ศาสนาและการเมืองในสงครามครูเสด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 3 หน้า 75
หน้าที่ 75 / 136

สรุปเนื้อหา

ต้องการถือเอาคำสอนมาเป็นสรณะ ก็ ไม่อาจหาเหตุผลอันเพียงพอมาอ้างเป็น ข้อยึดถือ จึงจำเป็นต้องสร้างศรัทธา แรงบันดาลใจเป็นเครื่องชี้นำ และ ปรากฏว่ายิ่งเกิดศรัทธาเชื่อถือโดยปราศ จากเหตุผลมากเท่าใด ก็ยิ่งมีทิฐิมานะ มากขึ้นเท่านั้น จึงมองไปว่า คนอื่นที่ ไม่เชื่ออย่างตน ไม่เห็นอย่างตน จะไม่มี โอกาสไปสวรรค์ การประพฤติตัวให้ดี อยู่ในศีลธรรมจึงออกจะไร้ความหมาย ในบางลัทธิความเชื่อก็กำหนดให้ บุคคลมีชีวิตอยู่ด้วยความกลัวจากการ ลงโทษทัณฑ์จากพระผู้เป็นเจ้า ยึดถือ ความกลัวของการสิ้นโลกสิ้นภพเป็น เครื่องมือบีบบังคับคนให้มานับถือ และ ยึดถือพระเจ้าของตน จะเห็นได้ว่าใน บางศาสนาหรือบางลัทธิที่ผูกเอาอำนาจ ของพระเจ้าไว้ในกำมือมนุษย์ปุถุชนด้วย แล้ว ศาสนากับการเมืองจึงแยกกัน ไม่ออก ทำให้โลกมนุษย์วุ่นวายเดือด ร้อน อันเ

หัวข้อประเด็น

- ศาสนาและการเมืองในสงครามครูเสด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ต้องการถือเอาคำสอนมาเป็นสรณะ ก็ ไม่อาจหาเหตุผลอันเพียงพอมาอ้างเป็น ข้อยึดถือ จึงจำเป็นต้องสร้างศรัทธา แรงบันดาลใจเป็นเครื่องชี้นำ และ ปรากฏว่ายิ่งเกิดศรัทธาเชื่อถือโดยปราศ จากเหตุผลมากเท่าใด ก็ยิ่งมีทิฐิมานะ มากขึ้นเท่านั้น จึงมองไปว่า คนอื่นที่ ไม่เชื่ออย่างตน ไม่เห็นอย่างตน จะไม่มี โอกาสไปสวรรค์ การประพฤติตัวให้ดี อยู่ในศีลธรรมจึงออกจะไร้ความหมาย ในบางลัทธิความเชื่อก็กำหนดให้ บุคคลมีชีวิตอยู่ด้วยความกลัวจากการ ลงโทษทัณฑ์จากพระผู้เป็นเจ้า ยึดถือ ความกลัวของการสิ้นโลกสิ้นภพเป็น เครื่องมือบีบบังคับคนให้มานับถือ และ ยึดถือพระเจ้าของตน จะเห็นได้ว่าใน บางศาสนาหรือบางลัทธิที่ผูกเอาอำนาจ ของพระเจ้าไว้ในกำมือมนุษย์ปุถุชนด้วย แล้ว ศาสนากับการเมืองจึงแยกกัน ไม่ออก ทำให้โลกมนุษย์วุ่นวายเดือด ร้อน อันเนื่องมาจากศาสนา ก็มีอยู่จน ทุกวันนี้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด จากการเอา เรื่องศาสนามาสร้างศรัทธาให้แก่ประ ชาชนก็ได้แก่ สงครามครูเสด (The Crusades) เมื่อ ค.ศ. ๑๐๙๖-๑๒๗๐ สงครามครูเสดเป็นเหตุการณ์สำคัญเรื่อง หนึ่งเกี่ยวกับศาสนาซึ่งเกิดขึ้นในสมัย กลาง ในระยะที่สันตะปาปาและจักร พรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันออก กำลังแก่งแย่งอำนาจกันเป็นการใหญ่ สงครามครั้งนั้นเป็นสงครามที่กษัตริย์ ขุนนาง เจ้านาย นักบวช และราษฎร แม้แต่ชาวนาในยุโรปได้กระทำต่อ พวกเตอร์กที่นับถือศาสนาอิสลาม ในซีเรียและปาเลสไตน์ ในสมัยนั้น ยุโรปแบ่งออกเป็นประเทศเล็กประเทศ น้อย และมักจะทำการรบพุ่งแย่งดินแดน กันเสมอ แต่พวกยุโรปต่างนับถือศาสนา เดียวกัน ดังนั้นจึงมีความประสงค์ที่จะ ร่วมกันแย่งดินแดนอันเป็นที่สิงสถิตแห่ง วิญญาณพระเยซูให้พ้นมือจากพวก เตอร์ก ที่มีชื่อว่าสงครามครูเสด ก็ เพราะผู้ที่จะไปรบได้เอาผ้าแดงมาเย็บ เป็นรูปไม้กางเขนติดกับเสื้อ บางรายก็ มีศรัทธาแก่กล้า ถึงขนาดเอาเหล็กติด ไฟแดงจี้บนหลังเป็นรูปไม้กางเขน ใน การทำสงครามครั้งนี้ ชนหลายชั้นและ หลายชาติ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอร มันนี อิตาลี และสเปน ต่างมุ่งหน้าไป ยังเอเซียตะวันตกมุ่งไปสู่กรุงเจรูซาเล็ม (Jerusalem) สาเหตุสำคัญของการปลุกระดม ให้เกิดการต่อสู้นี้ก็คือ มีคริสต์ศาสนิกชน ได้เดินทางไปสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่กรุงเจรูซาเล็ม เช่นที่ฝังศพพระเยซู พวกนี้เรียกว่าพวกพิลกริม (Pilgrims) ได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญในที่หลาย แห่ง แต่ที่เจรูซาเล็มในปาเลสไตน์นั้น เป็นที่นิยมกันมากที่สุด พวกนี้เดินทาง ไปกันตั้งแต่เมื่อครั้งปาเลสไตน์ยังเป็น ของจักรวรรดิโรมันตะวันออก ครั้นเมื่อ ปาเลสไตน์และซีเรียตกเป็นของพวก อาหรับที่นับถือศาสนาอิสลามแล้ว พวก คำว่า Crusade มาจากคำว่า Cross (กากบาท) ซึ่งเป็นเครื่องหมายของไม้กางเขน อันเป็นเครื่องระลึกถึงพระเยซู A St Anthony เป็นนักบุญ ท่านหนึ่งในคริสต์ศาสนา
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More