การกระทำกรรมของพระโสดาบัน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 8 หน้า 22
หน้าที่ 22 / 122

สรุปเนื้อหา

ตามวาระพระบาลีที่ในเบื้องต้นว่า กิญจาปิ โส กมุม กโรติ ปาปก กาเยน วาจายุท เจตสา วา อภพโพ โส ตสฺส ปฏิจฉทาย อภพพตา ทิฏฐปทส วุฒิตา นี่เป็นเนื้อความของพระบาลี พระโสดาบันบุคคล ฉะนั้นยังกระทำกรรมอันเป็นบาป อภพโพ โส ตสฺส ปฏิจฉทาย ถึงกระนั้นท่านก็ย่อมไม่ควรเพื่อจะ ปกปิดซึ่งกรรมอันเป็นบาปนั้นไว้ อภพพตา ทิฏฐิปทสฺส วุตตา ความเป็นผู้เห็นทางพระนิพพาน ไม่ควรปกปิดบาปกรรมนั้นไว้ อันพระผู้มีพระ ภาคเจ้าทรงรับสั่งแล้ว อิทมปิ สังเฆ รตน์ ปณีต แม้ อันนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ สัจเจน สุวัตถิโหตุฯ ด้วยความกล่าวสัตย์นี้ ขอความ สวัสดีจงมี นี้แปลเนื้อความของบาลีเป็นสยามภาษา ได้ความเท่านี้ นี่เป็นรัตนะอันประณีต ถ้าจะเรียงความ เป็นสยามแท้ๆ ไม่ให้เกี่ยวด้วยพระบาลีเลยก็ได้ว่า เอเตน ความ พระโสดาบันบุคคลยังทำกรรมเป็นบาป

หัวข้อประเด็น

- การกระทำกรรมของพระโสดาบัน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตามวาระพระบาลีที่ในเบื้องต้นว่า กิญจาปิ โส กมุม กโรติ ปาปก กาเยน วาจายุท เจตสา วา อภพโพ โส ตสฺส ปฏิจฉทาย อภพพตา ทิฏฐปทส วุฒิตา นี่เป็นเนื้อความของพระบาลี พระโสดาบันบุคคล ฉะนั้นยังกระทำกรรมอันเป็นบาป อภพโพ โส ตสฺส ปฏิจฉทาย ถึงกระนั้นท่านก็ย่อมไม่ควรเพื่อจะ ปกปิดซึ่งกรรมอันเป็นบาปนั้นไว้ อภพพตา ทิฏฐิปทสฺส วุตตา ความเป็นผู้เห็นทางพระนิพพาน ไม่ควรปกปิดบาปกรรมนั้นไว้ อันพระผู้มีพระ ภาคเจ้าทรงรับสั่งแล้ว อิทมปิ สังเฆ รตน์ ปณีต แม้ อันนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ สัจเจน สุวัตถิโหตุฯ ด้วยความกล่าวสัตย์นี้ ขอความ สวัสดีจงมี นี้แปลเนื้อความของบาลีเป็นสยามภาษา ได้ความเท่านี้ นี่เป็นรัตนะอันประณีต ถ้าจะเรียงความ เป็นสยามแท้ๆ ไม่ให้เกี่ยวด้วยพระบาลีเลยก็ได้ว่า เอเตน ความ พระโสดาบันบุคคลยังทำกรรมเป็นบาปอยู่ ถึง กระนั้นท่านไม่ปกปิดบาปกรรมอันนั้นไว้ เป็นผู้มีทางพระนิพพานอันเห็นแล้ว ไม่ควรปกปิด บาปกรรมอันนั้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับสั่ง แล้วอย่างนี้ แม้อันนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ ด้วยความสัตย์นี้ขอความสวัสดีจงมี นี้เนื้อความของ พระบาลีคลี่ความเป็นสยามภาษา ไม่เกี่ยวด้วยพระบาลี เลย ต่อแต่นี้จะอรรถาธิบายในเรื่องพระโสดาบันบุคคล ต่อไป พระโสดาบันบุคคลนั้น เราก็ไม่รู้จักว่ารูปพรรณ สัณฐานนั้นเป็นอย่างไร เนื้อตัวเป็นอย่างไร ไม่เป็นอย่าง โรดอก เป็นมนุษย์ธรรมดานี่แหละ แบบเดียวกับพวกเรา เป็นหญิง เป็นชาย เป็นภิกษุ สามเณร อย่างนี้แหละ เป็น พระโสดาบันเราก็ไม่รู้ เป็นพระสกทาคามี เราก็ไม่รู้ เป็น อนาคาเราก็ไม่รู้ เป็นพระอรหัตเราก็ไม่รู้ ไม่รู้จักทั้งนั้น อย่าว่าแต่เราในยุคนี้ครั้งนี้เลยที่ไม่รู้ตัวพระโสดา สกทาคา อนาคา อรหัต นะ ครั้งพุทธกาลแท้เทียวต่อหน้าพระพุทธ เจ้า มีสามเณรเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งอายุได้ ๗ ขวบ เป็นพระอรหันต์สูงสุดในพระพุทธศาสนา ภิกษุหนุ่มก็มี พรรษาหลายพรรษาแล้ว เห็นเณรก็รักใคร่ เนื้อท่านเกลี้ยง เกลา สะอาดสะอ้านเป็นลูกมะปรางเที่ยว ใจท่านสม บูรณ์บริบูรณ์เป็นพระอรหันต์ไปทีเดียว ตัดกิเลสเป็น ๒๐ สมุจเฉทปทานแล้ว เข้าไปถาม พ่อเณรไม่คิดถึงโยมบ้าง หรือ ยังเด็กเล็กอยู่รักใคร่อยากจะพูดกับสามเณร พ่อเณร ไม่หิวข้าวหรือเย็น ๆ น่ะ เณรก็บอกไปตามหน้าที่ของเณร หนักเข้า เข้าไปใกล้เอามือลูบศีรษะเณรเข้าแล้ว สูบมือลูบ เท้าลูบหัวสามเณรเข้าแล้ว พอไปลูบหัวเข้าเท่านั้นแหละ พระพุทธเจ้าเหลือบพระเนตรมาเห็นเข้าแล้ว ว่า โอ้ภิกษุ นั่นไม่รู้จักอะไร ไปจับอสรพิษเข้าที่เขี้ยวทีเดียว ลูบช้างสับมันเข้าที่งาทีเดียว ไม่รู้จักตายเมื่อไหร่ล่ะ รับสั่งหาพระอานนท์ทีเดียว ให้ประชุมหมู่ภิกษุสามเณร พร้อมกัน พระองค์ทรงรับสั่งว่า เราจะต้องการน้ำที่สระ ในอโนดาตนั่นมาชำระพระบาทสักหน่อยหนึ่ง ใครจะไป เอาให้เราได้ก็จงไปเถอะ ไปตามปรารถนา ทรงรับสั่ง แล้วท่านก็ดุษณีภาพนิ่งอยู่ พระอรหันตขีณาสพเจ้าทั้ง หลายท่านก็รู้ ปัญหาข้อนี้ไม่ได้ผูกเพื่อท่าน ผูกเพื่อ สามเณรองค์นั้น ส่วนภิกษุปุถุชนก็ไม่รู้จะไปเอาได้ อย่างไรน้ำในสระอโนดาต เหมือนยังกับพวกเราในบัดนี้ ไม่มีฤทธาศักดานุภาพ ไม่มีมรรคผลอันใด ที่จะเหาะเหิน เดินอากาศไปเอาน้ำสระอโนดาตได้ ก็ไม่อาจจะไปได้ เพราะไปไม่ได้จริง ๆ เป็นปุถุชนท่านก็จนใจอยู่ พอ สมควรแล้วสามเณรก็ลุกขึ้นทีเดียว ไปเอาหม้อต้มหลักใหญ่ ไม่ใช่น้อย เอาเชือกผูกหม้อต้มกลับเข้าที่ปากหม้อ เอา เหน็บเข้าที่ข้างหลัง เหมือนคนขึ้นศาลดังนั้น พอเหน็บเข้า ข้างหลังได้ สามเณรก็ไปในอากาศเหมือนยังกับหงส์บิน ไปในอากาศ หม้อต้มกลักใบใหญ่นั่นก็ติดห้อยที่กันนั่น ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นไปเอาน้ำสระอโนดาตมาถวาย พระบรมศาสดาเสียแล้ว ภิกษุที่จับศีรษะสามเณรอรหันต์ นั้นตกอกตกใจเที่ยว โอ้ตายจริงเราไปลูบเอาศีรษะพระ อรหันต์เข้าแล้ว นี่ไม่รู้จักจริง ๆ อย่างนี้นาไม่แกล้งหรอก ท่านไปจับเช่นนั้นไม่ได้แกล้งหรอก รักใคร่อยากจะลูบจะ คลำท่าน แต่ไปลูบเอาศีรษะพระอรหันต์เข้าหารู้ตัวไม่ บัดนี้เราก็ไม่รู้ หญิงก็ดี ชายก็ดี ภิกษุสามเณร ในธรรมวินัยนี้ มีธรรมแค่ไหนเราก็ไม่รู้ พระโสดาบัน บุคคลมีธรรมแค่ไหนเราก็ไม่รู้ สกทาคาบุคคลมีธรรมแค่ ไหน อนาคามีบุคคลมีธรรมแค่ไหน อรหัตบุคคลมีธรรม แค่ไหนเราไม่รู้ วันนี้จะแสดงทางนิพพานให้ท่านทั้งหลาย ทราบ ทางนิพพานมีอยู่ ทางนิพพานที่พระโสดา กัลยาณมิตร/สิงหาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More