไม่เคยมีอาการทุรนทุรายจาก สิ่งที่เป็นความภูมิใจของลูกหลานไม่ใช่ทรัพย์ อาการไข้อย่างใดเลย สินสมบัติ แต่กลับเป็นความชื่นใจที่ตั้งแต่จำความ แม่จึงเป็นสักขีพยานแห่งความดี ด้วยตลอด แต่อะไรเล่าจะมาเก่งเท่า แก่ เจ็บ ตาย ในที่สุดแม่ก็งอมมากขึ้นๆ ไม่ผิดอะไรกับใบไม้ ผลไม้ ที่แก่จัดจนขั้วล่อนหลุดปลิวจากต้นจากกิ่ง กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๓ ๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More