ข้อความต้นฉบับในหน้า
โลกียชนได้ จึงได้ชื่อว่าโคตรภู่ นิพพุติ เจตโส โหติ สาสนฺติ นิพ
ระหว่างปุถุชนกับพระอริยะต่อกันถ้า พานมีติ มุจจเร ความหมดจด
เข้าถึงโคตรภูแล้ว ที่จะเป็นโสดาก็ ความปลอดจากกิเลสทั้งหลายแล้ว
เป็นไป ที่จะกลับมาเป็นปุถุชนก็กลับ ย่อมดับจากทุกข์ทั้งหลายเสียได้
ที่จะเป็นโสดาก็ถึงนั้นก่อน ทุกข์เหล่านั้นดับไปแล้ว จิตก็สงบ
หลุดไปจากทุกข์ทั้งหมด
กลาย
จึงจะเป็นไปได้
เมื่อรู้จักหลักอันนี้นี่แหละท่าน นิพพานมีติ มุจจเร นัก
ปราชญ์กล่าวว่า เป็นความดับ คือ
ธมฺเม ธัมมานุวัตติโน เต ชนา
ปร์เมสฺสนฺติ มาเธย์ สุทุตตร์ กณห์
ธมฺม วิปปหาย สุกก์ ภาเวถ ปณฺฑิ
โต ก็ชนเหล่าใดประพฤติตามธรรม
ในธรรมที่พระตถาคตเจ้ากล่าวแล้ว
ชนทั้งหลายเหล่านั้นจักถึงฝั่ง คือ
นิพพาน อันเป็นที่ตั้งอันล่วงเสียซึ่ง
วัฏฏะ อันเป็นที่ตั้งของมัจจุ ฝั่งที่
จึงได้วางบาลีว่า ผู้ใดเห็นตามปัญญา
ว่าธรรมทั้งหลายไม่ใช่ตัว เหมือน นิพพาน แต่ว่าความสงบนี้เป็นต้น
ล่วงเสียซึ่งวัฏฏะ อันเป็นที่ตั้งของ
ธรรมทั้งสิ้นไม่ใช่ตัว เมื่อนั้นย่อม
ของมรรคผลนิพพานทีเดียว ถ้าเข้า
มัจจุสุดจะข้ามได้ คือนิพพานนั่นเอง
ชนทั้งหลายเหล่านั้น จักถึงซึ่งฝั่ง
ภัยในความตายทีเดียว ไอ้กาลเวลาผ่านไป
ราตรีล่วงไป ชั้นของวัยละลำดับไปนั้น
เป็นภัยในความตายเชียวนะ ตัวตายทีเดียว
ไม่ใช่ตัวอื่นละ
เหนื่อยหน่ายในทุกข์ไม่ใช่ตัวแล้วจะ ความหยุดความสงบไม่ได้ บรรลุ
ไปเพลินอะไรกับมันเล่า มันของยืม
เขามาหลอก ๆ ลวง ๆ อยู่อย่างนี้
เพลินไม่สนุก ปล่อยมัน อ้ายที่
ปล่อยไม่ได้ ก็เข้าใจว่าตัวเป็นของตัว
จงปล่อยมัน เมื่อปล่อยแล้วนั่นแหละ
หนทางหมดจดวิเศษ หนทาง บริสุทธิ์
มรรคผลไม่ได้ ความหยุดความสงบ
เป็นเบื้องต้นมรรคผลนิพพานทีเดียว
จะไปนิพพานได้ต้องไปทางนี้ มี
ทางเดียวทางสงบอันเดียวกันนี้แหละ
ท่านจึงได้ยืนยันต่อไปว่า นตฺถิ สนฺติ
ปรี สุข สุขอื่นนอกจากหยุดจากนิ่ง
ทีเดียว นั้นเป็นหนทางบริสุทธิ์แท้ๆ ไม่มีหยุดนิ่งกันให้หมดทั้งสากลโลก
วิสุทธิ์ สพฺพเกลเสหิ วิสุทธิ อตฺถ
อญฺญาย สาธุ ปฏิปชเชถ เมื่อ
หมดจดจากกิเลสทั้งหลายได้แล้ว
วิสุทธิ์ สพพเกลเสหิ โหติ ทุกเข
ไม่เอาธุระ นั่นเป็นทางบริสุทธิ์ นั่น
เป็นทางไปสู่มรรคผลนิพพานแท้ ๆ
รู้แน่เช่นนี้แล้ว ย่อสั้นลงไป ท่านจึง
ได้ยืนยันว่า เย จ โข สมุมทุกขาตา
อันล่วงเสียซึ่งวัฏฏะ อันเป็นที่ตั้งแห่ง
ปัจจุ สุทุตตร์ แสนยากที่จะข้ามได้
ในสากลโลกที่จะข้ามไปถึงฝั่งนิพพาน
นะ แสนยาก ไม่ใช่เป็นของง่ายเลย
พระพุทธเจ้าท่านสร้างบารมี
๔ อสงไขยแสนกัลป์ ๔ อสงไขย
แสนกัลป์ ๑๖ อสงไขยแสนกัลป์
จึงจะข้ามวัฏฏสงสารได้ ถ้าคนข้าม
ได้บ้าง ก็แสนยากที่ข้ามได้ ท่านจึง
ได้วางตำราไว้เป็นเนติแบบแผนไป
เป็นลำดับๆ ไปว่า สทฺธาย จ สีเลน
จ ยา ปวตฺตติ ปญฺญาย จาเคน สุ
เตน จูภย์ สาตาทิ สีสี ลภตี อุป
ปาติกา อาทิตย์ สารมีเทว อตฺตโน
แต่ว่าในท้ายพระคาถา บัณฑิตผู้มี
ปัญญาละธรรมดำเสีย ไม่ประพฤติ
เลยทีเดียว ยังธรรมขาวให้เจริญขึ้น
เด็ดขาดลงไป เหมือนภิกษุ สามเณร
อุบาสกอุบาสิกา พอบวชเป็นพระ
เป็นเณร ความชั่วขาดจากใจ ไม่
ทำเลย ถ้าว่าชีวิตตายเป็นตายกัน
ชีวิตจะดับ ดับไป ทำความดีร่ำไป
มกราคม ๒๕๓๘
กัลยาณมิตร
๑๖