ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๑๔
เรื่องการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษนี้ จึงเป็น
สิ่งที่นักเรียนไทยกลัวกันมากที่สุด ถือว่าเป็นการ
“ขัดข้องทางเทคนิค” เป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว
เมื่อนักศึกษาได้ตัดสินใจจะไป
ก็รีบหาทางเข้าเรียนกวดวิชา เพื่อจะได้
ศึกษาไทยเป็นจำนวนมากจะต้องสอบ
ขวนขวายหาความรู้ต่อในสหรัฐ หลัง ผ่านการสอบ TOEFL จึงจะสมัคร มากกว่า ๒ ครั้ง จึงจะผ่านได้คะแนน
จากยื่นใบสมัครไปแล้วก็จะต้องมานั่งรอ
ใจเต้นตุ้ม ๆ ต้อม ๆ อยู่เป็นหลายอาทิตย์
หรือบางทีก็กว่าสองเดือน ใจก็คอยแต่
คิดว่า “จะมีมหาวิทยาลัยไหนเมตตารับ
เราบ้างหนอ” ในโอกาสนี้ ถ้ามัวแต่ร้อง
เพลง “รอ” อยู่อย่างเดียวคงไม่ได้การ
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ส่งผลสอบ TOEFL
แนบไปกับใบสมัคร ก็ต้องรีบขวนขวาย
ไปเรียนและสมัครสอบที่หน่วยทดสอบ
ภาษาของสหรัฐฯ ที่ เอ.ยู.เอ. ให้เร็ว
ที่สุด เพราะใบรับรองมาตรฐาน
ความรู้ภาษาอังกฤษจากที่แห่งนี้ จะ
เป็นใบเบิกทางให้มหาวิทยาลัยใน
สหรัฐฯ พิจารณาคุณสมบัติของ
ผู้สมัครได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นการผ่าน
การทดสอบมาจากพวกของเขาเอง ไม่มี
การเล่นพวกกันได้ และถ้าปรากฏว่า
ผู้สอบไม่ผ่านคะแนนต่ำสุดของ TOEFL
ที่เขาได้กำหนดไว้ ก็หมายความว่า
อนาคตของการที่จะไปเป็นนักเรียนนอก
เริ่มจะมืดมัวลงแล้ว เรื่องนี้นักศึกษาทุน
ส่วนตัวบางคนใจสู้ถึงขนาด ถึงกับขอ
วีซ่าเดินทางแบบนักท่องเที่ยวระยะ ๓
เดือนก่อน ขอแต่ให้ได้เล็ดลอดบินออก
จากท่าอากาศยานดอนเมืองไปก่อนเถิด
หวังไปตายเอาดาบหน้า เมื่อไปถึงอเมริกา
เข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ถ้ายังไม่ผ่าน
ก็คงต้องใช้วิธีล่องหนหายตัวอยู่
ในสหรัฐนั่นแหละ จนกว่าจะหาทาง
เข้ามหาวิทยาลัยอะไร ๆ ก็ได้ ก็จะจบ
เรื่องไปตอนหนึ่ง
สำหรับนักศึกษาที่สอบได้ทุน
รัฐบาล หรือองค์การใด ๆ ก็ตาม ที่มีชื่อ
เรียกอย่างโก้ว่า “นักเรียนทุน” นั้น
หากถูกตัดหน้าเสียก่อนโดยสอบ TOEFL
ไม่ผ่าน ก็จะต้องรีบขวนขวายเรียนเพิ่ม
เต็มและสอบให้ผ่าน จึงจะได้รับอนุญาต
ให้เตรียมการขั้นต่อไปได้ เรื่องการ
ทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษนี้ จึงเป็น
สิ่งที่นักเรียนไทยกลัวกันมากที่สุด ถือ
ว่าเป็นการ “ขัดข้องทางเทคนิค”เป็น
เรื่องใหญ่ทีเดียว เพราะแม้ว่าอะไร ๆ
จะพร้อมแล้ว คือผู้ให้ทุนก็พร้อมที่จะให้
ผู้ไปเรียนก็พร้อมที่จะไป และมหาวิทยา
ลัยบางแห่งในสหรัฐฯก็พร้อมที่จะรับ
แต่ความรู้ทางภาษาเท่านั้นที่ยังไม่พร้อม
ในกรณีนี้ผู้สมัครเข้าเรียนก็จะกลายเป็น
“บุคคลที่ยังมีปัญหา” ไปโดยปริยาย
สำหรับนักศึกษาที่เจนเวทีการสอบ และ
ผู้ไม่ประมาท จึงมักต้องเตรียมตัวสอบ
TOEFL ไว้ล่วงหน้าเป็นปี ๆ และอย่า
เพิ่งคิดว่าจะสอบได้ในครั้งเดียว นัก
ที่ปลอดภัย บางคนก็สอบกันนับเป็น
ปี ๆ ทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ค่าสมัครสอบก็แสน
จะแพง ครั้งละ ๕๐๐ บาท ไม่นับเวลา
เรียนและค่าเล่าเรียนที่ต้องเสียเพิ่มเติม
อีกมากมาย
ในกรณีของจอยนับว่าโชคดี
เพราะเป็นนักเรียนอักษรศาสตร์ มีทุน
เดิมพอรอดตัว การสอบครั้งแรกจึงผ่าน
ไปได้ด้วยคะแนนเฉลี่ย ๒๑๗ จากคะแนน
เต็ม ๗๐๐ ก็นับเป็นโชค ๒ ชั้น เพราะ
มหาวิทยาลัยได้กำหนดไว้ว่า นักเรียน
ที่จะเข้ามาเรียนในคณะ Journalism
ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซินได้จะต้องสอบ
TOEFL ได้คะแนนเฉลี่ย 500 เขาจึง
จะรับ ส่วนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ส่วน
ใหญ่ กำหนดคะแนนเฉลี่ยไว้เพียง ๕๐๐
ทางศูนย์ภาษาจึงถือว่าคะแนนสอบ
TOEFL ต่ำสุดต้องได้ ๕๐๐ จึงจะ
ผ่าน ซึ่งหากจะกล่าวอย่างเป็นธรรม
ก็ไม่ใช่ง่ายนัก สำหรับมาตรฐานที่กำ
หนดโดยฝรั่ง หากจะถือเกณฑ์ ๕๐๐
จากคะแนนเต็ม ๗๐๐ ก็เท่ากับ ๓๐%
สำหรับเด็กไทยที่ไม่เคยชินต่อการอ่าน
พูด คิด เขียนแบบฝรั่ง ก็ต้องนับว่า
ทรหดพอตัวเหมือนกัน
Kalyanamitra.org