ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภ
าพตอนที่ ๑๓
อยู่ริมประตูทางเข้าพระที่นั่งทรงผนวช
จ.ศ.๑๒๓๓ เท่ากับ วันเสาร์ที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๑๔ รวม
หากเราเดินเข้าทางนี้ก็จะอยู่บนผนังซ้ายมือ จิตรกร เวลาไป-มา ๓๘ วัน นับเป็นการเสด็จต่างประเทศครั้งแรก
วาดเป็นฉากการแต่งซุ้มไฟในพระบรมมหาราชวัง มองทาง
ครั้งที่ ๒ เสด็จฯเยือนพม่ากับอินเดีย ออกจากกรุง
ซีกซ้ายจะเห็นพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย หน้าประตูทางเข้า เทพฯ วัน ๗ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน 5 ปีมะแม จ.ศ.๑๒๓๓ เท่า
พระที่นั่งมีซุ้มไฟซุ้มหนึ่งประดับธงช้างหลายผืน ถัดขึ้นไป กับวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕
เล็กน้อยมีซุ้มไฟอีกซุ้มหนึ่งซึ่งแลเห็นค่อนข้างเด่น บนซุ้ม กลับถึงกรุงเทพฯ วัน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก
นั้นทำเป็นตราพระเกี้ยวบนพานซึ่งเป็นตราประจำพระองค์ ยังเป็นตรีศก เท่ากับวันเสาร์ที่ ๑๖ มีนาคม ค.ศ.๑๘๙๒ พ.ศ.
ร.๕ ใต้ซุ้มมีชายสองคนแต่งตัวดีคือนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อ
แขนยาว สวมหมวก ถือไม้เท้ากำลังยืนสนทนากัน ส่วน
ภาพครึ่งบนก็วาดเป็นซุ้มไฟและโต๊ะบูชาต่างๆ พร้อมคนดู
หญิงชายหลายกลุ่ม บนท้องถนนและหน้าอาคาร
ภาพดังกล่าว ทางวัดมีความว่าเป็นตอนรับเสด็จ ร.๕
ซึ่งพึ่งกลับจากเสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ (หมายถึง
สิงคโปร์ ชวา-เอนก) ส่วนอาจารย์จุลทัศน์ตีความว่า เป็น
ตอนแต่งประทีปในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ร.๕
หลังเสด็จกลับจากสิงคโปร์ และปัตตาเวีย (ในเกาะชวา) แล้ว
๔-๕ เดือน
การเสด็จต่างประเทศของรัชกาลที่ ๕ เมื่อต้นรัชกาล
มี ๒ ครั้งคือ แรกสุดเสด็จสิงค์โปร์กับปัตตาเวีย ออกจาก
เมื่อวันที่ ๕ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเมีย พ.ศ.
๑๒๓๒ ผู้เขียนคำนวณได้เท่ากับวันพฤหัสบดีที่ ๙ มีนาคม
กรุงเทพฯ
ค.ศ.๑๘๗๑ หรือ พ.ศ.๒๔๑๔
กลับถึงกรุงเทพฯ วัน ๗ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะแม
๒๕๑๕ รวมเวลาไป-มา ๙๒ วัน
๕
ที่ผู้เขียนพยายามเทียบวันออกมาเป็นทางสุริยคติและ
ใส่ ค.ศ. ด้วยก็เพื่อทำให้เข้าใจง่ายขึ้น เพราะหากท่านอ่าน
หนังสือเล่มอื่นๆ จะพบว่าปีเสด็จครั้งแรกยังเป็น พ.ศ.๒๕๑๓
นั่นคือนับแบบไทย เปลี่ยนปีใหม่เอาเดือนเมษายน ถ้าไม่
พิจารณาให้ดีจะหลงทาง หลงปี และสับสน
ทราบเรื่องปีเสด็จต่างประเทศแล้ว ต่อไปต้องทราบว่า
ร.๕ ทรงพระราชสมภพเมื่อวันอังคารเดือน ๑๐ แรม ๓ ค่า
ปีฉลู จ.ศ.๑๒๑๕ เท่ากับวันอังคารที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ.
๒๓๙๖ การเฉลิมพระชนมพรรษาอยู่ในช่วงวันที่ ๒๐ - ๒๑
จากนี้ให้อ่านหนังสือ จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน
ในรัชกาลที่ 4 ซึ่งอ้างถึงมาหลายตอนแล้วอีก จะพบว่าหลัง
เสด็จกลับทั้งสองครั้ง หนังสือบอกว่ามีการรื่นเริงรับเสด็จ
จุดประทีปทั่วพระนครอย่างนักขัตฤกษ์สงกรานต์ต่ออีก ๕ วัน
ในช่วงนั้นเลย (ดูหน้า ๘๒ การรับเสด็จครั้งแรก กับหน้า
การรับเสด็จครั้งที่สอง ครั้งนี้มีการอ้างข้างในหนังสือ
อาก
ภาพที่ 6 (ภาพวาดตอนที่ ๑๓)
อยู่ริมประตูทางเข้าพระที่นั่งทรงผนวช
การแต่งซุ้มไฟในพระบรมมหาราชวัง
เม้ย พ.ศ.๒๔๑๔
กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๓ ๕๒