ข้อความต้นฉบับในหน้า
ให้เข้ากับรสชาติอาหารของปากชาวญี่ปุ่น
จึงเกิดเป็นแกงสูตรใหม่ และมักจะไม่มี
หลายสูตรเหมือนแกงบ้านเรา นอก
จากว่าจะมีเพียงแต่แบ่งตามความเผ็ด
มาก เผ็ดน้อย หรือบางสูตรก็ใส่รสแอ๊ป
เปิ้ลลงไปด้วยเท่านั้น แกงญี่ปุ่นจะผัด
หอมหัวใหญ่กับก้อนเนื้อวัวให้เข้าที่แล้วใส่
เครื่องซึ่งทำขายสำเร็จรูปลงไปเท่า
นั้น ทำได้ไม่ยาก ไม่ต้องใส่กะทิ แต่ก็มี
เหมือนกันที่ไปเจอร้านแกงญี่ปุ่นโดย
เฉพาะที่เขาจะพยายามปรุงรสชาติพิเศษ
แต่ทานดูจะคล้าย ๆ กัน และจะแบ่งเป็น
เผ็ดมาก เผ็ดน้อย ซึ่งร้านแกงญี่ปุ่นโดย
เฉพาะแบบนี้ค่อนข้างจะหายากในญี่ปุ่น
จากวิธีทำแกงของญี่ปุ่น ทำให้พวกเราคน
ไทยในญี่ปุ่นจึงมักจะทำแกงไทยสูตรญี่
ปุ่นไปด้วย ตามวัตถุดิบที่พอจะหาได้ใน
ญี่ปุ่น โดยที่อาศัยเครื่องแกงสำเร็จรูปจาก
เมืองไทย แม้ว่าข้าพเจ้าจะทำอาหารไม่
ใคร่จะเป็น ทำได้ไม่กี่ประเภท แต่ก็ทำ
แกงไทยสูตรญี่ปุ่นได้อร่อยไม่น้อย (ตาม
ที่มีคนชม) โดยที่เราจะเจียวหัวหอม
ใหญ่กับเนื้อ อาจจะเป็นเนื้อไก่หรือเนื้อ
วัวก็ได้ เสร็จแล้วต้มกับน้ำจนเดือด
เติมรสตามชอบใจ ใส่ผักและใส่เครื่อง
แกงสำเร็จรูปที่นำมาจากเมืองไทย
ตอนท้ายสุดก็เติมนมสดแทนกะทิ ออกมา
เป็นแกงที่อร่อย แม้ว่าจะไม่เหมือนแกงใน
เมืองไทยมากนัก ข้าพเจ้าทำแกงประ
เภทนี้รับประทานบ่อยจนชำนาญ และมักจะ
ทำเลี้ยงพวกเพื่อน ๆ ต่างชาติที่ไม่ค่อยรู้
จักแกงไทยเท่าไร เขาจึงชมว่าอร่อย
เพราะไม่เหมือนแกงญี่ปุ่น แต่ถ้าคนไทย
มาชิม ไม่ทราบเขาจะว่าอย่างไร
ขนมและผลไม้ญี่ปุ่น
ถ้าเปรียบเทียบขนมและผลไม้
ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่า
ของไทยเรามีหลายหลากชนิดและ
อร่อยกว่ามาก ขนมของไทยเรามักจะเป็น
ขนมสด แต่ของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ถ้าไม่
เป็นขนมแห้ง เช่น เซมเบะ (แป้งข้าว
เหนียวทอดและชุบด้วยซอสญี่ปุ่นหุ้ม
ด้วยสาหร่ายทะเล) หรือขนมที่ออกมาจาก
โรงงาน เช่น ขนมปังกรอบและคุกกี้แล้ว
ขนมสดของเขาก็มีไม่กี่ชนิด ส่วนใหญ่มัก
จะมีถั่วแดงยืนพื้น เช่นข้าวเหนียวหุ้มด้วย
ถั่วแดงบด ข้าวเหนียวสอดไส้ด้วยถั่ว
แดงบด ถั่วแดงบดต้มหวานทานกับข้าว
เหนียว เม็ดถั่วแดงฉาบด้วยน้ำตาล และ
วุ้นใส่ถั่วแดง (โยกัง) เป็นต้น พอถึงฤดู
ร้อนก็มีน้ำแข็งไสใส่ถั่วแดงอีก ทำเอาน่า
เบื่อสำหรับพวกเราที่มาจากประเทศที่
ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์เรื่องอาหาร
หลายชนิด คิด ๆ ดู เขาคงใช้ถั่วแดงยืน
พื้นคล้าย ๆ กับบ้านเราที่ใช้ถั่วเขียวเป็น
พื้นในการทำขนม ในญี่ปุ่นไม่มีถั่ว
เขียว ต้องสั่งเข้ามาจากจีนแดง คนไทย
เมื่อจะรับประทานถั่วเขียวก็ต้องไปหาซื้อ
จากร้านขายอาหารแห้งของจีน จึงจะซื้อ
ได้
ขนมญี่ปุ่นแต่ละชิ้น จะได้รับการ
ห่ออย่างสวยงาม ซึ่งแสดงถึงรสนิยมอัน
ชามก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่น
ประณีตของญี่ปุ่น เวลาทานขนม โดย
มากมักจะทานขนมหวานเพียงชิ้นเดียว
ซึ่งใส่จานเล็ก ๆ กับน้ำชาญี่ปุ่น ใบชา
ญี่ปุ่นมีหลายประเภทให้เลือก แต่ถ้าเป็น
พิธีดื่มน้ำชา (Tea Ceremony) ที่เป็นทางการ
ของญี่ปุ่นแล้ว จะใช้ผงชาสีเขียว
เมื่อหันมาดูทางผลไม้ของญี่ปุ่นแล้ว
ก็มีไม่กี่ชนิดได้แก่ แอ๊ปเปิ้ล ส้ม ลูกท้อ
หรือลูกพืช สตรอเบอร์รี่ องุ่น แตงโม
และลูกแพร์ เป็นต้น นอกนั้น อาจจะ
มีผลไม้ที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศ
เช่น กล้วยจากฟิลิปปินส์ มะม่วงจากเม็ก
ซิโก สับปะรดจากฮาวาย ลูกกีวีจากนิวซี
แลนด์ เป็นต้น ช่วงที่ข้าพเจ้าอยู่ในญี่ปุ่น
นั้นยังสงสัยว่าทำไมผลไม้จากไทยจึงส่ง
เข้ามาน้อย ก็มีคนไทยบางคนสันนิษฐาน
ว่า คนไทยเรามักจะชอบทำการค้าแกม
โกง และผลิตภัณฑ์ไม่ค่อยได้มาตรฐาน
ญี่ปุ่นเขาจึงไม่ค่อยสั่งจากไทย (แต่เมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๓๐ นี้เองเพิ่งมีการเซ็นสัญญา
และส่งมะม่วงหนังกลางวันเข้าไปในญี่ปุ่น
เป็นรุ่นแรก)
(อ่านต่อฉบับหน้า)
กัลยาณมิตร/สิงหาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org
๑๐๓