เรื่องราวของพระเจ้ามหาสีลวราช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 1 หน้า 94
หน้าที่ 94 / 128

สรุปเนื้อหา

สมบัติในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เสด็จอุบัติขึ้น พระญาติได้ทรงตั้งพระนามว่า สีลวกุมาร เมื่อ พระราชบิดาสวรรคต ก็ครองราชสมบัติ ทรงพระ นามว่า “มหาสีลวราช” พระองค์รับสั่งให้สร้างโรงทาน ทรงรักษาศีล มีพระขันติ พระเมตตาและพระ กรุณาทรงครองราชย์โดยธรรม ไม่มีจะกินจึงปล้น พระราชารับสั่งว่า "เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่าไม ไม่มาหาเรา ต่อไปนี้อย่าทำเช่นนี้อีก” พระราชาพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ แก่คนเหล่านั้น แล้วปล่อยตัวไป คนเหล่านั้นจึงไป กราบทูลพระเจ้าโกศล พระเจ้าโกศลจึงทรงทราบว่า พระราชาทรงตั้งอยู่ในธรรม จึงทรงยกทัพเสด็จออก ไปหมายพระทัยว่าจะยึดราชสมบัติเมืองพาราณสี ในครั้งนั้น พระเจ้าพาราณสี มีนักรบผู้ยิ่ง ต่อมามีอำมาตย์ผู้หนึ่ง ละลาบละล้วงเข้า ไปในเขตพระราชฐาน อำมาตย์ทั้งหลายพากัน กราบทูลให้พระราชาทรงทราบ พระอ

หัวข้อประเด็น

- เรื่องราวของพระเจ้ามหาสีลวราช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมบัติในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เสด็จอุบัติขึ้น พระญาติได้ทรงตั้งพระนามว่า สีลวกุมาร เมื่อ พระราชบิดาสวรรคต ก็ครองราชสมบัติ ทรงพระ นามว่า “มหาสีลวราช” พระองค์รับสั่งให้สร้างโรงทาน ทรงรักษาศีล มีพระขันติ พระเมตตาและพระ กรุณาทรงครองราชย์โดยธรรม ไม่มีจะกินจึงปล้น พระราชารับสั่งว่า "เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่าไม ไม่มาหาเรา ต่อไปนี้อย่าทำเช่นนี้อีก” พระราชาพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ แก่คนเหล่านั้น แล้วปล่อยตัวไป คนเหล่านั้นจึงไป กราบทูลพระเจ้าโกศล พระเจ้าโกศลจึงทรงทราบว่า พระราชาทรงตั้งอยู่ในธรรม จึงทรงยกทัพเสด็จออก ไปหมายพระทัยว่าจะยึดราชสมบัติเมืองพาราณสี ในครั้งนั้น พระเจ้าพาราณสี มีนักรบผู้ยิ่ง ต่อมามีอำมาตย์ผู้หนึ่ง ละลาบละล้วงเข้า ไปในเขตพระราชฐาน อำมาตย์ทั้งหลายพากัน กราบทูลให้พระราชาทรงทราบ พระองค์ทรงจับ อำมาตย์นั้นด้วยพระองค์เอง แล้วรับสั่งกับเขาว่า ใหญ่อยู่ประมาณหนึ่งพันนาย ล้วนแต่กล้าหาญ “เจ้าทำผิดอย่างมาก ไม่สมควรอยู่ในแคว้นของเรา ใคร ๆ ไม่อาจทำลายได้ นับรบเหล่านั้นทราบข่าว จงขนเงินทอง พาลูกเมียไปอยู่ที่อื่น” ว่า พระเจ้าโกศลทรงยกทัพมา จึงชวนกันเข้าเฝ้า อำมาตย์ผู้นั้นจึงไปอยู่ที่แคว้นโกศลเข้ารับ พระราชากราบทูลว่า ราชการจนได้เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของพระ ราชาแห่งแคว้นโกศล “ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต ออกไปจับพระเจ้าโกศลมา วันหนึ่งอำมาตย์ผู้นั้น ได้กราบทูลพระเจ้า ฆ่าเสีย มิให้เข้ามาในพระนครได้” โกศลว่า “ขอเดชะราชสมบัติในกรุงพาราณสี เปรียบ พระเจ้าพาราณสีดำรัสว่า “ท่านทั้งหลาย เหมือนรวงผึ้งปราศจากตัวผึ้ง พระราชาก็อ่อนแอ เราไม่ต้องการให้คนอื่นลำบากเพราะเรา เมื่อพระ จะยึดเอาราชสมบัตินั้นไม่เป็นการยาก” พระเจ้า เจ้าโกศลอยากได้ราชสมบัติ ก็ให้มายึดครองเกิด โกศลทรงสดับคำแล้ว มีพระดำรัสว่า “เจ้าเป็น พวกท่านทั้งหลายอย่าไปต่อสู้เลย” คนสอดแนมใช่ไหม” แล้วมีรับสั่งให้เปิดประตูเมืองทุกด้าน แล้ว อำมาตย์ผู้นั้นกราบทูลว่า “ขอเดชะ ข้า ประทับเหนือราชบัลลังก์ในท้องพระโรง พร้อม พระพุทธเจ้ามิใช่เป็นคนสอดแนม ถ้าพระองค์ไม่ ด้วยอำมาตย์พันนาย ทรงเชื่อข้าพระพุทธเจ้า ก็ทดลองส่งคนไปปล้น หมู่บ้านชายแดนดูเถิด” พระเจ้าโกศลทรงดำริว่า อำมาตย์ผู้นี้พูดจา พระเจ้าโกศลเสด็จเข้าสู่กรุงพาราณสี มี พระกระแสรับสั่งให้จับพระเจ้ามหาสีลวราช ผู้ปราศ จากความผิด ซึ่งประทับอยู่พร้อมด้วยอำมาตย์ทั้ง “พวกเจ้าจงมัดพระราชานี้กับพวกอำมาตย์ องอาจนัก แล้วทรงส่งคนของพระองค์ไปปล้นหมู่ หนึ่งพันนาย แล้วตรัสว่า บ้านชายแดนของพระเจ้าพาราณสี ราชบุรุษจับ โจรเหล่านั้นได้ คุมตัวไปถวายพระเจ้าพาราณสี เอามือไพล่หลัง มัดให้แน่น แล้วนำไปที่ป่าช้าผีดิบ พระองค์ทอดพระเนตรคนเหล่านั้น แล้วรับสั่งถาม ว่า “พ่อเอ๋ย เหตุไรจึงพากันไปปล้นชาวบ้าน” คนเหล่านั้นกราบทูลว่า “ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า กัลยาณมิตร ขุดหลุมให้ลึกเพียงคอ แล้วนำคนเหล่านั้นไปฝัง แค่คอ กลบดินไม่ให้ยกมือขึ้นมาได้” แม้ในกาลนั้น พระเจ้ามหาสีลวราชก็มิได้ ทรงอาฆาตแก่พระเจ้าโกศลแม้แต่น้อยเลย บรรดา ๙๒ มกราคม ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More