ประโยชน์ของการฝึกสมาธิ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 3 หน้า 126
หน้าที่ 126 / 136

สรุปเนื้อหา

ประโยชน์โดยตรงเบื้องต้นอย่างหนึ่งของ การฝึกสมาธิภาวนาก็คือ การได้รู้จักหลับตา สํารวจข้อบกพร่องของตนเอง มีคุณยายท่านหนึ่งชราภาพมาก ตัวเองกับครอบครัวนั้นมีอะไรบางอย่าง แล้วคงจะยืนคอยใส่บาตรไม่ค่อยไหว มาขวางกั้นอยู่ ฉะนั้นพอรับบาตรเสร็จ จึงต้องนำเก้าอี้มานั่งรอพระอยู่หน้าบ้าน สู้ทนลำบากตากน้ำค้างยามเช้าและ แสงแดดในยามสายรอใส่บาตรพระอยู่ เป็นชั่วโมง ๆ ตอนที่ยกทัพพีตักข้าว ใส่บาตรนั้น ยังสังเกตเห็นมือของท่าน สั่นจนทัพพีกระทบกับขอบบาตรดังกริก ในเวลานั้น สามเณรเพชรมีความ รู้สึกว่าอยากจะกล่าวขอบคุณคุณยาย สักค่าแต่ทำไม่ได้ ได้แต่ทอดสายตา ลงต่ำ และนักยืนยันต่อคุณยายไปว่า ข้าวของคุณยายทัพพีนี้จะต้องมีประโยชน์ มันจะไม่ถูกย่อยสลายไปเปล่า ๆ เพราะ มันได้สร้างจิตสำนึกและมโนธรรมขึ้น ในจิตใจของสามเณรผู้นี้ ให

หัวข้อประเด็น

- ประโยชน์ของการฝึกสมาธิ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๒๒ ประโยชน์โดยตรงเบื้องต้นอย่างหนึ่งของ การฝึกสมาธิภาวนาก็คือ การได้รู้จักหลับตา สํารวจข้อบกพร่องของตนเอง มีคุณยายท่านหนึ่งชราภาพมาก ตัวเองกับครอบครัวนั้นมีอะไรบางอย่าง แล้วคงจะยืนคอยใส่บาตรไม่ค่อยไหว มาขวางกั้นอยู่ ฉะนั้นพอรับบาตรเสร็จ จึงต้องนำเก้าอี้มานั่งรอพระอยู่หน้าบ้าน สู้ทนลำบากตากน้ำค้างยามเช้าและ แสงแดดในยามสายรอใส่บาตรพระอยู่ เป็นชั่วโมง ๆ ตอนที่ยกทัพพีตักข้าว ใส่บาตรนั้น ยังสังเกตเห็นมือของท่าน สั่นจนทัพพีกระทบกับขอบบาตรดังกริก ในเวลานั้น สามเณรเพชรมีความ รู้สึกว่าอยากจะกล่าวขอบคุณคุณยาย สักค่าแต่ทำไม่ได้ ได้แต่ทอดสายตา ลงต่ำ และนักยืนยันต่อคุณยายไปว่า ข้าวของคุณยายทัพพีนี้จะต้องมีประโยชน์ มันจะไม่ถูกย่อยสลายไปเปล่า ๆ เพราะ มันได้สร้างจิตสำนึกและมโนธรรมขึ้น ในจิตใจของสามเณรผู้นี้ ให้บริโภค อาหารนี้เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติ พรหมจรรย์ จะปฏิบัติตนให้สมกับศรัทธา ของคุณยายเลยทีเดียว และทุก ๆ วันตอนขากลับจาก บิณฑบาตมาถึงหน้าวัดก็จะพบโยมพ่อ โยมแม่และน้องพลอย มาดักรอใส่บาตร อยู่ที่หน้าประตูทางเข้าวัดเป็นประจำ แต่บัดนี้สามเณรเพชรได้มาอยู่ในเพศ บรรพชิตเสียแล้ว จึงต้องพยายามสํารวม ระวังตน ไม่พยายามแสดงความคุ้นเคย ให้ปรากฏ และรู้สึกเหมือนกับว่าระหว่าง ก็เดินเลยเข้าวัดไป ไม่ได้หยุดพูดจา ทักทายแต่อย่างใด กิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งที่ แสดงถึงความเมตตาอย่างใหญ่หลวง ของ “หลวงพี่” ที่มีต่อสามเณรเพชร ก็คือ ท่านจะเข้ามาปลุกตั้งแต่ตีห้าเพื่อ จะได้ทำวัตรสวดมนต์และสอนวิธีบำเพ็ญ สมาธิให้ ท่านบอกว่า การฝึกสมาธิ ภาวนานี้จะช่วยอบรมจิตใจมิให้ฟุ้งซ่าน ไปตามอารมณ์ต่าง ๆ ทำให้กระแสจิต รวมกันตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวที่ต้องการ เพราะธรรมดากระแสน้ำที่แยกออกไป หลายสาย พลังของกระแสน้ำนั้นย่อม อ่อนกำลังลงไป ไม่สามารถนำไปใช้ ให้สำเร็จประโยชน์ได้เต็มที่ แต่ถ้าทำเขื่อนกันกระแสน้ำเหล่านั้น ให้ไหลไปรวมเป็นสายเดียวกันได้ พลัง ของกระแสน้ำนั้นย่อมมีมาก และสามารถ นำไปใช้ให้สำเร็จประโยชน์ได้นานา ประการเช่น ใช้ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นต้น จิตใจของคนเราก็เช่นกัน ถ้าปล่อย ให้คิดฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ต่าง ๆ พลังกระแสจิตก็ย่อมอ่อนลง ๆ จนกลาย เป็นคนใจอ่อนทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ฉะนั้น ถ้าเรารู้จักฝึกอบรมควบคุมจิตใจให้มี สมาธิมั่นคง กระแสใจก็จะมีพลัง มหาศาล สามารถทำการใด ๆ ให้ สำเร็จได้โดยง่าย มีผลดีต่อการศึกษา เล่าเรียน เพราะผู้มีสมาธิย่อมมีความจำดี สามารถเข้าใจวิชาการต่าง ๆ ได้อย่าง ง่ายดายและรวดเร็ว และประโยชน์โดยตรงเบื้องต้น อย่างหนึ่งของการฝึกสมาธิภาวนาก็คือ การได้รู้จักหลับตาสำรวจข้อบกพร่อง ของตนเอง เพราะโดยปกติในเวลา ลืมตา เราก็มักจะเห็นแต่ความผิดพลาด ของผู้อื่นและมองข้ามความผิดพลาด ของตัวเองไป ฉะนั้นทางที่ดีจึงควรหา เวลาอย่างน้อยสักวันละ ๑๐-๑๕ นาที เพื่อสารวจหาข้อบกพร่องผิดพลาดและ ตักเตือนตนเองบ้าง เพราะว่าคนที่ดื้อและว่ายาก สอนยากที่สุดในโลกนั้นก็คือ ตัวเรา นั่นเอง นับว่าพระมหาสุพจน์ท่านได้ทำ หน้าที่เป็น “กัลยาณมิตร” ที่ดีสำหรับ สามเณรเพชร คือเป็นทั้งผู้แนะและผู้นำ โดยเฉพาะท่านมีคุณสมบัติเพียบพร้อม ที่จะแนะนำสั่งสอน ชักจูง ช่วยบอกหน ทางหรือเป็นตัวอย่างให้เพชรรู้จักดำเนิน ชีวิตไปในทางที่ถูกต้องดีงาม ด้วยเหตุนี้ สามเณรเพชรจึง ได้ยึดถือเอาท่านมหาสุพจน์หรือ “หลวงพี่” รูปนี้เป็น “กัลยาณมิตร” ของตนนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา อ่านต่อฉบับหน้า Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More