ความเชื่อในพระเยซู วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 3 หน้า 73
หน้าที่ 73 / 136

สรุปเนื้อหา

ในคัมภีร์ไบเบิล มีอยู่ตอนหนึ่ง กล่าวถึงพระเยซูเมื่อตายไปแล้ว กลับ มาปรากฏตัวให้สานุศิษย์ได้เห็น แล้วได้ สั่งสอนเป็นคำสั่งครั้งสุดท้ายก่อนจะกลับ คืนสู่สวรรค์ว่า ให้ทุกคนไปช่วยกัน ประกาศศาสนา ประกาศข่าวดีของการ มาไถ่บาปของพระองค์ โดยวิธีให้คนไป แบบติสต์ (Baptist) และให้พยายาม เปลี่ยนใจชาวโลกให้มาเป็นสาวกของ พระเจ้าให้ได้ ประกอบกับความเชื่อใน เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดในคริสต์ ศาสนานั้นไม่มี เขาเชื่อกันว่าคนเราเกิด มาแล้วมีชีวิตอยู่เพียงชาติเดียวเท่านั้น เมื่อตายไปแล้ววิญญาณจะไปรอการตัด สินของพระผู้เป็นเจ้าในวันสุดท้ายของ โลก (ซึ่งก็ไม่มีใครบอกได้ว่าอีกนานเท่า ใด) ผู้ใดที่เชื่อในพระผู้เป็นเจ้าก็จะได้ อยู่ในสรวงสวรรค์ชั่วนิรันดร์ ส่วนผู้ที่ ไม่เชื่อถือก็ตกนรกหมกไหม้ตลอดกาล เช่นเดียวกัน ศาสนิกชนที

หัวข้อประเด็น

- ความเชื่อในพระเยซู

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ในคัมภีร์ไบเบิล มีอยู่ตอนหนึ่ง กล่าวถึงพระเยซูเมื่อตายไปแล้ว กลับ มาปรากฏตัวให้สานุศิษย์ได้เห็น แล้วได้ สั่งสอนเป็นคำสั่งครั้งสุดท้ายก่อนจะกลับ คืนสู่สวรรค์ว่า ให้ทุกคนไปช่วยกัน ประกาศศาสนา ประกาศข่าวดีของการ มาไถ่บาปของพระองค์ โดยวิธีให้คนไป แบบติสต์ (Baptist) และให้พยายาม เปลี่ยนใจชาวโลกให้มาเป็นสาวกของ พระเจ้าให้ได้ ประกอบกับความเชื่อใน เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดในคริสต์ ศาสนานั้นไม่มี เขาเชื่อกันว่าคนเราเกิด มาแล้วมีชีวิตอยู่เพียงชาติเดียวเท่านั้น เมื่อตายไปแล้ววิญญาณจะไปรอการตัด สินของพระผู้เป็นเจ้าในวันสุดท้ายของ โลก (ซึ่งก็ไม่มีใครบอกได้ว่าอีกนานเท่า ใด) ผู้ใดที่เชื่อในพระผู้เป็นเจ้าก็จะได้ อยู่ในสรวงสวรรค์ชั่วนิรันดร์ ส่วนผู้ที่ ไม่เชื่อถือก็ตกนรกหมกไหม้ตลอดกาล เช่นเดียวกัน ศาสนิกชนที่เชื่อในเรื่องนี้ก็มีความ ภูมิใจว่าตัวเองจะได้ไปสรวงสวรรค์ แม้ เพียงความเชื่ออย่างเดียวว่าพระเยซูได้ ตายไปแล้ว และกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก ภายใน ๓ วัน ก็สามารถทำให้ตนมี อภิสิทธิ์เหนือชาวโลกทุก ๆ คน ไม่ จำกัดว่าเขาจะมีศีลธรรมมากน้อยเพียง ใดก็ตาม เหมือนกับว่าเขาได้รับลูกกุญแจ วิเศษที่จะไขประตูสรวงสรรค์ได้อย่างนั้น เขาเห็นว่าการปล่อยให้เพื่อนร่วมโลก ต้องตกนรกหมกไหม้ชั่วกัลปาวสาน โดย ที่ตนเองรู้เทคนิคง่าย ๆ ที่จะไปสวรรค์นั้น ออกจะเป็นการใจดำเกินไป เขาจึง ต้องกระตือรือร้นอย่างสุดฤทธิ์ที่จะให้ ทุกคนเชื่อตามเขา เพราะเขาเห็นว่ามัน เป็นทางออกเพียงทางเดียวของมวล มนุษย์ ที่จะหลุดพ้นจากโทษทัณฑ์อัน สาหัสจากพระผู้เป็นเจ้า คนเรายิ่งมีความเชื่อมากเท่าใด ก็ ยิ่งมีแรงบันดาลใจให้ทำอะไรได้แปลก ๆ มากขึ้นเท่านั้น สังเกตได้จากประสบ การณ์ส่วนตัวของอาตมา ขณะที่เดิน ตามถนนในเมือง Oxford เคยเห็นบาง คนยืนตะโกนโหวกเหวกให้คนที่เดินมา ตามถนนฟังเขาพูด บางครั้งถึงกับขู่ให้ ทุกคนกลับใจมาเชื่อพระผู้เป็นเจ้าโดยเร็ว เพราะวันสุดท้ายของโลกใกล้เข้ามาเต็ม ที่แล้ว บางทีก็กล่าวประณามความเชื่อ ของคนอื่น ๆ ที่เห็นต่างกับตนไป เป็น เรื่องที่พบเห็นอยู่บ่อย ๆ และเป็นสิ่ง ธรรมดาจนคนที่เดินผ่านไปมาก็ไม่ได้ ให้ความสนใจอะไร ชายตาดูนิดหนึ่ง แล้วก็เดินต่อไป แม้อาตมาเองก็เคยถูกคนเดินประ กบข้าง ๆ และพูดขู่เสียงหนักแน่นว่า “ยูเชื่อถือไปผิดทางเสียแล้ว มี พระเยซูเท่านั้นเป็นผู้ชี้ทางออกให้แก่ ชาวโลก” คนพูดทำสีหน้าท่าทางเอาจริง เอาจังมาก ซึ่งตามมารยาทของคน อังกฤษเห็นว่า การเที่ยวขู่เข็ญคุกคามคน เช่นนี้ เป็นเรื่องน่าอับอายมาก แม้ แต่พวกชาวคริสต์ด้วยกันเองก็ยังระอา ใจกับพวกเชื่ออย่างสุดโต่งเช่นนี้ และ ลองคิดดูเถิดว่า ถ้าคนเหล่านี้ได้ขึ้น สวรรค์จริง คนที่ตามไปอยู่ด้วยจะอึดอัด สักแค่ไหน เพราะบนสวรรค์ของเขาคงจะ เต็มไปด้วยพวกหัวรุนแรง เต็มไปด้วยทิฐิ - ภาพวาดแสดงวันที่พระเยซู ถูกตรึงไม้กางเขนจนสิ้น พระชนม์ในวันนั้น และ ตามคัมภีร์ไบเบิลบอกว่า หลังจากนั้น 5 วัน พระเยซู ก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More