ข้อความต้นฉบับในหน้า
มานะว่าตนคือคนโปรดของพระผู้เป็นเจ้า
แล้วจะหาความสุขบนสวรรค์เช่นนั้นได้
อย่างไร และที่น่าหนักใจที่สุดก็คือ มัน
เป็นภาวะที่ต้องประสบไปชั่วกัปชั่วกัลป์
เลยทีเดียว
ถ้าจะเปรียบเทียบกับพระพุทธ
ศาสนา จะเห็นว่าความคิดที่จะออกไป
ประกาศศาสนา เปลี่ยนใจชาวโลกทุก
คนให้มาเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าให้
หมดโลกนั้น ไม่มีอยู่เลย เมื่อพระพุทธ
เจ้าได้ตรัสรู้ใหม่ ๆ ดูเหมือนพระองค์
จะทรงตระหนักแก่พระทัยดีแล้วว่า ธรรม
ที่พระองค์ตรัสรู้นั้นลุ่มลึกยิ่งนัก ยากแก่
มนุษย์ทั่ว ๆ ไปที่จะเข้าใจตามพระองค์
ได้ พระทัยจึงน้อมไปในทางที่จะยังไม่
ออกไปโปรดสัตว์ จนร้อนถึงท้าวสหัม
บดีพรหม ต้องมาทูลอาราธนาให้พระ
องค์ทรงแสดงธรรมเพื่อประโยชน์สุขแก่
ชาวโลก พระองค์ทรงดำริว่า
“สิ่งที่เราสอนคือธรรมนี้ลึกซึ้ง
ยากที่จะมองเห็น ยากที่จะเข้าใจ
เป็นสิ่งที่สงบสุข เป็นสิ่งที่มีรสชาติอัน
สุดที่จะประมาณได้ เป็นสิ่งเร้นลับจะ
รู้ได้แต่เฉพาะผู้มีปัญญาเท่านั้น”
แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ
พระองค์ แม้จะทรงทราบว่าการแสดง
ธรรมของพระองค์จะเป็นเรื่องที่เหนื่อย
ยากแสนลำบาก แต่เมื่อได้ทรงดำริถึง
บุคคล ๔ จำพวกในโลกนี้ เปรียบได้
เหมือนกับบัว ๔ เหล่า มีเพียง ๓ จำ
พวกที่โปรดได้ผล และเพื่อประโยชน์
สุขแก่บุคคล ๒ จำพวกนั้น พระองค์จึง
๓
ได้ออกแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์ และ
แม้เมื่อได้ทรงโปรดกุลบุตรพวกแรกจน
ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพแล้ว
พระองค์ก็ไม่เคยตรัสแนะนำให้ออกไป
เปลี่ยนใจชาวโลกให้มาเป็นชาวพุทธ
โดยวิธีชักจูงบีบบังคับเลย เพียงแต่รับ
สั่งว่า
“ให้พวกเธอไปอนุเคราะห์เกื้อกูล
แก่หมู่สัตว์ เพราะผู้มีธุลีในดวงตาน้อย
(มีกิเลสน้อย) ยังมีอยู่”
นับเป็นโชคดีอย่างหนึ่งของชาว
พุทธ ที่พระพุทธเจ้าได้ออกโปรดเวไนย
สัตว์อยู่ถึง ๔๕ ปี นับตั้งแต่ตรัสรู้ตราบ
จนกระทั่งดับขันธปรินิพพาน คำสอน
ในพระพุทธศาสนาจึงมีมากมายกว่า
ศาสนาใด ๆ ในโลก เป็นคำสอนที่เป็น
ระเบียบ มีระบบที่รอบคอบ รัดกุม เต็ม
ไปด้วยเหตุและผล ไม่เปิดช่องทางให้
บุคคลใดนำไปแอบอ้างเพื่อหาประโยชน์
หรือหาอำนาจวาสนาใส่ตัวได้ และ
ไม่ตกเป็นเครื่องมือของลัทธิการเมืองใด
ทั้งสิ้น ผู้ที่ได้ศึกษาพระธรรมอย่าง
แตกฉานและนำไปประพฤติปฏิบัติ
มากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้เป็นบุคคลที่
อ่อนน้อมถ่อมตน มีจิตใจกว้างขวาง
มีทัศนคติที่ดีต่อชีวิตและต่อชาวโลก
มากขึ้นเท่านั้น ทำให้เกิดปัญญา
รู้จักผิดชอบชั่วดี มีวินัย มีจิตใจที่
เสียสละเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
อยู่ตลอดเวลา เป็นวิธีสร้างปรัชญา
ชีวิตที่แตกต่างกับศาสนาอื่น ๆ ซึ่งบาง
ศาสนาศาสดามีชีวิตอยู่ไม่นาน มีเวลา
ประกาศคำสอนเพียงระยะเวลาสั้น คำ
สอนในศาสนาจึงปรากฏอยู่น้อย และ
คำสอนมิได้รวบรวมไว้เป็นหมู่เป็นเหล่า
กระจัดกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ สาวกที่
- ภาพแสดงการเกิดขึ้นของ
พระเยซูภาพหนึ่ง และ
บุคคลสำคัญอีก ๒ ท่าน
คือ Joseph และ Mary