การแต่งซุ้มไฟในพระบรมมหาราชวัง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 8 หน้า 93
หน้าที่ 93 / 128

สรุปเนื้อหา

ภ าพตอนที่ ๑๓ อยู่ริมประตูทางเข้าพระที่นั่งทรงผนวช จ.ศ.๑๒๓๓ เท่ากับ วันเสาร์ที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๑๔ รวม หากเราเดินเข้าทางนี้ก็จะอยู่บนผนังซ้ายมือ จิตรกร เวลาไป-มา ๓๘ วัน นับเป็นการเสด็จต่างประเทศครั้งแรก วาดเป็นฉากการแต่งซุ้มไฟในพระบรมมหาราชวัง มองทาง ครั้งที่ ๒ เสด็จฯเยือนพม่ากับอินเดีย ออกจากกรุง ซีกซ้ายจะเห็นพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย หน้าประตูทางเข้า เทพฯ วัน ๗ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน 5 ปีมะแม จ.ศ.๑๒๓๓ เท่า พระที่นั่งมีซุ้มไฟซุ้มหนึ่งประดับธงช้างหลายผืน ถัดขึ้นไป กับวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ เล็กน้อยมีซุ้มไฟอีกซุ้มหนึ่งซึ่งแลเห็นค่อนข้างเด่น บนซุ้ม กลับถึงกรุงเทพฯ วัน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก นั้นทำเป็นตราพระเกี้ยวบนพานซึ่งเป็นตราประจำพระองค์ ยังเป็นตรีศก เท่ากับวันเสาร์ที่ ๑๖ มีนาคม ค.

หัวข้อประเด็น

- การแต่งซุ้มไฟในพระบรมมหาราชวัง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ภ าพตอนที่ ๑๓ อยู่ริมประตูทางเข้าพระที่นั่งทรงผนวช จ.ศ.๑๒๓๓ เท่ากับ วันเสาร์ที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๑๔ รวม หากเราเดินเข้าทางนี้ก็จะอยู่บนผนังซ้ายมือ จิตรกร เวลาไป-มา ๓๘ วัน นับเป็นการเสด็จต่างประเทศครั้งแรก วาดเป็นฉากการแต่งซุ้มไฟในพระบรมมหาราชวัง มองทาง ครั้งที่ ๒ เสด็จฯเยือนพม่ากับอินเดีย ออกจากกรุง ซีกซ้ายจะเห็นพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย หน้าประตูทางเข้า เทพฯ วัน ๗ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน 5 ปีมะแม จ.ศ.๑๒๓๓ เท่า พระที่นั่งมีซุ้มไฟซุ้มหนึ่งประดับธงช้างหลายผืน ถัดขึ้นไป กับวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ เล็กน้อยมีซุ้มไฟอีกซุ้มหนึ่งซึ่งแลเห็นค่อนข้างเด่น บนซุ้ม กลับถึงกรุงเทพฯ วัน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีวอก นั้นทำเป็นตราพระเกี้ยวบนพานซึ่งเป็นตราประจำพระองค์ ยังเป็นตรีศก เท่ากับวันเสาร์ที่ ๑๖ มีนาคม ค.ศ.๑๘๙๒ พ.ศ. ร.๕ ใต้ซุ้มมีชายสองคนแต่งตัวดีคือนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อ แขนยาว สวมหมวก ถือไม้เท้ากำลังยืนสนทนากัน ส่วน ภาพครึ่งบนก็วาดเป็นซุ้มไฟและโต๊ะบูชาต่างๆ พร้อมคนดู หญิงชายหลายกลุ่ม บนท้องถนนและหน้าอาคาร ภาพดังกล่าว ทางวัดมีความว่าเป็นตอนรับเสด็จ ร.๕ ซึ่งพึ่งกลับจากเสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ (หมายถึง สิงคโปร์ ชวา-เอนก) ส่วนอาจารย์จุลทัศน์ตีความว่า เป็น ตอนแต่งประทีปในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ร.๕ หลังเสด็จกลับจากสิงคโปร์ และปัตตาเวีย (ในเกาะชวา) แล้ว ๔-๕ เดือน การเสด็จต่างประเทศของรัชกาลที่ ๕ เมื่อต้นรัชกาล มี ๒ ครั้งคือ แรกสุดเสด็จสิงค์โปร์กับปัตตาเวีย ออกจาก เมื่อวันที่ ๕ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเมีย พ.ศ. ๑๒๓๒ ผู้เขียนคำนวณได้เท่ากับวันพฤหัสบดีที่ ๙ มีนาคม กรุงเทพฯ ค.ศ.๑๘๗๑ หรือ พ.ศ.๒๔๑๔ กลับถึงกรุงเทพฯ วัน ๗ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะแม ๒๕๑๕ รวมเวลาไป-มา ๙๒ วัน ๕ ที่ผู้เขียนพยายามเทียบวันออกมาเป็นทางสุริยคติและ ใส่ ค.ศ. ด้วยก็เพื่อทำให้เข้าใจง่ายขึ้น เพราะหากท่านอ่าน หนังสือเล่มอื่นๆ จะพบว่าปีเสด็จครั้งแรกยังเป็น พ.ศ.๒๕๑๓ นั่นคือนับแบบไทย เปลี่ยนปีใหม่เอาเดือนเมษายน ถ้าไม่ พิจารณาให้ดีจะหลงทาง หลงปี และสับสน ทราบเรื่องปีเสด็จต่างประเทศแล้ว ต่อไปต้องทราบว่า ร.๕ ทรงพระราชสมภพเมื่อวันอังคารเดือน ๑๐ แรม ๓ ค่า ปีฉลู จ.ศ.๑๒๑๕ เท่ากับวันอังคารที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๓๙๖ การเฉลิมพระชนมพรรษาอยู่ในช่วงวันที่ ๒๐ - ๒๑ จากนี้ให้อ่านหนังสือ จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ในรัชกาลที่ 4 ซึ่งอ้างถึงมาหลายตอนแล้วอีก จะพบว่าหลัง เสด็จกลับทั้งสองครั้ง หนังสือบอกว่ามีการรื่นเริงรับเสด็จ จุดประทีปทั่วพระนครอย่างนักขัตฤกษ์สงกรานต์ต่ออีก ๕ วัน ในช่วงนั้นเลย (ดูหน้า ๘๒ การรับเสด็จครั้งแรก กับหน้า การรับเสด็จครั้งที่สอง ครั้งนี้มีการอ้างข้างในหนังสือ อาก ภาพที่ 6 (ภาพวาดตอนที่ ๑๓) อยู่ริมประตูทางเข้าพระที่นั่งทรงผนวช การแต่งซุ้มไฟในพระบรมมหาราชวัง เม้ย พ.ศ.๒๔๑๔ กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๓ ๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More