ผลของการขายเหล้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 3 หน้า 35
หน้าที่ 35 / 136

สรุปเนื้อหา

ปาฏิหาริย์ขึ้นไปเดินจงกรมอยู่กลางอากาศ แล้วทรงเนรมิต ให้ฝนโบกขรพรรษ (ฝนดุจน้ำตกลงในใบบัว : ฝนที่ตกลงมา แล้วเป็นสีแดง ถ้าใครต้องการให้เปียกก็เปียก ใครไม่ต้องการ ให้เปียกก็ไม่เปียก) แล้วตรัสเทศน์เรื่องมหาเวสสันดรชาดก ว่า ฝนชนิดนี้เคยตกมาแล้วครั้งหนึ่ง นี่เป็นครั้งที่สอง ครั้ง โน้นพระองค์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร... พระญาติทั้ง หลายเลยให้ความเคารพบูชา คนขายเหล้า “ขายเหล้า....อาชีพสุจริตนะครับ” “คนขายไม่เคยบังคับให้ใครดื่ม” “คนซื้อเขาก็รู้ว่าดื่มแล้วเมา....ก็เหล้านี่ครับ...” ถาม คนขายสุรา จะได้รับผลบาปอย่างไร? ตอบ คนที่ค้าขายเหล้า จะมีเวรติดตัวไปว่า จะเกิด กี่ภพกี่ชาติ แม้แต่ชาตินี้หากตกทุกข์ได้ยากแล้ว ไม่มีคน สงสาร เพราะตัวรู้อยู่ว่า “เหล้า” คนกินเข้าไปแล้วทั้งเสีย ทรัพย์ เสียสติ เสียผู้เสียคน

หัวข้อประเด็น

- ผลของการขายเหล้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ปาฏิหาริย์ขึ้นไปเดินจงกรมอยู่กลางอากาศ แล้วทรงเนรมิต ให้ฝนโบกขรพรรษ (ฝนดุจน้ำตกลงในใบบัว : ฝนที่ตกลงมา แล้วเป็นสีแดง ถ้าใครต้องการให้เปียกก็เปียก ใครไม่ต้องการ ให้เปียกก็ไม่เปียก) แล้วตรัสเทศน์เรื่องมหาเวสสันดรชาดก ว่า ฝนชนิดนี้เคยตกมาแล้วครั้งหนึ่ง นี่เป็นครั้งที่สอง ครั้ง โน้นพระองค์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร... พระญาติทั้ง หลายเลยให้ความเคารพบูชา คนขายเหล้า “ขายเหล้า....อาชีพสุจริตนะครับ” “คนขายไม่เคยบังคับให้ใครดื่ม” “คนซื้อเขาก็รู้ว่าดื่มแล้วเมา....ก็เหล้านี่ครับ...” ถาม คนขายสุรา จะได้รับผลบาปอย่างไร? ตอบ คนที่ค้าขายเหล้า จะมีเวรติดตัวไปว่า จะเกิด กี่ภพกี่ชาติ แม้แต่ชาตินี้หากตกทุกข์ได้ยากแล้ว ไม่มีคน สงสาร เพราะตัวรู้อยู่ว่า “เหล้า” คนกินเข้าไปแล้วทั้งเสีย ทรัพย์ เสียสติ เสียผู้เสียคน เสียชื่อเสียง เสียหมดละ แต่เรา เห็นแก่ได้ เราก็เลยขายเหล้า เราขาดเมตตาจิตอย่างแรง เพราะฉะนั้นชาตินี้ถ้าเราตกทุกข์ได้ยากเมื่อไร อย่าหวังเลย ว่าจะมีใครมาช่วยเหลือ โบราณท่านว่า “ทำคุณกับใครไม่ ขึ้น” เพราะพื้นใจเราขาดความเมตตาอยู่แล้ว (กรรมสนอง กรรม) แล้วในชาตินี้ คนดี ๆ เขาไม่อยากคบ ที่จะคบมี แต่พวกขี้เมา กิตติศัพท์ชื่อเสียงดี ๆ ไม่มี มีแต่ชื่อเสีย เพราะฉะนั้น ลูกเอ๊ยรู้ตัวแล้วเลิกเสียนะ ไม่อย่างนั้นใจเราจะ คิดไม่ดี คิดแต่จะให้คนเมาเท่านั้น คนเราลงคิดให้ชาวบ้าน เมาอย่างนี้ เรียกว่า “คิดชั่วเป็นปกติ” เป็นพาลนะลูก เลิก เสียเถอะ เดียว” 1 ครอบครัวนักพนัน “โจรปล้นเจ็ดครั้งไม่เท่าไฟไหม้บ้านครั้งเดียว ไฟไหม้บ้านเจ็ดครั้งไม่เท่าเสียการพนันครั้ง ถาม คุณพ่อและน้องชอบเล่นการพนัน จะแก้ไขไม่ ให้เล่นอย่างไร ? ตอบ เริ่มด้วยตัวเราเองอย่าเล่น แล้วเราต้องทำ ตัวอย่างเป็นมาตรฐานให้ดู การงานทุกอย่างทำให้ เรียบร้อย ใครตำหนิอะไรเราไม่ได้สักอย่างเดียว แล้วทีนี้จะ พูดอะไร ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ แต่ว่าต้องใช้เวลาหน่อย การงานต้องดี การเรียนต้องดี หาข้อบกพร่องอะไรเราไม่ได้ แล้วพอใครพลาดอะไร ชี้ให้เขาดูว่าเพราะเขามาจมอยู่ในวง ไฟจึงเรียนไม่ดี การงานถึงได้เสียหายอย่างนั้น ๆ เพราะ ฉะนั้นเราท่าตัวดี ๆ ให้เขาดูก่อนก็แล้วกัน แล้วพูดอย่างมี เหตุผล เขาต้องยอมเราเอง ไว้ บ้านใกล้เรือนเคียง “เพื่อนบ้านเหมือนญาติสนิท ซึ่งผูกมิตรไมตรี ถาม เพื่อนบ้านบางคนชอบเอาเปรียบ เช่น กวาด ขยะมาทิ้งหน้าบ้านทุกวัน จะทำอย่างไรดี? ตอบ ที่เขากวาดขยะมาใส่บ้านเราทุกวัน เพราะเรา เคยไปทำแบบนั้นกับเขาก่อนหรือเปล่า ถ้าเราไม่ได้ทำอย่าง นั้นแล้ว แต่เขายังมาทำกับเรา เราก็หาถังหาอะไรมาวาง ตรงที่ทิ้งขยะเขาขยะเรา แล้วอย่าเพิ่งไปทำอะไรมาก อย่าเพิ่งพูดอะไรมาก เริ่มทำตัวให้เขาทั้งรักทั้งเกรง เสียก่อน แล้วค่อยมาพูดกัน ให้เขาเกรงอย่างเดียวแต่ ไม่รักก็มีวิธี ถ้าจะให้รักด้วยเกรงด้วยก็มีวิธี ถ้าจะให้เขา เกรงโดยไม่ต้องรักก็เป็นอันธพาลประจำซอย เดี๋ยวก็ได้เรื่อง ไม่กล้าเอามาทิ้งหรอก แต่อย่าเลยลูก อย่าเป็นพาลเสียเอง เพราะมันแค่เกรง จะเพาะเวรภัยในภายหลัง ทำให้เขารัก ดีกว่า ทำตัวให้น่ารัก แต่อาจจะเสียเวลาบ้าง ทนเถอะ ทน ไปสักพักหนึ่ง พอชนะได้ครั้งหนึ่งจะชนะได้ตลอด แล้วจาก "นายนั่น นายนี่” อาจเปลี่ยนเป็น “คุณพ่อ คุณแม่” ประจำ ซอยไปก็ได้ ด้วยความที่เรามีคุณธรรมโดยเฉพาะมีขันติ ทนได้ เพื่อนบ้านนั้น หากผูกมิตรไว้ดีแล้วจะเป็น เสมือนญาติสนิทที่คอยเอื้ออาทร คอยปกป้องภัย อันตรายให้เรา เพราะรั้วน้ำใจดีกว่ารั้วเหล็ก เราจง ทําให้บุคคลที่อยู่รอบบ้านเป็นเพื่อนของเรา อย่าให้ เขาเป็น “คนอื่น” สำหรับเรา เพราะมิฉะนั้นเราก็จะ เป็น “คนอื่น” สำหรับเขาเหมือนกัน Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More