ความหมายของธรรมะในพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 3 หน้า 79
หน้าที่ 79 / 136

สรุปเนื้อหา

อัตถสาลินี อรรถกถาของธัมม สังคณี ให้ความหมายของธรรมะว่า เหตุ (มูล) และเพิ่มคำว่า นิชชีวตา (ความไม่มีชีวิต) ต่อท้ายคำ นิสสัตตะ เป็น นิสสัตตนิชชีวตา (สิ่งไม่มีชีวิต, ความไม่มีชีวิต) ปาปัญจสูทนี อรรถกถาของมัช ฌิมนิกาย ให้ความหมายของ “ธรรมะ” ว่า “ธรรมะเป็นคำสอนที่ควรศึกษา เล่าเรียน (ปริยัติ), ความจริง (สัจจะ), การเพ่งรวมใจ (สมาธิ), ความรอบรู้ (ปัญญา), สภาพธรรมชาติ (ปกติ) ธรรมชาติประจำของสิ่งนั้น (สภาวะ), ความว่างเปล่า (สุญญตา), สิ่งที่สมควร ได้รับ (บุญ), ข้อห้ามของสงฆ์ (อาบัติ), และอื่น ๆ (อาทิ) นอกจากนี้ยังให้ ความหมายที่อรรถกถาเล่มอื่น ๆ ข้างต้น ไม่ได้ให้ไว้ คือ “ธรรมะ” หมายถึง สัจจานิ (ความจริงทั้งหลาย), “ทิฏฐ ธัมโม วิทิตธัมโม” (ผู้ได้เห็นธรรม, ผู้รู้ ธรรมะ) และสมาธิ (ความเพ่งรวมใจ), “พระภควั

หัวข้อประเด็น

- ความหมายของธรรมะในพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อัตถสาลินี อรรถกถาของธัมม สังคณี ให้ความหมายของธรรมะว่า เหตุ (มูล) และเพิ่มคำว่า นิชชีวตา (ความไม่มีชีวิต) ต่อท้ายคำ นิสสัตตะ เป็น นิสสัตตนิชชีวตา (สิ่งไม่มีชีวิต, ความไม่มีชีวิต) ปาปัญจสูทนี อรรถกถาของมัช ฌิมนิกาย ให้ความหมายของ “ธรรมะ” ว่า “ธรรมะเป็นคำสอนที่ควรศึกษา เล่าเรียน (ปริยัติ), ความจริง (สัจจะ), การเพ่งรวมใจ (สมาธิ), ความรอบรู้ (ปัญญา), สภาพธรรมชาติ (ปกติ) ธรรมชาติประจำของสิ่งนั้น (สภาวะ), ความว่างเปล่า (สุญญตา), สิ่งที่สมควร ได้รับ (บุญ), ข้อห้ามของสงฆ์ (อาบัติ), และอื่น ๆ (อาทิ) นอกจากนี้ยังให้ ความหมายที่อรรถกถาเล่มอื่น ๆ ข้างต้น ไม่ได้ให้ไว้ คือ “ธรรมะ” หมายถึง สัจจานิ (ความจริงทั้งหลาย), “ทิฏฐ ธัมโม วิทิตธัมโม” (ผู้ได้เห็นธรรม, ผู้รู้ ธรรมะ) และสมาธิ (ความเพ่งรวมใจ), “พระภควันทรงมีพระนามอย่างนั้น ทรง มีพระชาติกำเนิดอย่างนั้น ทรงมีศีลอย่าง นั้น (เอวัง ศิลา), ทรงมีธรรมทั้งหลาย อย่างนั้น (เอวัง ธัมมา), ทรงมีพระปรี ชาญาณอย่างนั้น (เอวัง ปัญญา).....” คำว่า “ธรรมะ” (เอกพจน์), “ธรรมา” (พหูพจน์) เป็นคำที่รวมความ หมายของศีลและปัญญา ดังนี้ ปัญญา (ความรอบรู้), “ผู้มีธรรมะทั้งสี่คือ สัจจะ ธรรมะ (ได้แก่ปัญญา), ความกล้าหาญ ความมีอิสรภาพ ย่อมชนะ (โลก) ที่ ปรากฏชัดแก่ตานี้” และยังรวมความ หมายของ ปกติ (สภาพธรรมชาติ สันสกฤตว่า ปรกติ) คำนี้มีความแตก ต่างเล็กน้อยกับคำว่า สภาวะ (ธรรมชาติ ประจำของสิ่งนั้น สันสกฤตว่า สวภาวะ) ทั้งสองคำนี้รวมอยู่ในความหมายของ “ธรรมะ” ดังที่ปรากฏใน สารัตถะปป กาสินี ดังนี้ สภาวะ หมายถึงธรรมชาติประจำ ของสิ่งนั้น ในที่มีข้อความ “กุสลา ธัมมา” (ธรรมทั้งหลายอันสะอาดหมด จด) ปรากฏอยู่ สุญญตา ความว่างเปล่า) “ธรรม ทั้งหลายย่อมปราศจากความมีตัวตน” บุญ (สิ่งที่ควรได้รับ, การกระทำ ที่เป็นคุณความดี) “ธรรมที่ประพฤติดี แล้ว ย่อมนำสุขมาให้ อาบัติ (ข้อห้ามของสงฆ์ ที่พระ พุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้), “ธรรมะข้อที่ มิได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น” เนยยะ (สิ่งที่รู้ได้), “ธรรมะ ทั้งหลายประชุมรวมกันเป็นความรู้เกี่ยว กับพระพุทธเจ้า หรือภควัน” ในมธุรัตถะวิลาสินี อรรถกถา ของพุทธวังสะ มีคำว่า จตุสัจธรรม ซึ่งแปลว่า ความจริง (อันประเสริฐ) สี่ ประการ ของชาวตะวันออก เหตุใดธรรมะจึงมีความหมาย แตกต่างกันไปเช่นนี้ น่าคิดว่าเป็น เพราะมีการใช้คำ ๆ นี้ในที่ต่าง ๆ กัน ในพระไตรปิฎก และผู้เขียนคิดว่าผู้อ่าน ย่อมทราบความหมายนั้น ๆ แล้ว ทั้ง การที่ “ธรรมะ” หมายถึง บุญ ในข้อ ความตอนนี้ หรือปัญญาในข้อความ ตอนนั้น แสดงว่าผู้พูดคือพระพุทธเจ้า หรือบุคคลอื่นใดทรงใช้และใช้ด้วยความ หมายที่ตรงแน่ชัดอยู่แล้ว คาร์เตอร์เห็นว่า ข้อคิดสองประ การที่กล่าวมา รวมทั้งคำจำกัดความ ต่าง ๆ กันของ “ธรรมะ” ทำให้น่าจะ สรุปได้ว่า อรรถกถาจารย์ไม่ทราบความ หมายหลักเดิมของ “ธรรมะ” อย่างแท้ จริง งานวิจัยของเขาศึกษาคำว่า “ธรรมะ” ทั้งในแง่อักษรศาสตร์และ ภาษาศาสตร์ ซึ่งอาจจะไม่ช่วยให้เรา เข้าใจความสำคัญของธรรมะในพุทธ ศาสนาได้หมด การให้คำจำกัดความ ก็คือ การจำกัดลงว่าคำ ๆ นี้ใช้อย่างไร หมายความว่าอะไร ความหมายที่สูง กว่านั้น ก็คือความหมายที่เกี่ยวข้อง กับชีวิตเราจะอยู่ด้วยธรรมะได้อย่าง ไร สิ่งนี้มีความสำคัญยิ่งในระดับ จักรวาลทีเดียว การที่ชาวพุทธสนใจ ความหมายของ “ธรรมะ” มิใช่เพื่อ จะได้ศึกษาและเข้าใจพุทธศาสนา เพียงเท่านั้น แต่ยังมุ่งหมายที่จะปรับ ปรุงและเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนให้ ดีงามขึ้นอีกด้วย อ่านต่อฉบับหน้า Kalyanamitra.org ๗๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More