ข้อความต้นฉบับในหน้า
๔๖
กับเงินเหรียญจํานวนมากมายที่มอบให้เขาสอง
พ่อลูก
ทั้งสองแสดงการตีกลองไปตลอดคืน จน
กระทั่งงานเลิกก็สะพายกลองและถุงย่ามใบใหญ่
ที่ใส่เงินกลับบ้าน ลูกชายวัยรุ่นยังไม่หาย
ครึ้มอกครึ้มใจ จึงรัวกลองตีกระหน่ำมาตามทาง
ด้วยความคะนองมือ
หนทางกลับบ้านของสองพ่อลูก เป็นทาง
เปลี่ยวต้องเดินลัดป่าผ่านเข้าไปในดงโจร ไม่มี
ทางหลีกเลี่ยง พ่อจึงเตือนลูกว่า
“เมื่ออยากตีกลองก็ดีไปเถิด ไม่ห้าม
แต่ให้เลือกตีแต่จังหวะเพลงที่ใช้ในขบวนพิธี
และที่เป็นระยะ ๆ อย่าตีกระหน่ำพร่ำเพรื่อ
พวกโจรจะได้หลงเข้าใจว่า กำลังมีเจ้านาย
คนใหญ่คนโตเดินทางผ่านมาจะได้รีบหนีไป
เสียไกล ๆ”
ลูกชายได้ยินพ่อพูดแนะนำดังนั้น ก็กลับ
พูดอวดดีว่า
“พ่ออย่ากลัวไปเลย ฉันจะตีกลองกระหน่ำ
ให้มันเตลิดหนีไปทั้งหมดทีเดียว”
ว่าแล้วก็กระหน่ำตีกลองต่อไป แต่เนื่อง
จากยังเกรงใจพ่ออยู่บ้างในคราวแรกจึงตีกลอง
ในจังหวะที่พ่อบอก
พวกโจรในย่านนั้น ได้ยินเสียงกลองจังหวะ
ที่ใช้สำหรับตีประโคมเวลาเจ้านายเดินทาง ก็ตก
ใจกลัวเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ตามมาในขบวนจะ
มองเห็นตน จึงซ่อนตัวอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าโผล่
หน้าออกมา
แต่ครั้นเวลาผ่านไปสักครู่ ลูกชายรู้สึกเบื่อ
หน่ายจังหวะกลองซ้ำ ๆ อย่างนั้น จึงพลิกแพลง
ตีจังหวะอื่น ๆ ที่สนุกสนานระทึกใจ เสียงกลอง
ดังลั่นไปทั้งป่า ไม่มีเว้นระยะเลย
พวกโจรชุมฟังอยู่ ได้ยินเสียงกลองจังหวะ
โลดโผนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างนั้น ก็เฉลียวใจ
คิดว่าคงจะไม่ใช่กลองในขบวนเกียรติยศของ
เจ้านายเสียแล้ว จึงได้สะกดรอยตามดู ครั้น
เห็นมีเพียงสองพ่อลูกเดินอยู่ในป่าตามลำพัง
โดยมีลูกชายตีกลองเล่นอยู่ก็โกรธ จึงวิ่งกรูกัน
เข้ามารุมทุบตีสองพ่อลูกเสียสะบักสะบอมฐาน
ที่หลอกให้เข้าใจผิด แล้วฉวยเอาถุงย่ามใส่เงิน
และทรัพย์สินติดตัวไปจนหมดเสียอีกด้วย
เมื่อพวกโจรกลับไปหมดแล้ว ผู้เป็นพ่อก็
ค่อย ๆ พยุงร่างกายอันบอบช้ำ คลานเข้าไปหา
ลูก แล้วกล่าวสั่งสอนด้วยเสียงอันสั่นเครือกระ
ท่อนกระแท่นว่า
“กลองนั้นที่ดี ๆ ก็มีประโยชน์ แต่
ไม่ควรตีกระหน้าไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ เพราะ
ถ้าตีพร่ำเพรื่อ คึกคะนองเกินไปก็จะก่อให้
เกิดเรื่องเลวร้าย เงินทองวอดวาย เกือบถึง
ตายอย่างวันนี้”
แล้วก็พากันซมซานกลับบ้านไปด้วยความ
ยากลำาบากแสนสาหัส
นี่แหละนะ เป็นเด็กเป็นเล็กแต่อวดดี ไม่เชื่อ
ฟังคำตักเตือนด้วยความหวังดีของผู้ใหญ่ ที่
กลองมากเกินไปแทนที่จะดีไล่โจร เลยกลายเป็น
ตีเรียกโจร จึงต้องเจ็บตัวแล้วก็เสียเงินเสียทอง
ที่อุตส่าห์หามาได้อีกด้วย
หลาน ๆ อย่าเป็นอย่างลูกชายนักที่
กลองคนนี้นะคะ เพราะถ้าหากหลานเป็น
คนดื้อรั้นไม่เชื่อฟังค่าสั่งสอนของพ่อแม่
หลานอาจจะต้องเสียใจ และคนที่จะเสียใจ
ยิ่งกว่าเราอีกก็คือ คุณพ่อคุณแม่ของหลาน
เองนั่นแหละค่ะ
“น้าอี๊ด” ·
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร/สิงหาคม ๒๕๓๐