ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้งสองฝ่ายต่างก็กระตุ้นซึ่งกันและกัน
ครูก็ต้องการให้เด็กมาเรียน เด็ก ๆ
ก็ต้องการให้ครูสอน เมื่อศึกษานิเทศก์
มาดูและเห็นว่าเป็นวิถีทางที่ดี เขาก็มี
แนวโน้มออกมาเป็นหลักสูตรตามหลัก
การที่โรงเรียนของเรานี้ได้จัดสอน ซึ่ง
เขาได้นำลงในวารสารของกระทรวง
ศึกษาธิการ เป็นการชมเชยในเรื่องการ
สอนซ่อมเสริมนี้ว่า ได้ผลดีที่สุดของ
ทุกโรงเรียนที่ศึกษานิเทศก์ได้ไปเห็นมา
ข่าวนี้ ได้แพร่กระจายออกไป
ซึ่งต่อมาเมื่อเขาจัดให้มีการประกวด
ของโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อ
เข้ารับรางวัลพระราชทานประจำปี
ทางจังหวัดก็ได้เสนอโรงเรียนฉิมพลีวิทยา
เข้าประกวดโดยผ่านไปตามขั้นตอน
ต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด
และเข้าสู่ระดับประเทศ ซึ่งในการตรวจ
สอบนี้ จะมีศึกษานิเทศก์มาเฝ้าดูตั้งแต่
เช้ามืด เรียกว่ามาแบบไม่ให้เรารู้ตัวเลย
ซึ่งเขาจะมีแบบทดสอบมาพร้อมโดย
ละเอียด เขาจะถามชาวบ้านเกี่ยวกับ
ความประพฤติของนักเรียนและครูว่า
เป็นอย่างไรบ้าง และในการตรวจสอบ
นี้ จะมีการสุ่มตัวอย่างโดยคัดจากเด็ก
นักเรียนในแต่ละห้อง ๆ ละ ๑๐ คน โดย
ไม่ให้เราคัดเลือกเลย เพื่อมาตรวจดูว่า
เสื้อผ้าสะอาดดีไหม ปกเสื้อเป็นอย่างไร
ถุงเท้ามีกลิ่นสกปรกหรือไม่ และเขา
ก็สัมภาษณ์เด็กว่า ชอบครูคนไหน
ไม่ชอบครูคนไหน เด็ก ๆ ต่างก็บอก
เป็นเสียงเดียวกันว่า ครูที่นี่น่ารักทุกคน
เลย จนเขาประทับใจมากและบอกว่า
ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เพราะไปที่
อื่นได้ยินแต่เด็ก ๆ บ่นว่าให้ครู เมื่อ
เขาบอกให้เด็กเล่าถึงสิ่งที่ประทับใจ
มากที่สุด เด็กบอกว่าประทับใจส้วม
ซึ่งเขาบอกว่า ไม่น่าเชื่อว่าเด็กจะพูด
อย่างนี้ เหตุที่ส้วมสะอาดได้ก็เพราะ
เด็กช่วยกันทำ ซึ่งแรก ๆ ผู้ปกครองเขา
ก็โวยวายว่า เอาลูกเขามาใช้ พอเรา
ประชุมผู้ปกครอง เราก็พูดอธิบายเหตุผล
ให้เขาฟังทุกปีว่า การจะสอนคนให้ดี
ได้นั้น เราจะต้องลดทิฐิ ความถือตัว
ของเขาก่อน ถ้าหากเด็กนักเรียน
สามารถทำในสิ่งที่ทำได้ยากคือ ตัก
ส้วมได้แล้ว อย่างอื่นเขาก็ทำได้ เป็น
นอกจากนี้เขาก็จะดูว่า เรานำ
เด็กเข้าแถวในตอนเช้าอย่างไร ที่โรงเรียน
ของเราทุก ๆ เช้า เมื่อเด็กเคารพธงชาติ
และไหว้พระสวดมนต์แล้ว ผมก็จะ
นำเด็กให้แผ่เมตตา ทำจิตใจให้สงบ
ต่อจากนั้นก็ให้ทำกายบริหาร เช่นนี้
เป็นปกติ
สรุปผลออกมาปรากฏว่า
โรงเรียนฉิมพลีวิทยาได้รับเลือกให้
เป็นโรงเรียนดีเด่นของเขตการศึกษา
ที่ ๑๑ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๓ เขตทั่วประเทศ
จากโรงเรียนทั้งหมด ๒,๐๐๐ กว่า
โรงเรียน รวมทั้งที่เป็นโรงเรียนราษฎร์
และโรงเรียนรัฐบาล เหตุที่ได้รับรางวัล
นั้นเขาบอกว่า เพราะโรงเรียนของเรา
สามารถทำงานจนได้รับผลสำเร็จตาม
ความมุ่งหมายที่ตั้งไว้ คือ ได้มาตรฐาน
ของกรมวิชาการ ตามที่เขาได้จัดหลักสูตร
นี้ให้”
การสอนคนให้รู้จักคุณค่าของงาน ใฝ่ธรรม
รักงาน ไม่จับจด นั่นเพราะเรามอง
เห็นว่า สิ่งที่คนอื่นบอกว่าต่ำต้อย
แท้จริงแล้วสูงส่งมาก ซึ่งตัวผมเอง
ก็ทำ แม้ผมจะเป็นครูใหญ่ผมก็ทำได้
ซึ่งสิ่งนี้หากผมจะเอาเงินไปจ้างเขามาสูบ บุคคลนั้นดำเนินไป ก็เป็นวิถีชีวิตของ
ก็ได้ แต่ผมไม่ทำเช่นนั้น เพราะผม
ต้องการให้เป็นแบบฝึกหัดแก่เด็ก
นนเอง
บุคคลผู้มีความละเอียด ประณีต
มีพื้นฐานใจอันงดงามแล้ว แม้ยังไม่รู้จัก
หัวข้อธรรมะใด ๆ เลย
แต่วิถีชีวิตที่
ผู้มีเนื้อธรรมอันแท้จริง ผู้เช่นนั้นย่อม
ชื่อว่า เป็นผู้มีธรรมะในสายเลือดและ
ในดวงใจ เช่นกัน
23
Kalyanamitra.org