ข้อความต้นฉบับในหน้า
mo
ถาม เป็นการสมควรหรือไม่ ที่จะซื้อของด้วยเงิน
ผ่อน?
ตอบ ความสุขอีกอย่างหนึ่งของคนอยู่ที่การไม่มีหนี้
ถ้ามีหนี้เมื่อไร เจอหน้าเจ้าหนี้เท่านั้นเดินหน้าเหี่ยวเลย กลัว
ถูกทวงหนี้ แม้ที่สุด นอนก็ไม่ค่อยจะหลับ การซื้อของเงิน
ผ่อนจึงไม่ควรทำอย่างยิ่ง แต่อาจจะมีข้อยกเว้นบ้างในกรณี
ที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต เช่น ไม่มีบ้านจะอยู่ การเคหะฯ
เขามีบ้านให้ผ่อน เขามีหลักการดี เป็นองค์การของรัฐบาล
เชื่อว่าไม่โกงเรา แล้วเราก็มีความสามารถพอที่จะผ่อนได้
ก็ผ่อนไป ไม่งั้นเดี๋ยวชาตินี้ไม่มีที่อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นถ้า
ไปผ่อนบ้านที่ใหญ่โตเกินเหตุ ก็ไม่สมควร ควรให้พอกับ
ฐานะและรายได้ของเรา อย่างอื่น ๆ ก็เหมือนกัน โซฟาชุด
รับแขกในบ้านของเราไม่มี เรามันจน ก็ใช้เสื่อไปก่อน ใคร
มาบ้านฉันก็ให้รู้ว่าฉันใช้เสื่อ ถ้าอยากนั่งโซฟาดี ๆ ช่วยซื้อ
มาฝากด้วย ยินดีรับ.....อย่างนี้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ไม่ต้อง
นอนผวา อย่าไปหน้าใหญ่นัก อย่าเพาะหนี้ แล้วมาเสียดอก
เบี้ยโดยไม่จำเป็นจริง ๆ
สิ่งจำเป็นในชีวิตมี ๕ อย่างด้วยกัน พระสัมมาสัม
พุทธเจ้าตรัสไว้แล้ว ข้าวปลาอาหารไม่กินก็ตาย ไม่มีแรงทำ
งาน ทำให้เจ็บไข้ไม่สบาย ถ้าอย่างนี้จะผ่อนข้าวกินก็ไม่ว่า
แต่ถ้าผ่อนเสื้อผ่อนผ้า คิดดูก่อนนะ ถ้าในกรณีเราเข้างาน
ใหม่ งานนี้ต้องมีเครื่องแบบ เราไม่มีเงินพอ ต้องผ่อน ก็ยัง
พอได้ แต่ถ้าชุดใส่เที่ยวละก็ อย่ามาพูด เจ็บไข้ได้ป่วย
ไม่มีค่ายาค่าหมอ ก็จําเป็นต้องรักษาชีวิต บ้านเรือนก็
จำเป็นก็ให้พออยู่ อย่าหรูหราเกินตัว
เวลานี้เราผ่อนกันทั่วเมืองไทย บรรยากาศเมืองไทย
เลยกลายเป็นบรรยากาศลูกหนี้ ลูกหนี้ทั้งระดับรัฐบาลและ
ระดับเอกชน คนไทยก็ติดหนี้กันเอง แล่เนื้อเถือหนังกันเอง
เมื่อก่อนใครมาเมืองไทย เขาเรียกเมืองไทยเป็นเมืองยิ้ม
สยามเมืองยิ้ม เดี๋ยวนี้ก็คล้าย ๆ ยิ้ม แต่ไม่เรียกยิ้ม เขา
เรียกว่า แสยะ เพราะหน้าเหี่ยว ๆ หนี้ท่วมหัว หน้าชื่นอกตรม
พ่อขี้เมา
พ่อแม่สอนลูกยังยาก ให้ลูกสอนพ่อแม่ ยิ่ง
ยากไปใหญ่
ถาม คุณพ่อผมกินเหล้าเมาอาละวาดทุกวัน จะให้
ท่านเลิกเหล้าอย่างไรดีครับ?
ตอบ ถ้าเป็นคนอื่นยังพูดง่าย เป็นพ่อนี่พูดยากที่สุด
พอเอ่ยปากมากว่า “อย่าพูด ฉันเลี้ยงแกมาตั้งแต่ตื่นเท่า
ฝาหอย” หลวงพ่อเคยโดนมาแล้ว บวชแล้วเทศน์ให้คนอื่น
เลิกเหล้าเลิกบุหรี่มาตั้งเยอะแยะ กลับไปเทศน์ให้โยมพ่อเล็ก
เหล้า
“โยมนะ เลิกเหล้ามันดีอย่างนั้น มันดีอย่างนี้
สุขภาพจะได้ดีขึ้น”
ตอนนั้นโยมพ่ออายุ ๗๐ กว่าปีแล้ว จะให้ตั้งใจสวด
มนต์ภาวนา นั่งสมาธิ กำหนดองค์พระหรือดวงแก้ว ให้ใจ
ผ่องใส พอเทศน์จบ แกก็ตอบมาคำเดียว
“ดีเหมือนกันนะท่าน โยมจะนั่งสมาธิตั้งแต่วันนี้เป็น
ต้นไป แต่นั่งไปกินเหล้าไปมันคงจะซัด"
แล้วเราจะไปว่าอย่างไร พูดแรงไปเดี๋ยวแบกบาป
เพราะว่าเป็นพ่อ ครั้นไม่เตือนเลย เราก็จะไม่ได้แทนคุณท่าน
กระอักกระอักอยู่หลายปีกว่าจะแก้ตก ก็เลยต้องวางเป็น
เปลาะ ๆ ไป บอกโยมแม่อย่าซื้อเหล้าให้กิน หันไปทาง
พี่สาว โยมพี่อย่าซื้อเหล้าให้โยมพ่อกินนะ สั่งหลานว่า อย่า
ซื้อเหล้าให้ตานะ พอหลานไม่ซื้อ แกก็บ่น บ่นยังไม่พอต่า
อีกด้วย หลวงพ่อก็บอกให้ทน ๆ เอา เห็นแก่หลวงน้า แกไป
เคี่ยวเข็ญเหลนอายุ ๗-๘ ขวบ ไปซื้อเหล้าให้ทวด หลวง
พ่อก็ต้องไปอบรมเหลน มันต้องบังคับที่เด็ก คือเราไม่
สามารถจะตัดรากแก้วได้ เราก็ตัดรากฝอยกับรากแขนงเสีย
รากแก้วมันก็อยู่ไม่ได้ ตัดเสบียงหมด ในที่สุดโยมพ่อเลิก
เหล้าจนได้ เพราะไม่มีใครไปซื้อให้ ร้านเหล้าก็อยู่ห่างเป็น
กิโล เลยรอดตัวไป ตอนนี้ท่านเสียชีวิตแล้วเมื่อตอนอายุ
๔๖ ปี กว่าจะเลิกกินเหล้าได้อายุ ๒๐ ปี เลิกเหล้าได้ 5
ปีก็มาเสียชีวิต ก็ยังดี เลิกได้ตั้ง 5 ปี
เรื่องลูกกับพ่อนี้ แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อพระองค์
ตรัสรู้แล้ว ก็ไม่ได้รีบเสด็จกลับกรุงกบิลพัสดุ์เลย รู้ว่าถ้ากลับ
มาเทศน์พระบิดาละก็ ไม่ฟังหรอก เพราะฉะนั้น เมื่อ
พระองค์ตรัสรู้แล้วเสด็จสั่งสอนในอินเดียภาคกลาง ภาคใต้
ให้กิตติศัพท์ความของพระองค์ไปถึงพระบิดา ให้คนอื่น
เขาพูดถึงลูกว่าดีอย่างนี้ ดีอย่างนั้น หนักเข้าๆ จนกระทั่งเชื่อ
๑๐๐% ส่งทูตมาอาราธนาก็ยังไม่เสด็จกลับ จับบวชเสีย
หลายคน จนกระทั่งคณะสุดท้ายจึงเสด็จกลับ แต่ถึงกระนั้น
พ่อคือพ่อ เชื้อพระวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ไม่ยอมไหว้ ต้องทรงแสดง
Kalyanamitra.org