ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๒๒
ประโยชน์โดยตรงเบื้องต้นอย่างหนึ่งของ
การฝึกสมาธิภาวนาก็คือ การได้รู้จักหลับตา
สํารวจข้อบกพร่องของตนเอง
มีคุณยายท่านหนึ่งชราภาพมาก ตัวเองกับครอบครัวนั้นมีอะไรบางอย่าง
แล้วคงจะยืนคอยใส่บาตรไม่ค่อยไหว
มาขวางกั้นอยู่ ฉะนั้นพอรับบาตรเสร็จ
จึงต้องนำเก้าอี้มานั่งรอพระอยู่หน้าบ้าน
สู้ทนลำบากตากน้ำค้างยามเช้าและ
แสงแดดในยามสายรอใส่บาตรพระอยู่
เป็นชั่วโมง ๆ ตอนที่ยกทัพพีตักข้าว
ใส่บาตรนั้น ยังสังเกตเห็นมือของท่าน
สั่นจนทัพพีกระทบกับขอบบาตรดังกริก
ในเวลานั้น สามเณรเพชรมีความ
รู้สึกว่าอยากจะกล่าวขอบคุณคุณยาย
สักค่าแต่ทำไม่ได้ ได้แต่ทอดสายตา
ลงต่ำ และนักยืนยันต่อคุณยายไปว่า
ข้าวของคุณยายทัพพีนี้จะต้องมีประโยชน์
มันจะไม่ถูกย่อยสลายไปเปล่า ๆ เพราะ
มันได้สร้างจิตสำนึกและมโนธรรมขึ้น
ในจิตใจของสามเณรผู้นี้ ให้บริโภค
อาหารนี้เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติ
พรหมจรรย์ จะปฏิบัติตนให้สมกับศรัทธา
ของคุณยายเลยทีเดียว
และทุก ๆ วันตอนขากลับจาก
บิณฑบาตมาถึงหน้าวัดก็จะพบโยมพ่อ
โยมแม่และน้องพลอย มาดักรอใส่บาตร
อยู่ที่หน้าประตูทางเข้าวัดเป็นประจำ
แต่บัดนี้สามเณรเพชรได้มาอยู่ในเพศ
บรรพชิตเสียแล้ว จึงต้องพยายามสํารวม
ระวังตน ไม่พยายามแสดงความคุ้นเคย
ให้ปรากฏ และรู้สึกเหมือนกับว่าระหว่าง
ก็เดินเลยเข้าวัดไป ไม่ได้หยุดพูดจา
ทักทายแต่อย่างใด
กิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งที่
แสดงถึงความเมตตาอย่างใหญ่หลวง
ของ “หลวงพี่” ที่มีต่อสามเณรเพชร
ก็คือ ท่านจะเข้ามาปลุกตั้งแต่ตีห้าเพื่อ
จะได้ทำวัตรสวดมนต์และสอนวิธีบำเพ็ญ
สมาธิให้ ท่านบอกว่า การฝึกสมาธิ
ภาวนานี้จะช่วยอบรมจิตใจมิให้ฟุ้งซ่าน
ไปตามอารมณ์ต่าง ๆ ทำให้กระแสจิต
รวมกันตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวที่ต้องการ
เพราะธรรมดากระแสน้ำที่แยกออกไป
หลายสาย พลังของกระแสน้ำนั้นย่อม
อ่อนกำลังลงไป ไม่สามารถนำไปใช้
ให้สำเร็จประโยชน์ได้เต็มที่
แต่ถ้าทำเขื่อนกันกระแสน้ำเหล่านั้น
ให้ไหลไปรวมเป็นสายเดียวกันได้ พลัง
ของกระแสน้ำนั้นย่อมมีมาก และสามารถ
นำไปใช้ให้สำเร็จประโยชน์ได้นานา
ประการเช่น ใช้ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นต้น
จิตใจของคนเราก็เช่นกัน ถ้าปล่อย
ให้คิดฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ต่าง ๆ
พลังกระแสจิตก็ย่อมอ่อนลง ๆ จนกลาย
เป็นคนใจอ่อนทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ฉะนั้น
ถ้าเรารู้จักฝึกอบรมควบคุมจิตใจให้มี
สมาธิมั่นคง กระแสใจก็จะมีพลัง
มหาศาล สามารถทำการใด ๆ ให้
สำเร็จได้โดยง่าย มีผลดีต่อการศึกษา
เล่าเรียน เพราะผู้มีสมาธิย่อมมีความจำดี
สามารถเข้าใจวิชาการต่าง ๆ ได้อย่าง
ง่ายดายและรวดเร็ว
และประโยชน์โดยตรงเบื้องต้น
อย่างหนึ่งของการฝึกสมาธิภาวนาก็คือ
การได้รู้จักหลับตาสำรวจข้อบกพร่อง
ของตนเอง
เพราะโดยปกติในเวลา
ลืมตา เราก็มักจะเห็นแต่ความผิดพลาด
ของผู้อื่นและมองข้ามความผิดพลาด
ของตัวเองไป ฉะนั้นทางที่ดีจึงควรหา
เวลาอย่างน้อยสักวันละ ๑๐-๑๕ นาที
เพื่อสารวจหาข้อบกพร่องผิดพลาดและ
ตักเตือนตนเองบ้าง
เพราะว่าคนที่ดื้อและว่ายาก
สอนยากที่สุดในโลกนั้นก็คือ ตัวเรา
นั่นเอง
นับว่าพระมหาสุพจน์ท่านได้ทำ
หน้าที่เป็น “กัลยาณมิตร” ที่ดีสำหรับ
สามเณรเพชร คือเป็นทั้งผู้แนะและผู้นำ
โดยเฉพาะท่านมีคุณสมบัติเพียบพร้อม
ที่จะแนะนำสั่งสอน ชักจูง ช่วยบอกหน
ทางหรือเป็นตัวอย่างให้เพชรรู้จักดำเนิน
ชีวิตไปในทางที่ถูกต้องดีงาม
ด้วยเหตุนี้ สามเณรเพชรจึง
ได้ยึดถือเอาท่านมหาสุพจน์หรือ
“หลวงพี่” รูปนี้เป็น “กัลยาณมิตร”
ของตนนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org