ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐๐
พระพุทธองค์ตรัสว่า
“ภคินีเอย! อันร่างกายนี้สะสมไว้
แต่ของสกปรกโสโครก มีสิ่งปฏิกูลไหลออก
จากทวารทั้ง ๔ มีช่องหู ช่องจมูก เป็นต้น
เป็นที่อาศัยแห่งสัตว์เล็กสัตว์น้อย เป็น
ป่าช้าแห่งซากสัตว์นานาชนิด เป็นรัง
แห่งโรค เป็นที่เก็บสูตรและกรัส อุปมา
เหมือนถุงหนังซึ่งบรรจุเอาสิ่งโสโครก
ต่าง ๆ เข้าไว้ และซึมออกมาเสมอ ๆ
เจ้าของกายจึงต้องชำระล้างขัดถูวันละ
หลาย ๆ ครั้ง เมื่อเว้นจากการชำระล้าง
แม้เพียงวันเดียวหรือสองวัน กลิ่นเหม็น
ก็ปรากฏเป็นที่รังเกียจ เป็นของน่า
ขยะแขยง
ภคินี-ร่างกายนี้เป็นเหมือนเรือน
ซึ่งสร้างด้วยโครงกระดูก มีหนังและเลือด
เป็นเครื่องฉาบทา ที่มองเห็นเปล่งปลั่ง
ผุดผาดนั้น เป็นเพียงผิวหนังเท่านั้น
เหมือนมองเห็นความงามแห่งหีบศพ
อันวิจิตรตระการตา ผู้ไม่รู้ก็ติดในหีบศพ
นั้น แต่ผู้รู้ เมื่อทราบว่าเป็นหีบศพ
แม้ภายนอกจะวิจิตรตระการตาเพียงไร
ก็หาพอใจยินดีไม่ เพราะทราบชัดว่า
ภายในแห่งหีบอันสวยงามนั้นมีสิ่งปฏิกูล
พิ่งรังเกียจ
แม้พระศาสดาตรัสอยู่อย่างนี้
ความรักของเธอที่มีต่อพระอานนท์
ก็หาลดลงไม่ แม้บางคราวแสงสว่างฉาย
วูบเข้ามาสู่หทัยของนาง จนทำให้นางมอง
เห็นความเป็นจริงเข้ามาสู่หทัยของนาง
จนทําให้นางมองเห็นความเป็นจริงตาม
พระศาสดาตรัสก็ตาม แต่มันมีน้อยเกินไป
ไม่สามารถจะข่มความเสน่หา ที่เธอมีต่อ
พระอานนท์เสียได้ เหมือนน้ำน้อยไม่
พอที่จะดับไฟโดยสิ้นเชิง ไฟคือราคะใน
จิตใจของนางก็ฉันนั้น คุกรุ่นอยู่ตลอด
เวลา นางคิดว่าจะทำไฉนหนอจักสามารถ
อยู่ใกล้พระอานนท์ได้ เมื่อไม่ทราบจะทำ
ประการใด จึงทูลลาพระศาสดาและ
พระอานนท์กลับบ้าน ก่อนกลับนางไม่ลืม
ที่จะชำเลืองมองพระอานนท์ด้วยความ
เสน่หา
เนื่องจากมาเสียเวลาในวัดเชตวัน
เสียนาน นางจึงกลับไปถึงบ้านเอาจวน
นางรู้สึกตะครั่นตะครอทั้งกายและใจ
เกรงว่าระหว่างที่นางหายไปนานนั้น
นายอาจจะเรียกใช้ เมื่อไม่พบนางคงถูก
ลงโทษอย่างหนักอย่างที่เคยถูกมาแล้ว
อนิจจา! ชีวิตของคนทาส ช่างไม่มีอิสระ
และความสุขเสียเลย
เป็นการบังเอิญอย่างยิ่ง ปรากฏว่า
ตลอดเวลาที่นางหายไปนั้นนายมิได้เรียก
ใช้เลย ผิดจากวันก่อน ๆ นี่เป็นอย่างอื่น
ไปไม่ได้ นอกจากพุทธานุภาพ โอ พุทธา
นุภาพ ช่างน่าอัศจรรย์อะไรเช่นนั้น!
คืนนั้นนางนอนกระวนกระวายอยู่
ตลอดคืน จะข่มตาให้หลับสักเท่าใดก็หา
สำเร็จไม่ พอเคลิ้ม ๆ นางต้องผวาตื่นขึ้น
ด้วยภาพแห่งพระอานนท์ปรากฏทาง
ประสาทที่ 5 หรือมโนทวาร นางนอน
ภาวนา อของพระอานนท์เหมือนนาม
เทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธคุณก็คอยไหล
วนเวียนเข้ามาสู่ความสำนึกอันลึกซึ้ง
นางคิดว่าภายใต้พุทธฉายาน่าจะมีความ
สงบเย็นบริสุทธิ์น่าพึงใจเป็นแน่แท้ แต่จะ
ทำอย่างไรหนอจึงจะประสบความสงบเย็น
เช่นนั้น
เสียงไก่ให้อยู่ไม่นาน ท้องฟ้าก็เริ่ม
สาย ลมเย็นตอนรุ่งอรุณพัดแผ่วเข้ามาทาง
ช่องหน้าต่าง นางสลัดผ้าห่มออกจากกาย
ลุกขึ้นเพื่อเตรียมอาหารไว้สำหรับนาย
นางภาวนาอยู่ในใจว่าเช้านี้ขอให้พระ
ชุ่มชื่นพอสบาย นางเสร็จธุระอย่างอื่น
แล้ว ออกมายืนเหม่ออยู่หน้าบ้าน มองไป
เบื้องหน้าเห็นภิกษุณีรูปหนึ่ง มีบาตรในมือ
เดินผ่านบ้านของนางไป ทันใดนั้น
ความคิดก็แวบเข้ามา ทำให้นางดีใจจน
เนื้อเต้น ภิกษุณี! โอ! ภิกษุณี เราบวช
เป็นภิกษุณี จะได้อยู่ในบริเวณวัดเชตวัน
กับภิกษุณีทั้งหลายและคงมีโอกาสได้อยู่
ใกล้และพบเห็นพระคุณเจ้าอันเป็นที่รัก
ของเราเป็นแน่แท้
นางสานายไปเฝ้าพระศาสดา และ
ทูลขอบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา
พระศาสดาทรงเห็นอุปนิสัยแห่งนางแล้ว
ประทานอนุญาตให้อุปสมบทอยู่ ณ สำนัก
แห่งภิกษุณีในวัดเชตวันนั่นเอง
เมื่อบวชแล้วภิกษุณีรูปใหม่ก็ตั้งใจ
ศึกษาเล่าเรียนท่องบ่นพระธรรมวินัย
ตั้งใจประพฤติปฏิบัติด้วยดีสำรวมอยู่ใน
สิกขาบทปาฏิโมกข์ มีสิกขาและอาชีพ
เสมอด้วยภิกษุณีทั้งหลาย เป็นที่รักใคร่
ชอบพอของภิกษุณีอื่น ๆ ทั้งนี้เพราะนาง
เป็นผู้เสงี่ยมเจียมตนและพอใจในวิเวก
อีกด้วย
ถึงกระนั้นก็ตาม ทุกเวลาบ่ายเมื่อ
นางได้เห็นพระอานนท์ขณะให้โอวาทแก่
ภิกษุณีบริษัท ความรัญจวนใจก็ยังเกิด
ขึ้นรบกวนนางอยู่มีเว้นวาย จะพยายาม
ข่มด้วยอสุภกัมมัฏฐานสักเท่าใด ก็หา
สงบราบคาบอย่างภิกษุณีอื่น ๆ ไม่
คราวนี้ นางได้ฟังโอวาทจาก
พระศาสดาเรี่องกิเลส ๓ ประการ คือราคะ
โทสะ และโมหะ พระพุทธองค์ตรัสว่า
“กิเลสทั้งสามประการนี้ ย่อมเผา
บุคคลผู้ยอมอยู่ใต้อำนาจของมันให้
รุ่มร้อนกระวนกระวายเหมือนไฟเผาไหม้
อานนท์บิณฑบาตผ่านมาทางนี้เถิด
ท่อนไม้และแกลบให้แห้งเกรียม ข้อแตก
แสงแดดในเวลาเช้าให้ความ
ต่างแห่งกิเลสทั้งสามประการนี้ก็คือ
Kalyanamitra.org