ปัญญาและสมาธิในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 3 หน้า 63
หน้าที่ 63 / 136

สรุปเนื้อหา

≡ พุทธพจน์ กัลยาณมิตรวิษณุ สมุหวิญญ ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์ แก่ผู้มีจิตไม่ตั้งมั่น พระพุทธภาษิต คำแปล อนวฏฺตจิจิ ตตสฺส สทฺธมฺม อวิชานโต ปริปลวปสาทสฺส ปญฺญา น ปริปูรติ - ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์แก่ผู้มีจิตไม่ตั้งมั่น ผู้ไม่รู้ พระสัทธรรมอย่างชัดแจ้ง ผู้มีความเลื่อมใสอันเลื่อนลอย คำอธิบายขยายความ พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ที่ฝักใฝ่การปฏิบัติธรรม มักจะสับสนต่อการชักชวนของสำนักต่าง ๆ ในวิธี ปฏิบัติว่า ของเธอฝึกสมาธิสมถะ ของฉันสิใช้ปัญญา พิจารณาเป็นวิปัสสนา สําหรับผู้ไม่เคยศึกษา พระไตรปิฎกก็อาจจะหลงเชื่อเอาง่าย ๆ แต่ถ้าสาธุชนท่านใด ได้ศึกษาพุทธประวัติและ ประวัติของพระสาวกที่เป็นกำลังในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาแล้ว ไม่มีพระอัจฉริยสาวกองค์ใดเลยที่จะ ไม่ฝึกสมาธิ แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อคราวตรัสรู้ก็อา

หัวข้อประเด็น

- ปัญญาและสมาธิในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

≡ พุทธพจน์ กัลยาณมิตรวิษณุ สมุหวิญญ ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์ แก่ผู้มีจิตไม่ตั้งมั่น พระพุทธภาษิต คำแปล อนวฏฺตจิจิ ตตสฺส สทฺธมฺม อวิชานโต ปริปลวปสาทสฺส ปญฺญา น ปริปูรติ - ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์แก่ผู้มีจิตไม่ตั้งมั่น ผู้ไม่รู้ พระสัทธรรมอย่างชัดแจ้ง ผู้มีความเลื่อมใสอันเลื่อนลอย คำอธิบายขยายความ พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ที่ฝักใฝ่การปฏิบัติธรรม มักจะสับสนต่อการชักชวนของสำนักต่าง ๆ ในวิธี ปฏิบัติว่า ของเธอฝึกสมาธิสมถะ ของฉันสิใช้ปัญญา พิจารณาเป็นวิปัสสนา สําหรับผู้ไม่เคยศึกษา พระไตรปิฎกก็อาจจะหลงเชื่อเอาง่าย ๆ แต่ถ้าสาธุชนท่านใด ได้ศึกษาพุทธประวัติและ ประวัติของพระสาวกที่เป็นกำลังในการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาแล้ว ไม่มีพระอัจฉริยสาวกองค์ใดเลยที่จะ ไม่ฝึกสมาธิ แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อคราวตรัสรู้ก็อาศัยสมาธิภาวนา เมื่อตรัสรู้แล้ว ทุก ๆ วันเมื่อยามใกล้รุ่งก็ต้องอาศัยสมาธิภาวนาเข้า มหากรุณาสมาบัติตรวจดูเวไนยสัตว์ที่ควรบรรลุธรรม แม้ยามจะเข้าพระนิพพาน ก็ทรงอาศัยสมาธิเป็น บาทธรรม เครื่องอาศัยในการดำเนินจิต นับว่าพระองค์ ทรงทำสมาธิทุกวันตั้งแต่ต้นจนวันสุดท้ายแห่งชีวิต และเมื่อมาพิจารณาไตรสิกขาจะเห็นได้ชัดว่า ศีลเป็น ฐานของสมาธิ ส่วนปัญญานั้นเป็นผลของสมาธิ ยิ่งในอริยมรรคมีองค์ ๘ จะพบว่ามีสัมมาสมาธิเป็น ปริโยสานอันสุดท้ายที่จะส่งผลให้ได้วิชชา และวิมุตติ ด้วยผลแห่งเหตุและเหตุแห่งผลดังกล่าว พระผู้มี พระภาคเจ้าจึงได้ตรัสยืนยันว่า ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์ แก่ผู้มีจิตไม่ตั้งมั่น (จิตไม่เป็นสมาธิ) ซึ่งวิปัส สนาปัญญานั้นเป็นภาวนามยปัญญา มิใช่ปัญญาที่ เกิดจากการตรึกตรองธรรมดา ซึ่งไม่สามารถเห็น พระสัทธรรมอย่างชัดแจ้งได้ เป็นเพียงวิปัสสนึกมิใช่ วิปัสสนา จึงไม่สามารถพิสูจน์เรื่องนรก สวรรค์ นิพพานบาปบุญคุณโทษด้วยตัวของตัวเองได้ยังเป็นผู้มี ความเลื่อมใสอันเลื่อนลอย เชื่อธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นบางเรื่อง บางเรื่องก็ไม่เชื่อ เพราะปัญญาไม่บริบูรณ์ เนื่องจากไม่สนใจอบรมจิตให้ตั้งมั่นด้วยสมาธิภาวนา นั่นแล. Kalyanamitra.org CC
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More