ข้อความต้นฉบับในหน้า
“แม่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร แม่เห็น
คนสวยมามาก แต่ไม่เคยเห็นใครผ่อง
อย่างนี้ แกอยู่ด้วยกันไม่เคยสังเกตหรือ
ผิวเขาดูสว่าง ๆ ไม่เหมือนคนอื่น
ลูกชายของแกก็เหมือนกัน หน้าตาผิว
พรรณผิดกับเด็กทั่วไป
ผมสบตาพ่อด้วยความกังวล
“ลักษณะอย่างนี้พ่อว่าคงไม่ใช่คน
อายุสั้น เหตุเกิดวันนี้ก็เป็นเพียงบังเอิญ
เท่านั้น เด็กแข็งแรงก็มักจะซน อีกอย่าง
ถ้าแกไม่มีบุญก็คงไม่รอดอย่างปาฏิหาริย์"
พ่อพูดปลอบใจ เราก็เลยต่างคน
ต่างเงียบ ต่างคิดอะไรอยู่ในใจ
“เท่าที่พ่อดู ชีวิตครอบครัวของ
แกจะราบรื่นนะ ถ้าแกรู้จักทำตัวเป็น
ช้างที่มีเท้าครบทั้ง 4 ข้าง แล้วให้
เมียแกเป็นควาญนั่งบงการอยู่บนคอ....”
ทางสายบริสุทธิ์
"แม่กลัวว่าเมียกับลูกของแก
จะอายุสั้น
คำพูดของแม่ในวันนั้น คอย
รบกวนจิตใจของผมอยู่ตลอดเวลาความ
กังวลท่าให้แต่ละวันผมต้องรีบสะสาง
งานเพื่อจะได้กลับบ้านให้เร็วขึ้น
จากการหมั่นสังเกตอยู่บ่อย ๆ ผม
ก็พบว่า หน้าตา ผิวพรรณ ของเธอ
“ผ่อง” อย่างที่แม่พูดจริง ๆ “มี
อะไรแปลก ๆ งอกขึ้นที่หน้าของฉันหรือ
คะ เห็นคุณจ้องดูมาหลายวันแล้ว”
“คุณสบายดีหรือเปล่า ไปให้หมอ
เช็คสุขภาพบ้างดีไหม?”
“เพิ่งทราบว่าเดี๋ยวนี้คุณเป็นหมอ
ไปแล้ว ทำไมไม่บอกเลยละคะว่าฉันเป็น
อะไร จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตรวจ
“ไม่ได้ล้อเล่นนะ ผมเป็นห่วงคุณ
กับลูกจริง ๆ ถ้าไม่มีคุณกับลูก ผมคงอยู่
ไม่ได้" เสียงผมแทบหายไปในล่าคอ
“ไม่มีใครปฏิเสธความตายได้
นะคะ ขาดฉันกับลูก คุณก็ยังมีคุณพ่อ
กับคุณแม่ คุณต้องเตือนตัวเองไว้โดย
หมั่นนึกถึงท่านอยู่บ่อย ๆ
“คุณวีร์ คุณอย่าพูดเป็นลางอย่าง
นั้น จริง ๆ นะ ถ้าให้ตายแทนกันได้ผม
ก็ยอม ผมทนดูคุณกับลูกจากไปไม่ได้
จริง ๆ” ยิ่งพูดผมก็ยิ่งจะคลุ้มคลั่ง
“ฉันเพียงแค่อยากให้คุณยอมรับ
ความจริงบ้างเท่านั้น คนเราห้ามความ
ตายด้วยความรัก หรือความเกลียด
ไม่ได้นะคะ ตั้งแต่เกิดเหตุกับลูกในวัน
นั้น รู้สึกว่าคุณกังวลมาตลอด”
“ผมเกือบช็อค ไม่อยากจะเชื่อเลย
ว่าลูกจะรอดมาได้โดยไม่มีบาดแผล
“ศิรษะแกแตก แขนขาของแก
ก็ถลอก...
“แค่นั้นมันน้อยไป ล้อรถ ๔ ข้าง
น้ำหนักตั้งเท่าไหร่ แกตัวนิดเดียว
ถูกล้อรถทับตรงไหนก็คงแหลกเหลวไม่
เหลือ ทุกวันนี้ผมจับรถทีไรก็หวาดเสียว
ทุกที ผมเกือบจะฆ่าลูกไปแล้ว”
“เมื่อยังไม่ถึงที่คนเราก็ไม่ตาย
ไหว้พระก่อนนอนสิคะจะช่วยให้จิต
ใจสบาย น
“ผมเห็นคุณสวดมนต์ทุกคืน
ถามจริง ๆ เถอะ ไม่รู้สึกเบื่อบ้างหรือ?”
เธอมองผมนิ่ง ตามีแววอ่อนโยน
“คืนนี้สวดมนต์กับฉันนะคะ"
ผมถอยรถเข้าไปเก็บแล้วเดิน
เลยออกมานั่งที่ชิงช้าใต้ต้นมะม่วงริม
สนามหญ้าหน้าบ้าน ภรรยาของผมวาง
แก้วน้ำส้มไว้ให้แล้วก็ขอตัวไปดูลูก
แสงแดดยามเย็นส่องลอดผ่านใบ
ไม้มากระทบแก้วน้ำส้ม มองดูเป็นสีทอง
สว่างดา
ผมขยับขาแกว่งชิงช้าเบา ๆ
ปล่อยความคิดค่านึงให้ล่องลอยย้อน
กลับไปสู่เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน
เธอพาผมไปทำบุญที่วัดพระธรรมกาย
เกิดมาจนอายุป่านนี้ผมเพิ่งจะได้รู้ว่า
การทำบุญที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร
แล้วภาพต่าง ๆ ที่ผมเห็น ก็ผ่าน
เข้ามาในใจของผมเป็นฉาก ๆ
เธอกราบพระสวย ...
กิริยาดูงดงามกลมกลืนไปกับคน
วันแรกที่ผมได้กราบหลวงพ่อเจ้าอาวาส ผมยอม
รับด้วยใจทันทีว่า
ท่านคือสัญลักษณ์แห่ง
ความสุขความสงบ... ถ้าทุกประเทศในโลกมี
บุคคลอย่างท่านกระจายอยู่เพียงแห่งละหนึ่ง
โลกเราก็คงจะมีแต่สันติสุข
Kalyanamitra.org
๖๓