การตีกลองของพ่อลูก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 8 หน้า 48
หน้าที่ 48 / 122

สรุปเนื้อหา

กับเงินเหรียญจํานวนมากมายที่มอบให้เขาสอง พ่อลูก ทั้งสองแสดงการตีกลองไปตลอดคืน จน กระทั่งงานเลิกก็สะพายกลองและถุงย่ามใบใหญ่ ที่ใส่เงินกลับบ้าน ลูกชายวัยรุ่นยังไม่หาย ครึ้มอกครึ้มใจ จึงรัวกลองตีกระหน่ำมาตามทาง ด้วยความคะนองมือ หนทางกลับบ้านของสองพ่อลูก เป็นทาง เปลี่ยวต้องเดินลัดป่าผ่านเข้าไปในดงโจร ไม่มี ทางหลีกเลี่ยง พ่อจึงเตือนลูกว่า “เมื่ออยากตีกลองก็ดีไปเถิด ไม่ห้าม แต่ให้เลือกตีแต่จังหวะเพลงที่ใช้ในขบวนพิธี และที่เป็นระยะ ๆ อย่าตีกระหน่ำพร่ำเพรื่อ พวกโจรจะได้หลงเข้าใจว่า กำลังมีเจ้านาย คนใหญ่คนโตเดินทางผ่านมาจะได้รีบหนีไป เสียไกล ๆ” ลูกชายได้ยินพ่อพูดแนะนำดังนั้น ก็กลับ พูดอวดดีว่า “พ่ออย่ากลัวไปเลย ฉันจะตีกลองกระหน่ำ ให้มันเตลิดหนีไปทั้งหมดทีเดียว” ว่าแล้วก็กระหน่ำตีกลองต่อไป แต่เนื่อง จ

หัวข้อประเด็น

- การตีกลองของพ่อลูก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๔๖ กับเงินเหรียญจํานวนมากมายที่มอบให้เขาสอง พ่อลูก ทั้งสองแสดงการตีกลองไปตลอดคืน จน กระทั่งงานเลิกก็สะพายกลองและถุงย่ามใบใหญ่ ที่ใส่เงินกลับบ้าน ลูกชายวัยรุ่นยังไม่หาย ครึ้มอกครึ้มใจ จึงรัวกลองตีกระหน่ำมาตามทาง ด้วยความคะนองมือ หนทางกลับบ้านของสองพ่อลูก เป็นทาง เปลี่ยวต้องเดินลัดป่าผ่านเข้าไปในดงโจร ไม่มี ทางหลีกเลี่ยง พ่อจึงเตือนลูกว่า “เมื่ออยากตีกลองก็ดีไปเถิด ไม่ห้าม แต่ให้เลือกตีแต่จังหวะเพลงที่ใช้ในขบวนพิธี และที่เป็นระยะ ๆ อย่าตีกระหน่ำพร่ำเพรื่อ พวกโจรจะได้หลงเข้าใจว่า กำลังมีเจ้านาย คนใหญ่คนโตเดินทางผ่านมาจะได้รีบหนีไป เสียไกล ๆ” ลูกชายได้ยินพ่อพูดแนะนำดังนั้น ก็กลับ พูดอวดดีว่า “พ่ออย่ากลัวไปเลย ฉันจะตีกลองกระหน่ำ ให้มันเตลิดหนีไปทั้งหมดทีเดียว” ว่าแล้วก็กระหน่ำตีกลองต่อไป แต่เนื่อง จากยังเกรงใจพ่ออยู่บ้างในคราวแรกจึงตีกลอง ในจังหวะที่พ่อบอก พวกโจรในย่านนั้น ได้ยินเสียงกลองจังหวะ ที่ใช้สำหรับตีประโคมเวลาเจ้านายเดินทาง ก็ตก ใจกลัวเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ตามมาในขบวนจะ มองเห็นตน จึงซ่อนตัวอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าโผล่ หน้าออกมา แต่ครั้นเวลาผ่านไปสักครู่ ลูกชายรู้สึกเบื่อ หน่ายจังหวะกลองซ้ำ ๆ อย่างนั้น จึงพลิกแพลง ตีจังหวะอื่น ๆ ที่สนุกสนานระทึกใจ เสียงกลอง ดังลั่นไปทั้งป่า ไม่มีเว้นระยะเลย พวกโจรชุมฟังอยู่ ได้ยินเสียงกลองจังหวะ โลดโผนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างนั้น ก็เฉลียวใจ คิดว่าคงจะไม่ใช่กลองในขบวนเกียรติยศของ เจ้านายเสียแล้ว จึงได้สะกดรอยตามดู ครั้น เห็นมีเพียงสองพ่อลูกเดินอยู่ในป่าตามลำพัง โดยมีลูกชายตีกลองเล่นอยู่ก็โกรธ จึงวิ่งกรูกัน เข้ามารุมทุบตีสองพ่อลูกเสียสะบักสะบอมฐาน ที่หลอกให้เข้าใจผิด แล้วฉวยเอาถุงย่ามใส่เงิน และทรัพย์สินติดตัวไปจนหมดเสียอีกด้วย เมื่อพวกโจรกลับไปหมดแล้ว ผู้เป็นพ่อก็ ค่อย ๆ พยุงร่างกายอันบอบช้ำ คลานเข้าไปหา ลูก แล้วกล่าวสั่งสอนด้วยเสียงอันสั่นเครือกระ ท่อนกระแท่นว่า “กลองนั้นที่ดี ๆ ก็มีประโยชน์ แต่ ไม่ควรตีกระหน้าไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ เพราะ ถ้าตีพร่ำเพรื่อ คึกคะนองเกินไปก็จะก่อให้ เกิดเรื่องเลวร้าย เงินทองวอดวาย เกือบถึง ตายอย่างวันนี้” แล้วก็พากันซมซานกลับบ้านไปด้วยความ ยากลำาบากแสนสาหัส นี่แหละนะ เป็นเด็กเป็นเล็กแต่อวดดี ไม่เชื่อ ฟังคำตักเตือนด้วยความหวังดีของผู้ใหญ่ ที่ กลองมากเกินไปแทนที่จะดีไล่โจร เลยกลายเป็น ตีเรียกโจร จึงต้องเจ็บตัวแล้วก็เสียเงินเสียทอง ที่อุตส่าห์หามาได้อีกด้วย หลาน ๆ อย่าเป็นอย่างลูกชายนักที่ กลองคนนี้นะคะ เพราะถ้าหากหลานเป็น คนดื้อรั้นไม่เชื่อฟังค่าสั่งสอนของพ่อแม่ หลานอาจจะต้องเสียใจ และคนที่จะเสียใจ ยิ่งกว่าเราอีกก็คือ คุณพ่อคุณแม่ของหลาน เองนั่นแหละค่ะ “น้าอี๊ด” · Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร/สิงหาคม ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More