ความรักและความเป็นจริงของร่างกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 3 หน้า 113
หน้าที่ 113 / 136

สรุปเนื้อหา

อันเป็นที่รักจะมีได้หรือไม่” “มีไม่ได้เลย พระคุณเจ้า” “นี่แปลว่าน้องหญิงยอมรับแล้ว ใช่ไหม ว่าความรักเป็นสาเหตุชั้นที่หนึ่ง ที่จะให้เกิดทุกข์” พระอานนท์พูดจบแล้ว ยิ้มน้อย ๆ ด้วยรู้สึกว่ามีชัย แต่ใครเล่า จะเอาชนะความปรารถนาของหญิงได้ง่าย ๆ ลงจะเอาอะไรก็จะเอาให้ได้ เพราะธรรมชาติ มีอยู่ทางเดียวคืออย่ารัก “พระคุณเจ้าจะว่าอย่างไรก็ ตามเถิด แต่ข้าพเจ้าหักรักจากพระคุณเจ้า มิได้เสียแล้ว แม้พระคุณเจ้าจะไม่ปรานี ข้าพเจ้าเยี่ยงคนรัก ก็ขอให้พระคุณเจ้ารับ ข้าพเจ้าไว้ในฐานะผู้ซื่อสัตย์ ข้าพเจ้าจัก ปฏิบัติพระคุณเจ้า บำรุงพระคุณเจ้าเพื่อ “อานนท์! เรื่องราวเป็นมาอย่างไร ทำไมเขาจึงตามเธอมาถึงนี่ ?" “เมื่อพระอานนท์ทูลให้ทรงทราบ แล้ว จึงตรัสว่า ภคินิ! เธอรักใคร่พอใจในอานนท์ หรือ ? “พระเจ้าข้า” นางทา ยกมือแค่อก ข

หัวข้อประเด็น

- ความรักและความเป็นจริงของร่างกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อันเป็นที่รักจะมีได้หรือไม่” “มีไม่ได้เลย พระคุณเจ้า” “นี่แปลว่าน้องหญิงยอมรับแล้ว ใช่ไหม ว่าความรักเป็นสาเหตุชั้นที่หนึ่ง ที่จะให้เกิดทุกข์” พระอานนท์พูดจบแล้ว ยิ้มน้อย ๆ ด้วยรู้สึกว่ามีชัย แต่ใครเล่า จะเอาชนะความปรารถนาของหญิงได้ง่าย ๆ ลงจะเอาอะไรก็จะเอาให้ได้ เพราะธรรมชาติ มีอยู่ทางเดียวคืออย่ารัก “พระคุณเจ้าจะว่าอย่างไรก็ ตามเถิด แต่ข้าพเจ้าหักรักจากพระคุณเจ้า มิได้เสียแล้ว แม้พระคุณเจ้าจะไม่ปรานี ข้าพเจ้าเยี่ยงคนรัก ก็ขอให้พระคุณเจ้ารับ ข้าพเจ้าไว้ในฐานะผู้ซื่อสัตย์ ข้าพเจ้าจัก ปฏิบัติพระคุณเจ้า บำรุงพระคุณเจ้าเพื่อ “อานนท์! เรื่องราวเป็นมาอย่างไร ทำไมเขาจึงตามเธอมาถึงนี่ ?" “เมื่อพระอานนท์ทูลให้ทรงทราบ แล้ว จึงตรัสว่า ภคินิ! เธอรักใคร่พอใจในอานนท์ หรือ ? “พระเจ้าข้า” นางทา ยกมือแค่อก ของเธอมักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ถ้าผู้หญิงคนใดใช้เหตุผลในการตัดสิน ความสุขของท่านและของข้าพเจ้าด้วย” "น้องหญิง! ประโยชน์อะไรที่เธอ จะมารักคนอย่างอาตมา อาดมารัก ปัญหาชีวิตหรือในการดำเนินชีวิต หญิง พระศาสดาและพรหมจรรย์หมดหัวใจ เสียแล้ว ไม่มีหัวใจไว้รักอะไรได้อีก แม้เธอจะขอสมัครอยู่ในฐานะเป็นทาส ก็ไม่ได้ พระศาสดาทรงห้ามมิให้ภิกษุใน คนนั้นจะเป็นสตรีที่ดีที่สุด และน่ารักที่สุด เหตุผลที่กล่าวนี้มิใช่มากมายอะไรเลย เพียงไม่ถึงกึ่งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ แม้นาง จะมองเห็นเหตุผลของพระอานนท์ว่า คมคายอยู่ แต่นางก็หายอมไม่ นางกล่าว ต่อไปว่า “พระคุณเจ้า! ความรักที่เป็นเหตุ ให้เกิดทุกข์ดังที่พระคุณเจ้ากล่าวมานั้น เห็นจะเป็นความรักของคนที่รักไม่เป็น เสียละกระมัง คนที่รักเป็น ย่อมรักได้ โดยมิให้เป็นทุกข์" “น้องหญิงเคยรักหรือ หมายถึงเคย รักใครคนใดคนหนึ่งมาบ้างหรือไม่ ในชีวิต ที่ผ่านมา” “ไม่เคยมาก่อนเลย ครั้งนี้เป็นครั้ง แรก และคงจะเป็นครั้งสุดท้ายอีกด้วย” “เมื่อไม่เคยมาเลย ทำไมเธอจึงจะ รักให้เป็นโดยมิต้องเป็นทุกข์เล่าน้องหญิง คนที่จับไฟนั้นจะจับเป็นหรือจับไม่เป็น จะรู้หรือไม่รู้ ถ้าลงได้จับไฟด้วยมือแล้ว ย่อมร้อนเหมือนกัน ใช่ไหม? “ใช่ พระคุณเจ้า” “ความรักก็เหมือนการจับไฟนั่น แหละ ทางที่จะไม่ให้มือพองเพราะไฟ เผามีอยู่ทางเดียว คืออย่าจับไฟอย่าเล่น กับไฟ ทางที่จะปลอดภัยจากรักก็ฉันนั้น พระศาสนามีทาสไว้ใช้ ยิ่งเธอเป็น ทาสหญิงด้วยแล้วยิ่งเป็นการผิดมากขึ้น แม้จะเป็นศิษย์คอยปฏิบัติ ก็ไม่ควรจะเป็น ที่ตำหนิของวิญญูชน เป็นทางแห่งความ เสื่อมเสีย อาตมาเห็นใจน้องหญิง แต่จะ รับไว้ในฐานะใดฐานะหนึ่งไม่ได้ทั้งนั้น กลับเสียเถิดน้องหญิง พระศาสดาหรือ ภิกษุสามเณรเห็นเข้าจะตำหนิอาตมาได้ นี่ก็จวนจะถึงพระคันธกุฎีแล้ว อย่าเข้า มานะ” พระอานนท์ยกมือขึ้นห้ามในขณะ ที่นางทาสีจะก้าวตามท่านเข้าไป พระผู้มีพระภาค ทรงสดับเสียง เถียงกันระหว่างพระอานนท์ กับสตรี จึงตรัสถามจากภายในพระคันธกุฎีว่า “อะไรกันอานนท์ “ผู้หญิงพระเจ้าข้า เธอจะตาม ข้าพระองค์เข้ามายังวิหาร” “ให้เธอเข้ามาเถอะ พามาน มาหา ตถาคต" · พระศาสดาตรัส พระอานนท์พานางทาสีเข้าเฝ้า พระศาสดา ถวายบังคมแล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาค พระวาจาว่า รับตามเป็นจริง “เธอรักอะไรในอานนท์?” “ข้าพระพุทธเจ้า รักนัยน์ตา พระอานนท์ พระเจ้าข้า” “นัยน์ตานั้น ประกอบขึ้นด้วย เส้นประสาทและเนื้ออ่อน ต้องหมั่นเช็ด สิ่งสกปรกในดวงตาอยู่เป็นนิตย์ มีธิดา ไหลออกจากนัยน์ตาอยู่เสมอ ครั้นแก่ลง ก็จักฝ้าฟางขุ่นมัวไม่แจ่มใส อย่างนี้เธอ ยังจะรักนัยน์ตาของอานนท์อยู่อีกหรือ?” “ถ้าอย่างนั้น ข้าพระองค์รักหูของ พระอานนท์พระเจ้าข้า” “ภคินี! หูนั้นประกอบด้วยเส้นเอ็น และเนื้อ ภายในช่องหูมีของโสโครกเป็น อันมาก มีกลิ่นเหม็น ต้องและได้อยู่เสมอ ครั้นชราลงก็หนวก จะฟังเสียงอะไรก็ไม่ ถนัดหรืออาจไม่ได้ยินเลย ดังนี้แล้ว เธอยัง รักอยู่หรือ ? นางเอียงอายเล็กน้อย แล้วตอบ เสี่ยงต่อไปว่า "ถ้าอย่างนั้น ข้าพระองค์รักจมูก อันโด่งงามของพระอานนท์ พระเจ้าข้า” “ภคินี! จมูกนั้นประกอบขึ้นด้วย กระดูกอ่อนที่มีโพรง ภายในมีน้ำมูกและ เส้นขน กับของโสโครกมีกลิ่นเหม็นเป็น ก้อน ๆ อย่างนี้เธอยังจะรักอยู่อีกหรือ” ไม่ว่านางจะตอบเสียงอย่างไร พระพุทธองค์ก็ทรงชี้แจงให้พิจารณาเห็น ความเป็นจริงของร่างกายอันสกปรกเปื่อย เน่านี้ ในที่สุดนางก็นั่งก้มหน้านิ่ง Kalyanamitra.org 880
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More