ข้อความต้นฉบับในหน้า
ส
ทีตั้งของดวงธรรม
ถ้าใช้เส้นด้าย ๒ เส้นขึงให้ตึง
เส้นที่หนึ่งซึ่งจากสะดือ ทะลุหลัง เส้น
ที่สองจึงจากเอวด้านขวาทะลุเอวด้าน
ซ้าย เส้นด้ายทั้งสองเส้นนี้ย่อมพาดตัด
กัน ณ บริเวณช่องว่างกลางลำตัว ตรง
จุดตัดนี้จะถูกกลางดวงธรรมพอดี
ดวงธรรมของกายมนุษย์นี้เรียก
กันโดยทั่วไปว่า ควงมนุษยธรรม มี
ลักษณะเป็นดวงใสบริสุทธิ์ เหมือนเพชร
ลูกที่เจียระไนแล้ว วัดเส้นผ่าศูนย์กลาง
ได้ประมาณ ๑.๕ นิ้ว
ดวงมนุษยธรรมย่อมเกิดขึ้นพร้อม
กับกายมนุษย์ คือเกิดขึ้นทันทีที่เชื้อจาก
บิดาผสมกับไข่ของมารดาในรังไข่ ไม่
ก่อนไม่หลับกัน เหมือนแสงเทียนย่อมเกิด
ขึ้นพร้อมเปลวเทียนฉะนั้น หากว่าดวง
ธรรมนี้ดับไปขณะใด ไม่ว่าจะเป็นขณะที่
อยู่ในครรภ์มารดาหรือคลอดแล้วก็ตาม
ชีวิตย่อมดำรงอยู่ไม่ได้ ถึงแก่ความตาย
ทันที และเมื่อเราตายดวงธรรมนี้ก็ย่อม
หายไปด้วย ถึงจะผ่าซากศพออกตรวจ
ก็หาดวงธรรมนี้ไม่พบ ประสาทสัมผัส
ส่วนละเอียด ๆ จากอวัยวะรับอารมณ์
ทุกชนิดคือ ตา หู จมูก ลิ้น และกาย
ต่างมารวมประชุมกันอยู่อย่างเป็น
ระเบียบในดวงธรรมนี้ ความเห็น ความ
จำ ความคิด ความรู้ ก็มารวมอยู่กลาง
ดวงธรรมนี้ ถ้าดวงธรรมผ่องใสร่าง
กายของเราก็ผุดผ่องสวยงามไปด้วย ดัง
นั้น ดวงธรรมนั้นจึงเป็นเสมือนชีวิต
ของทุก ๆ คน
วิธีปฏิบัติให้รู้เห็นธรรม
การรู้เห็นธรรมได้ไม่ใช่เรื่อง
บังเอิญหรือโชคช่วย แต่เป็นผลของ
การอบรมใจให้ละเอียดอ่อน ด้วยวิธีการ
อันแน่นอน ประณีต และอาศัยเวลา
พอสมควร ถ้าการรู้เห็นดวงธรรมเป็น
เรื่องง่ายแล้ว เจ้าชายสิทธัตถะซึ่งทรง
พระปรีชาญาณเหนือมนุษย์ทั้งหลาย คง
ไม่ต้องทรงเสียเวลาค้นหานานถึง 5 ปี
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเหลือวิสัย ไม่เช่นนั้นแล้ว
ขุนโจรองคุลีมาลซึ่งเข่นฆ่าสังหารมนุษย์
ตาดำ ๆ ด้วยกันมาแล้วนับพันคน คงจะ
ไม่สามารถรู้เห็นดวงธรรมได้เป็นแน่
ดังนั้นการปฏิบัติธรรมจงอย่าได้ดูเบา
ขาดความพินิจพิจารณา อย่ามัวคิด
ท้อถอย ว่าตัวเราบุญน้อยปฏิบัติแล้ว
คงจะไม่รู้ ไม่ได้เห็นธรรม
ผู้ที่จะรู้เห็นธรรมได้ จำเป็นต้อง
ท่ากาย วาจา ใจของตนให้ละเอียดเสีย
ก่อน ยิ่งมีความละเอียดมากเท่าใด ก็ยิ่ง
สามารถรู้เห็นธรรมได้ชัดมากขึ้นเท่านั้น
แต่ถ้ายังหยาบอยู่ ย่อมไม่สามารถรู้เห็น
ได้
ใจที่ละเอียดนั้น คือใจที่หยุด
คิด ได้แก่หยุดจากการคิดเรื่องราว
ทั้งหมด ที่ดีก็ตาม ที่ชั่วก็ตาม แล้ว
กำหนดความรู้สึกอยู่ตรงศูนย์กลางกาย
ซึ่งเล็กประมาณปลายเข็มนั้นเพียงประ
การเคียว
วาจาที่ละเอียดนั้น คือหยุด
ตรึกถึงคำภาวนาที่เคยภาวนาใด ๆ
ทั้งหมด (ในที่สุดแม้แต่คำภาวนา สัมมา
อะระหัง ๆ ๆ ๆ ๆ...ก็จะหยุดไปเองโดย
อัตโนมัติ)
กายที่ละเอียดนั้น คือลมหาย
ใจที่มีปรกติเข้าออกปรนปรือหล่อ
เลี้ยงร่างกายก็หยุดไปด้วย
เมื่อลมหายใจหยุด การตรึกถึง
คำภาวนาก็หยุด และใจที่คิดก็หยุดคิด
ทุกเรื่องราว เพียงกำหนดรู้จดจ่ออยู่ตรง
ศูนย์กลางกายนั้น ครั้นทั้ง ๓ ประการ
หยุดสนิทถูกส่วนแล้ว ธรรมย่อมผุด
ให้เห็นตรงศูนย์กลางกายนั่นเอง ทำ
นองเดียวกับเมื่อน้ำใส ๆ ในโอ่งหยุด
กระเพื่อม วัตถุต่าง ๆ ที่อยู่ก้นโอ่งย่อม
ผุดให้เห็น หรือเหมือนเห็นดวงอาทิตย์
โผล่พ้นขอบฟ้าในเวลาเช้าตรู่ที่ปราศ
จากเมฆหมอกฉะนั้น ดวงธรรมนั้นมี
ลักษณะใสบริสุทธิ์ เปล่งรัศมีเป็น
ประกายรอบตัว
ดวงธรรมของแต่ละคนมีหลายดวง
ช้อน ๆ กันอยู่ภายในศูนย์กลางเดียวกัน
ความใสบริสุทธิ์และความสว่างก็ต่างกัน
ไปเหมือนกับดวงประทีป ถ้าดวงเล็ก
ความสว่างก็น้อย ถ้าดวงใหญ่ความ
สว่างมากขึ้น หรือถ้าดวงเท่ากันแต่
คุณภาพของเชื้อเพลิงต่างกันความสว่าง
ที่เกิดขึ้นก็ต่างกันไปด้วย แต่ไม่ว่าดวง
ธรรมจะเล็กหรือใหญ่ต่างกันอย่างไร
ก็ตาม ศูนย์กลางของดวงธรรมทุก ๆ
ดวงย่อมเป็นศูนย์เดียวกัน ผู้ที่มี
ปัญญาจึงต่างพยายามเข้าไปเลือกเอา
ดวงธรรมที่ใหญ่ที่สุด ใสที่สุดและสว่าง
ที่สุดมาใช้ประโยชน์ให้ได้
สำหรับผู้เริ่มปฏิบัติธรรมใหม่ ๆ
จําเป็นต้องเอาใจไปจดจ่ออยู่ที่ศูนย์
กลางกายทั้งกลางวันและกลางคืน
ไม่ลดละ จะเป็นผลให้ใจติดอยู่กับ
ดวงธรรมไปโดยอัตโนมัติ (แม้จะยัง
ไม่เห็นก็ตาม) ครั้นเมื่อใดใจหยุดสนิท
ติดนิ่งได้ถูกส่วน เมื่อนั้นการตรึกถึงคำ
ภาวนาก็ดี ลมหายใจเข้าออกก็ดี ย่อม
หยุดไปเองโดยไม่มีการบังคับ และดวง
ธรรมก็จะผุดขึ้นให้เห็นได้ในไม่ช้า
เมื่อเป็นดังนี้ท่านย่อมได้ชื่อว่า เห็น
Kalyanamitra.org
๒๕