การชักชวนให้ทำสงครามครูเสด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 3 หน้า 76
หน้าที่ 76 / 136

สรุปเนื้อหา

คริสเตียนก็ยังไปปาเลสไตน์ได้โดย ปลอดภัย มาจนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ และขุนนางที่เคลอมองต์ (Clermont) ในภาคกลางของฝรั่งเศส อ้างว่าเพื่อ ๑๑ พวกเตอร์กสาขาเซลด์จุก (The พิจารณากิจการศาสนาบางอย่าง และ Seljuk Turks) ซึ่งเป็นอนารยชนดุร้าย ในโอกาสนั้นสันตะปาปาก็ได้แจ้งให้ที่ ตีพวกอาหรับที่อยู่ทางตะวันออกของ ตุรกีและได้รุดหน้ามายึดกรุงเจรูซาเล็ม ไว้ได้ ประกาศขัดขวางไม่ให้พวกคริส- ในภาคกลางของทวีปเอเซีย ได้เข้าโจม | ประชุมทราบถึงสถานการณ์ภาคตะวัน เตียนเข้าไปในเจรูซาเล็ม ทำให้เกิด ความเจ็บแค้นขึ้นทั่ว ๆ ไปในระหว่าง พวกคริสเตียนที่ถูกขัดขวางไม่ให้ไป แสวงบุญ ตัวการสำคัญที่ชักใยให้เกิดสง ครามครูเสด คือจักรพรรดิและสันตะปา ปาแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก จักร พรรดิได้ทรงเห็นว่าระยะนี้จักรวรรดิ โรมันเสื่อมโทรมมา

หัวข้อประเด็น

- การชักชวนให้ทำสงครามครูเสด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คริสเตียนก็ยังไปปาเลสไตน์ได้โดย ปลอดภัย มาจนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ และขุนนางที่เคลอมองต์ (Clermont) ในภาคกลางของฝรั่งเศส อ้างว่าเพื่อ ๑๑ พวกเตอร์กสาขาเซลด์จุก (The พิจารณากิจการศาสนาบางอย่าง และ Seljuk Turks) ซึ่งเป็นอนารยชนดุร้าย ในโอกาสนั้นสันตะปาปาก็ได้แจ้งให้ที่ ตีพวกอาหรับที่อยู่ทางตะวันออกของ ตุรกีและได้รุดหน้ามายึดกรุงเจรูซาเล็ม ไว้ได้ ประกาศขัดขวางไม่ให้พวกคริส- ในภาคกลางของทวีปเอเซีย ได้เข้าโจม | ประชุมทราบถึงสถานการณ์ภาคตะวัน เตียนเข้าไปในเจรูซาเล็ม ทำให้เกิด ความเจ็บแค้นขึ้นทั่ว ๆ ไปในระหว่าง พวกคริสเตียนที่ถูกขัดขวางไม่ให้ไป แสวงบุญ ตัวการสำคัญที่ชักใยให้เกิดสง ครามครูเสด คือจักรพรรดิและสันตะปา ปาแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก จักร พรรดิได้ทรงเห็นว่าระยะนี้จักรวรรดิ โรมันเสื่อมโทรมมาก เพราะการถูก รุกรานจากอนารยชนหลายเชื้อชาติ จน ถึงกับเสียเอเซียไมเนอร์ให้แก่พวกเตอร์ก อันเป็นการแสดงความอ่อนอำนาจของ จักรพรรดิ จึงได้มีพระราชสาส์นไป ถึงสันตะปาปาอ๋อร์แบงที่ ๒ (Urban II) แจ้งว่าชาติเตอร์กกำลังจะทำลายคริสต์ ศาสนาในตะวันออกจนหมด ขอให้สัน ตะปาปาส่งกำลังไปช่วยปราบปรามด้วย แต่ความจริงองค์จักรพรรดิมีเจตนาจะ ออกว่า พวกเตอร์กได้กระทำทารุณโหด ร้ายต่อพวกคริสเตียน และได้กล่าว ชักชวนให้ทางยุโรปเลิกทำสงครามกัน เอง แต่ให้พร้อมกันจับอาวุธไปทำสงคราม ปราบพวกเตอร์กซึ่งดูถูกคริสต์ศาสนา การประกาศชักชวนของสันตะปาปาเกิด ผลอย่างน่าประหลาด บรรดาผู้ไปร่วม ประชุมต่างพากันเจ็บร้อน และตกลง เป็นใจเดียวกันที่จะไปทำสงครามประหัต ประหารชาติเตอร์ก โดยตะโกนโห่ร้องว่า “พระผู้เป็นเจ้าประสงค์เช่นนั้น” (It is the will of god) เมื่อได้โน้มน้าวใจพวก บาทหลวงและขุนนางให้มีความอาฆาต ต่อชาวเตอร์กสมประสงค์แล้ว สันตะ ปาปาก็นำเครื่องหมายกางเขนสีแดงแจก จ่ายแก่บุคคลเหล่านี้ นับเป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ที่ประชาชนในยุโรปได้ลุก ฮือขึ้นเป็นใจเดียวกัน โดยไม่ต้องกะ เกณฑ์แต่อย่างใด การสงครามครูเสด มีด้วยกันรวม 6 ครั้ง เริ่มใน ค.ศ. A ภาพวาดแสดงการสั่งสอน ชักชวนชาวป่าของนักบุญ ท่านหนึ่ง ประมาณคริสต์ ศตวรรษที่ ๑๕ กู้จักรวรรดิของตนมากกว่าเหตุทาง ศาสนา ฝ่ายสันตะปาปา Urban II ก็มี ความประสงค์จะรวบรวมศาสนจักรภาค ตะวันตกและภาคตะวันออกเข้าไว้ด้วย กันอยู่แล้ว โดยให้ขึ้นตรงต่อสันตะปาปา แห่งกรุงโรม ดังนั้นใน ค.ศ. ๑๐๙๕ สันตะปาปาจึงได้นัดประชุมบาทหลวง ๑๐๙ ๖-๑๒๗o ผลของสงครามทางด้านศาสนา ทำให้สันตะปาปามีอำนาจทางการเมือง มากขึ้น เพราะเป็นผู้ชักชวนคนให้ไปทำ สงครามกับศัตรูทางศาสนาคริสต์ แต่ ก็เกิดผลตรงข้ามบางแง่คือ เมื่อพวก ครูเสดไปเผชิญกับชาวอิสลามที่เคร่ง ครัดมากกว่า แล้วนำมาเปรียบเทียบกับ ศาสนาของตน ได้เห็นข้อบกพร่อง ทำ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More