การบรรลุอรหัตผลของพระอนุรุทธะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 1 หน้า 105
หน้าที่ 105 / 128

สรุปเนื้อหา

เสด็จพี่ ถ้าเป็นฆราวาส จักษุญาณ (ความรู้ที่เกิดจากตาทิพย์) แล้ว ต้องท่างาน หนักอย่างนี้ สารีบุตร แล้วลาไปบำเพ็ญสมณธรรม ที่ป่าปาจีนวังสบายวันในแคว้นเจดี ทำให้พระองค์ทนต่อคำชักชวนของ ปุริสวิตก ๓ ประการอยู่นั้น พระ เจ้าชายอนุรุทธะมิได้ และตรัสตอบ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจดูวาระ ตกลงในที่สุด หลังจากนั้นอีก ๗ วัน จิตของท่านแล้ว เห็นว่าสามารถ เจ้าชายกลุ่มนี้ รวมทั้งอุบาลี จึงได้ บรรลุอรหัตผลได้ หากได้ฟังข้อ ออกบวช โดยเจ้าชายภัททิยะเป็น แนะนำเพิ่มเติม จึงเสด็จมาตรัสบอก ผู้นำ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง ให้ท่านตรึกมหาปุริสวิตกต่อไปเป็น บวชให้ ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา ประการที่ ๒ ว่า ณ อนุปิยอัมพวัน ค 4.ธรรมนี้เป็นของผู้ยินดีใน ในพรรษาที่บวชนั้นเอง พระ ธรรมไม่เนิ่นช้า ไม่ใช่ของผู้ยินดีใน อนุรุทธะได้บำ

หัวข้อประเด็น

- การบรรลุอรหัตผลของพระอนุรุทธะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เสด็จพี่ ถ้าเป็นฆราวาส จักษุญาณ (ความรู้ที่เกิดจากตาทิพย์) แล้ว ต้องท่างาน หนักอย่างนี้ สารีบุตร แล้วลาไปบำเพ็ญสมณธรรม ที่ป่าปาจีนวังสบายวันในแคว้นเจดี ทำให้พระองค์ทนต่อคำชักชวนของ ปุริสวิตก ๓ ประการอยู่นั้น พระ เจ้าชายอนุรุทธะมิได้ และตรัสตอบ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจดูวาระ ตกลงในที่สุด หลังจากนั้นอีก ๗ วัน จิตของท่านแล้ว เห็นว่าสามารถ เจ้าชายกลุ่มนี้ รวมทั้งอุบาลี จึงได้ บรรลุอรหัตผลได้ หากได้ฟังข้อ ออกบวช โดยเจ้าชายภัททิยะเป็น แนะนำเพิ่มเติม จึงเสด็จมาตรัสบอก ผู้นำ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง ให้ท่านตรึกมหาปุริสวิตกต่อไปเป็น บวชให้ ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา ประการที่ ๒ ว่า ณ อนุปิยอัมพวัน ค 4.ธรรมนี้เป็นของผู้ยินดีใน ในพรรษาที่บวชนั้นเอง พระ ธรรมไม่เนิ่นช้า ไม่ใช่ของผู้ยินดีใน อนุรุทธะได้บำเพ็ญเพียรจนได้ทิพย, ธรรมที่เนิ่นช้า จากนั้นก็ได้เรียนกรรมฐานจากพระ คำสอนของพระพุทธองค์ แล้วได้ ขณะที่บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่านั้น บรรลุเป็นพระอรหันต์ พระอนุรุทธะพิจารณาตาม ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ออก บวชจนกระทั่งบัดนี้ ท่านถือการนั่ง หม่อนฉันขอออก ท่านตรึกมหาปุริสวิตก (ความตรึก ของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่) ได้ ๓ ประการ วัตรคือการนั่งอย่างเดียว ไม่ยอม 67 นอน ไม่ยอมเอนกายพึงอะไรเลย ผนวชดีกว่า คือ ปฏิบัติเช่นนี้มาตลอด ๕๕ ปี และใน จ.ธรรมนี้เป็นของผู้มักน้อย ๒๕ ปี แรกนั้น ท่านจะหลับบ้าง หม่อมฉันเบื่อที่จะ ไม่ใช่ของผู้มักมาก ในยามสุดท้าย เพราะร่างกายเหนื่อย ต้องทําอะไร ๒.ธรรมนี้เป็นของผู้สันโดษ อ่อนเนื่องจากความชราภาพ ไม่ใช่ของผู้ไม่สันโดษ พระอนุรุทธเถระ ท่านเป็น ๓.ธรรมนี้เป็นของผู้สงัด พระสาวกผู้มีบทบาทสำคัญมากใน ซ้ำซากจ่าเจ ไม่ใช่ของผู้ชอบคลุกคลีด้วยหมู่คณะ การช่วยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเผยแผ่ ๔.ธรรมนี้เป็นของผู้ปรารภ พระพุทธศาสนา ท่านเป็นพระที่ ความเพียร ไม่ใช่ของผู้เกียจคร้าน เทวดาทั้งหลายเคารพยกย่อง เนื่อง ๕.ธรรมนี้เป็นของผู้มีสติมั่น ด้วยมีตาทิพย์ สามารถพิจารณา หมู่สัตว์ที่ปรากฏอยู่ทั้งในที่ใกล้และ 5.ธรรมนี้เป็นของผู้มีจิตมั่น ไกล ท่านมักจะติดต่อกับเทวดาอยู่ คง ไม่ใช่ของผู้มีจิตไม่มั่นคง เนืองๆ และได้เป็นอาจารย์ของหมู่ คง ไม่ใช่ของผู้หลงลืม ๗.ธรรมนี้เป็นของผู้มีปัญญา ไม่ใช่ของผู้ทรามปัญญา ขณะที่ท่านกำลังตรึกมหา- คณะ มีสัทธิวิหาริกและอันเตวาสิก เป็นจำนวนมาก พระอนุรุทธะได้ร่วม ทำสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ ๑ กัลยาณมิตร 000 มกราคม ๒๕๐๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More