ข้อความต้นฉบับในหน้า
CG
จะเดินทางไปเฝ้าสมเด็จพระบรมศาสดา ก็ยินดีอาราธนาให้
ร่วมเดินทางไปด้วย ตนขอปวารณาที่จะถวายความสะดวก
ในเรื่องอาหารบิณฑบาตจนกว่าจะบรรลุถึงสาวัตถีราชธานี
แห่งแคว้นโกศล เมื่อภิกษุทั้งหลายทราบข่าวนี้ ภิกษุรูปที่
ประสงค์จะเดินทางอยู่แล้ว ก็เตรียมตัวไปสมทบกับหมู่เกวียน
ซึ่งกำหนดจะเคลื่อนออกในอีกสองวันข้างหน้า
กล่าวทางหมู่เกวียนของธนิยะ ชาวขับเกวียนทั้งหลายก็
เตรียมตรวจล้อตรวจเพลา และตระเตรียมทัพสัมภาระเพื่อจะ
เดินทางผ่านเนื้อที่อันมีความแข็ง เป็นโขดหินสลับกับพื้นดิน
ธรรมดามากกว่าที่แล้ว การเตรียมสินค้าใหม่ของแคว้นวัชชี
ขึ้นบรรทุกเกวียน ได้กระทำกันเสร็จก่อนหน้าวันเดินทาง
แต่สินค้าเครื่องหอมและผ้าอันบรรทุกมาแต่แคว้นกาสีก็ยังคง
มีอยู่มิใช่น้อย เพราะได้เตรียมไว้เพื่อขายอีกถึงสามแห่ง
ใหญ่ ๆ คือ เมืองสาเกต, สาวัตถี และอโยธยา
บทที่ ๑๗
เมืองสาเกต
ความเมตตากรุณาของสีหเสนาบดี ขุนพลแห่ง
นครไพศาลี ได้เป็นเครื่องประทับใจสองพ่อลูก
ธนิยะและสุรเสนะให้จากไปด้วยความอาลัยและ
สำนึกในบุญคุณเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ขบวนเกวียน
เคลื่อนห่างจากราชธานีของแคว้นวัชชีออกไป
เรื่อย ๆ ในเวลาเช้าตรู่นั้น ธนิยะได้กล่าวขึ้นว่า
“ดูก่อนสุรเสนะ! การที่สีหเสนาบดีสำแดงเมตตากรุณา
ต่อเราสองพ่อลูกเป็นพิเศษนี้ อาจมองให้เห็นคติได้ทั้งสองทาง
คือในฐานะที่เราทั้งสองฝ่ายเป็นพุทธศาสนิกชนผู้ใฝ่สงบด้วย
กัน การติดต่อเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันก็ชื่อว่าเป็นไปโดยเหมาะสมแก่
อัธยาศัย แต่ในฐานะที่สีหเสนาบดีเป็นขุนพลผู้รับผิดชอบ
ต่อชีวิตและความผาสุกแห่งประชาชาววัชชีทั้งหลาย การ
ที่สีหเสนาบดีแสดงน้ำใจไมตรีต่อเรานั้น เป็นวิธีการ
อันฉลาด เป็นทั้งเกียรติของวัชชี เป็นทั้งเครื่องป้องกัน
อันตรายอันอาจมีขึ้นได้ ด้วยการลงทุนเพียงไมตรีจิตและ
สิ่งอื่น ๆ อีกเล็กน้อย ก็ได้ผลสูงเกินทุนที่ลงไป การปราบ
ศัตรูด้วยวิธีใช้เลือดเนื้อเข้าปราบ กับการใช้เมตตากรุณาอัน
เป็นอาวุธชั้นสูงทางพระพุทธศาสนาปราบนั้น ย่อมมีคุณค่า
เปรียบกันมิได้ ต่างว่าเราชาวขับเกวียนมิใช่คนค้าด้วย
ใจซื่อ หากแฝงการสืบข่าวสอดแนมเพื่อประโยชน์แก่กองทัพ
ของแคว้นมคธไว้เบื้องหลัง การที่เราจะกระทำอะไรลงไปให้
เป็นที่เสียหายแม้แต่น้อยต่อแคว้นวัชชีนั้น บุญคุณและเมตตา
กรุณาของสีหเสนาบดีย่อมเป็นเครื่องกีดขวางให้เราลังเล
หรือพลอยใส่สงบไปด้วยได้ เพราะฉะนั้นเจ้าจงจำไว้เถิดว่า
ขึ้นชื่อว่า ไมตรีจิตหรือเมตตากรุณาที่สำแดงออกด้วย
ความจริงใจนั้น ย่อมใช้ได้เป็นประโยชน์ดี ทั้งในทางส่วนตัว
และในทางติดต่อระหว่างประเทศ อันเป็นเรื่องของการ
บ้านเมือง"
ภูมิประเทศจากวัช สู่แคว้นโกศลค่อยสูงขึ้นเป็นลำดับ
บางครั้งหมู่เกวียนต้องลัดเลาะไปตามเชิงเขา บางครั้งก็สู่ที่ราบ
มีละเมาะไม้ขึ้นอยู่เป็นแห่ง ๆ เมื่อเฉียงขึ้นไปทางด้านอุดรก็
ได้พบว่าต้นไม้เบญจพรรณต่าง ๆ มีน้อยลง มีไม้เต็งไม้รังและ
ไม้สักมากขึ้น พื้นที่ดินบางแห่งก็มีสีแดงเข้ม ในที่ใดสะดวก
ด้วยน้ำ มีเนื้อที่เหมาะแก่การเพาะปลูก มีลำธารไหลผ่านมาแต่
ภูเขา ในที่นั้นก็มีหมู่บ้านตั้งอยู่เรียงรายกันไป แต่ก็พอสังเกต
ได้ว่าพื้นที่ตอนใดควรจะทำนาได้ แม้จะอยู่ไกลน้ำ ชาวนาก็
พยายามสร้างคันนาสำหรับป้องกันน้ำไว้หล่อเลี้ยงต้นข้าว
และทำเหมืองคือลำรางสำหรับไขน้ำเข้านา ต่อเนื่องมาจาก
ล่าธาร ถ้าน้ำมากก็ระบายออก ถ้าน้ำน้อยก็ทดน้ำในลำธาร
ให้เอ่อสูงขึ้นแล้วส่งน้ำไปตามลำรางนั้น การทำไร่ฝ่าย ไร่อ้อย
และข้าวโพด มีสลับไปเป็นแห่ง ๆ โดยทั่วไปชาวบ้านไม่
สนใจปลูกบ้านสร้างเรือนให้น่าอยู่ เพียงแต่ทำเป็นกระท่อมมุง
ด้วยใบไม้บ้าง กระท่อมดินบ้าง บางแห่งก็อยู่รวมกันในกระท่อม
นั้นทั้งคนและสัตว์ โดยปกติกระท่อมที่สร้างขึ้นจะเป็นกระท่อม
ดินหรือกระท่อมมุงด้วยใบไม้ก็ตาม คงมิได้ยกพื้น ได้แต่ปราบ
หน้าดินให้เรียบ แล้วมีเตียงนอนตั้งบนพื้นดินอีกต่อหนึ่ง
ที่สำหรับนั่งก็ต่อเป็นดั่ง และเตียงนั้นถ้าหาไม้ทำพื้นได้ ก็ใช้
ไม้ ถ้าไม่สะดวก ก็นิยมใช้เชือกปอถักเป็นตา ๆ เกี่ยวโยงกัน
พอได้อาศัยนอนไป หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ตามริมแม่น้ำซึ่งมีน้ำท่วม
ในฤดูน้ำหลาก ก็มักปลูกยกพื้นและมีความเป็นอยู่ดีกว่าผู้อยู่ลึก
เข้าไปในทุ่งนาป่าเขา เพราะอาจติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า
กันทางเรือได้สะดวก
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org