การพิจารณางานและการประกอบอาชีพ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 3 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 136

สรุปเนื้อหา

ไม่นำพาในการรักษาศีลเลย จึงเป็นการ | วิธีรู้ก่อนทำ คิดสร้างวิมานในอวกาศ เราชาวพุทธทั้งหลายควรพิจารณา ทุกครั้งก่อนทำงาน งานที่เราจะทำนั้น ขัดต่อศีล ๕ หรือไม่ ถ้าผิดศีลก็ไม่ควร ให้งดเว้นจากการเหยียบย่ำทำลายศีล และงดเว้นจากการสนับสนุนผู้อ้างตัวว่า เป็นผู้วิเศษ แต่ไม่มีศีล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “เธอพึ่งพิจารณาเนือง ๆ ว่า ตัวเราเองตำหนิตัวเราเองโดยศีล ได้ หรือไม่ เธอจึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า ท่านผู้รู้ใคร่ครวญแล้วตำหนิเราโดย ศีลได้หรือไม่" นัย-อภิณหาปัจจเวกขณ์ ๔. ไม่ผิดธรรม ธรรมคือความถูก ความดี ในการปฏิบัติงานทุกครั้ง ต้อง คำนึงถึงข้อธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธ เจ้าตรัสไว้ให้ถี่ถ้วน เพราะ งานบางอย่างแม้จะไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดประเพณี และไม่ผิดศีล แต่อาจผิด หลักธรรมได้ ดังเช่น การผูกโกรธ คิดพยาบาท ผิดหล

หัวข้อประเด็น

- การพิจารณางานและการประกอบอาชีพ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไม่นำพาในการรักษาศีลเลย จึงเป็นการ | วิธีรู้ก่อนทำ คิดสร้างวิมานในอวกาศ เราชาวพุทธทั้งหลายควรพิจารณา ทุกครั้งก่อนทำงาน งานที่เราจะทำนั้น ขัดต่อศีล ๕ หรือไม่ ถ้าผิดศีลก็ไม่ควร ให้งดเว้นจากการเหยียบย่ำทำลายศีล และงดเว้นจากการสนับสนุนผู้อ้างตัวว่า เป็นผู้วิเศษ แต่ไม่มีศีล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “เธอพึ่งพิจารณาเนือง ๆ ว่า ตัวเราเองตำหนิตัวเราเองโดยศีล ได้ หรือไม่ เธอจึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า ท่านผู้รู้ใคร่ครวญแล้วตำหนิเราโดย ศีลได้หรือไม่" นัย-อภิณหาปัจจเวกขณ์ ๔. ไม่ผิดธรรม ธรรมคือความถูก ความดี ในการปฏิบัติงานทุกครั้ง ต้อง คำนึงถึงข้อธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธ เจ้าตรัสไว้ให้ถี่ถ้วน เพราะ งานบางอย่างแม้จะไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดประเพณี และไม่ผิดศีล แต่อาจผิด หลักธรรมได้ ดังเช่น การผูกโกรธ คิดพยาบาท ผิดหลัก กุศลกรรมบถ การเกียจคร้าน ผิดหลักอิทธิบาท หลักอบายมุข ทางศาสนาสอนเรื่องการทำงาน | ไว้ว่า “นิสสมุม กรณ์ เสยโย” คือ “ใคร่ ครวญดูก่อน แล้วจึงลงมือทำ” นักทำงาน สมัยนี้ก็มีคติว่า "อย่าคมก่อนเห็น อย่า เซ็นก่อนอ่าน” ซึ่งก็เป็นการปฏิบัติตาม หลักธรรมนั่นเอง รวม ๑. งานที่ทำเพื่อประโยชน์ตนเอง ๒. งานที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วน ผู้ที่ทำงานไม่มีโทษก็หมายถึง ผู้ที่ ทำงานทั้ง ๒ ประการนี้ อย่างถูกต้องและ สมบูรณ์ตามกฎเกณฑ์ทั้ง ๔ ประการ ดังได้กล่าวมาแล้ว แต่การทำงานแบบนี้ คนหนุ่มสาว งานที่ทำเพื่อประโยชน์ มักจะไม่ค่อยชอบเพราะใจร้อน เวลา เสนองานให้ผู้ใหญ่ พอท่านบอกว่า “ขอ คิดดูก่อน" เด็กก็มักจะขัดใจหาว่าคนแก่ ขี้ขลาดทำอะไรไม่เด็ดขาด ความจริง ไม่ใช่เรื่องกล้าหรือขลาด แต่เป็นเรื่องการ ใช้ความคิด ท่านต้องการรู้ก่อนทำไม่ใช่ ทำก่อนรู้ แล้วทำอย่างไรเราจึงจะรู้ก่อน ทํา ข้อสำคัญคือ ต้องทำใจเรา ให้คลายความอวดดื้อถือทิฐิมานะ ต้องยอมรับว่า เราไม่ใช่คนเก่งที่ สุด เราไม่ใช่คนฉลาดที่สุด ยังมีผู้ที่ เกิดก่อนเรารู้เห็นมามากกว่าเรา ใคร ลดความลำพองผยองขนลงเสียได้ดังนี้ คนนั้นจะมีหวังเป็นคนรู้ก่อนทำ ถ้าปรับ ปรุงตัวอย่างนี้ไม่ได้ก็ไม่มีหวัง จะต้อง การเป็นนักเลงการพนัน เจ้าชู้ ผิด เป็นคนทำก่อนรู้อยู่ร่ำไป สอบตกแล้วจึงรู้ ว่าเกโรงเรียนไม่ดี ตับแข็งแล้วจึงรู้ตัวว่า กินเหล้ามากไป หมดตัวแล้วจึงรู้ว่าไม่ควร ดังนั้นเมื่อเราทํางาน ไม่ว่าจะเป็น งานทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ ก็ตาม เราต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ประเพณี ศีล และ ธรรม จึงจะได้ชื่อว่า เป็นคนทํางานไม่มีโทษ คนบางคนมีปัญหาว่า ใจก็ต้อง ตนเอง คือการทํามาหาเลี้ยงชีพต่าง ๆ เช่น ทํานา ทําสวน ค้าขาย เป็นครู เป็นช่างไม้ ช่า กล ฯลฯ ซึ่งในเรื่องการประกอบอาชีพ นี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า อาชีพ ต้องห้ามต่อไปนี้ พุทธศาสนิกชน ไม่ควรทำ ได้แก่ 0. การค้าอาวุธ ๒. การค้ามนุษย์ ๓. การค้ายาพิษ ๔. การค้ายาเสพติด ๕. การค้าสัตว์เพื่อนำไปฆ่า ใครก็ตามที่ประกอบอาชีพ ๕ ประการข้างต้นนี้ ได้ชื่อว่าทำงานมีโทษ และจะก่อให้เกิดโทษแก่ตนเองมากมาย สุดประมาณ แม้จะร่ำรวยเร็วก็ไม่คุ้มกับ บาปกรรมที่ก่อไว้ เล่นการพนัน หนักเข้าก็ต้องเข้าคุกแล้วจึง งานที่ทำเพื่อประโยชน์ รู้ว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป กรรมแท้ๆ ส่วนรวม ประเภทของงานไม่มี การทำงานไม่มีโทษ แต่ทำงานครั้ง โทษ โดกว่าจะรู้ว่างานที่ตัวทำเป็นงานมีโทษ ก็สายไปเสียแล้ว ทำไปแล้ว จึงมีปัญหา ว่าทำอย่างไรเราจึงจะเป็นคนที่รู้ก่อนทำ งานที่เราท่านั้นแบ่งได้เป็น ประการ คือ คือการทํางานสังคมสงเคราะห์ ช่วยเหลือคนข้างเคียง และช่วยเหลืองานที่ เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม เช่น สร้างสะพาน ท่าถนน สร้างศาลาที่พัก อาศัยข้างทาง ฯลฯ Kalyanamitra.org สต
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More