ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข
พระไตรปิฎก
คา
ว่า ครู ตามหนังสือพจนานุกรมฉบับราช-
บัณฑิตยสถาน ได้ให้คำนิยามไว้ว่า ครู
คือผู้สั่งสอนศิษย์ และคือผู้ถ่ายทอด
ความรู้ให้แก่ศิษย์ เนื้อความของคำนิยาม
ทั้ง ๒ นี้ ได้ให้ความหมายโดยรวมว่า
ครูก็คือผู้ให้กำเนิดทางปัญญาแก่ศิษย์ ซึ่ง
ความหมายดังกล่าวนี้ คงไม่มีใครที่จะ
โดย : แก้วปริยัติ
ความสามารถ และเป็นผู้ที่ร่ำเรียน ได้
ศึกษามามาก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้หนักทั้ง
วิชาการและประสบการณ์
๓. ตระหนัก หมายถึง เป็นผู้
ตระหนักในเรื่องคุณความดี ความชั่ว
ความควรไม่ควร ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนจะถ่าย
ทอดให้แก่ศิษย์
ในหนังสือมังคลัตถทีปนี ซึ่ง
หนังสือเล่มนี้ได้วิเคราะห์ความหมายของ
คำว่าครูไว้ว่า ครูติ มาตาปิตาทโย คา
รวยุตตบุคคลา แปลว่า บุคคลผู้ควรทำ
การเคารพ มีมารดาบิดาเป็นต้น ชื่อว่า
ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เพราะว่า ครู ตามความหมายดังกล่าวนี้ เราก็จะ
AS
ความรู้ความสามารถที่ทุกคนมีอยู่ใน เห็นว่า ผู้ที่เป็นครูนั้น ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่
ปัจจุบันนี้ ล้วนมีผู้ถ่ายทอดให้ทั้งสิ้น ซึ่ง สอนอยู่ประจำชั้นเรียนเท่านั้น แต่หมาย
วิธีการถ่ายทอดและการรับมานั้น อาจ ถึงทุกๆ คนที่มีความรู้ความสามารถ และ
จะแตกต่างกันออกไป เพราะทุกคน
มีคุณธรรม
สามารถที่จะเป็นครูของทุกคนได้ ขึ้นอยู่
ผู้ที่มีความรู้ความสามารถนั้น
กับว่าผู้นั้นรักจะฝึกความเป็นครูหรือไม่ บางครั้งอาจจะแยกไม่ออกหรอกว่า ควร
เท่านั้นเอง
ที่จะเป็นครูของเราหรือไม่ แต่คุณธรรมนี้
คำว่าครูนั้นเป็นคำที่แปลงมาจาก
แหละจะเป็นการชี้ชัดว่า สมควรที่จะ
ภาษาบาลีว่า ครุ (คะ-รุ) ซึ่งแปลว่า สูงส่ง
หนัก ตระหนัก เป็นต้น
G.
5. สูงส่ง หมายถึง เป็นผู้มีคุณ
ธรรมความดีสูงส่ง
๒. หนัก หมายถึง เป็นผู้มีความรู้ ความเป็นครูคือ พระองค์ตรัสสอนให้
เป็นครูของเราผู้ที่เป็นครูตัวอย่างที่ดีที่สุด
ที่ทุกคนควรนำมาเป็นต้นแบบได้อย่าง
สนิทใจเลยก็คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่อย่างมากใน
กัลยาณมิตร ๖๒
มกราคม ๒๕๓๘