การปฏิบัติของพระโสดาบัน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 8 หน้า 24
หน้าที่ 24 / 122

สรุปเนื้อหา

เด็ก ๆ ก็เคยได้ยินเรื่องถึงดีถึงด่ากัน ภายหลังสามีรู้ อ้อ นี่มันไม่ฆ่าสัตว์ มันไม่ทำบาป ก็สงสารเมียรัก เมีย ทีหลังทำมันเสียให้เสร็จเขียว อ้ายที่เป็นไม่ให้มี ละ ให้ตายมาเสร็จเชียว เขาก็ทำแต่ที่ตายแล้วเท่านั้น นี่ศีลเขาก็ไม่เป็นอันตราย เขาไม่ได้ฆ่าสัตว์ เขาไม่ได้ใช้ ให้คนอื่นไปฆ่าสัตว์ แต่ว่าเมียนายเนสาทนั่นชอบกลอยู่นะ สมรู้ร่วม คิดด้วยหรือไม่ เอาศัสตราอาวุธมาทิ้งไว้ให้แต่เช้า เขียว ที่ประตูนะ รู้ไม่ใช่หรือว่าตัวจะเอาศัสตราอาวุธนี้ ไปฆ่าสัตว์ รู้ทำไมจะไม่รู้ รู้เกินรู้อีก จะไม่เป็นสมรู้ร่วม คิดด้วยกันหรอกหรือ นี่หากว่ากฎหมายก็เห็นจะต้องเอา กึ่งหนึ่ง ถ้าว่าฝ่ายสามี นายเนสาทจะได้บาปสักขนาด หนึ่งขนาดใด ก็ต้องเป็นของภรรยาเสียครึ่งหนึ่ง งั้นมัน จึงจะถูกกฎหมาย เพราะว่าสมรู้ด้วยกันนี้ ได้ด้วยกัน เสีย

หัวข้อประเด็น

- การปฏิบัติของพระโสดาบัน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เด็ก ๆ ก็เคยได้ยินเรื่องถึงดีถึงด่ากัน ภายหลังสามีรู้ อ้อ นี่มันไม่ฆ่าสัตว์ มันไม่ทำบาป ก็สงสารเมียรัก เมีย ทีหลังทำมันเสียให้เสร็จเขียว อ้ายที่เป็นไม่ให้มี ละ ให้ตายมาเสร็จเชียว เขาก็ทำแต่ที่ตายแล้วเท่านั้น นี่ศีลเขาก็ไม่เป็นอันตราย เขาไม่ได้ฆ่าสัตว์ เขาไม่ได้ใช้ ให้คนอื่นไปฆ่าสัตว์ แต่ว่าเมียนายเนสาทนั่นชอบกลอยู่นะ สมรู้ร่วม คิดด้วยหรือไม่ เอาศัสตราอาวุธมาทิ้งไว้ให้แต่เช้า เขียว ที่ประตูนะ รู้ไม่ใช่หรือว่าตัวจะเอาศัสตราอาวุธนี้ ไปฆ่าสัตว์ รู้ทำไมจะไม่รู้ รู้เกินรู้อีก จะไม่เป็นสมรู้ร่วม คิดด้วยกันหรอกหรือ นี่หากว่ากฎหมายก็เห็นจะต้องเอา กึ่งหนึ่ง ถ้าว่าฝ่ายสามี นายเนสาทจะได้บาปสักขนาด หนึ่งขนาดใด ก็ต้องเป็นของภรรยาเสียครึ่งหนึ่ง งั้นมัน จึงจะถูกกฎหมาย เพราะว่าสมรู้ด้วยกันนี้ ได้ด้วยกัน เสียด้วยกัน จะมีปรับอย่างนั้นหรือ ที่ท่านไม่ปรับ อย่างนั้น ฝ้ายธรรมวินัยท่านปรับเจตนา เพราะว่า เจตนา ฆ่าสัตว์ของพระโสดาบันไม่มี เพราะเป็นพระโสดาเสีย แล้ว ไม่มีเจตนาฆ่าสัตว์ หมดจากเจตนาฆ่าสัตว์ ตั้งต้น แต่ปาณาติบาต ผิดศีล ๕ ไม่มีแก่พระโสดา มั่นอยู่ ในศีลทีเดียว มั่นคงทีเดียว เจตนานอกจากศีลไม่มี เหตุนี้ ที่จะปรับกันจริง ๆ ต้องแล้วแต่เจตนา พระองค์รับสั่งว่า เจตนาห์ ภิกขเว ศีล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เจตมานั่น แหละเป็นศีล ศีล ๕ ก็แล้วด้วยเจตนา เจตนาเป็นตัวสําคัญ เจตนาเป็นศีล เพราะพระโสดาบันท่านมีเจตนาเป็นศีล เช่นนั้น จะปรับพระโสดาบันบุคคลว่าเป็นผู้สมคบกับสามี ให้ฆ่าสัตว์นั้นหาสมควรไม่ จึงได้วางเป็นตำรับตำราเนติ แบบแผนไว้ ก็ที่พระโสดาบันยังทำความเป็นบาปด้วย กาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ทำอย่างไรจึงจะเรียกว่าทำบาป ท่านเพลี่ยงพล้ำไป ไม่ได้มีเจตนา แต่เพลี่ยงพล้ำ ไป เมื่อเพลี่ยงพล้ำลงไปอย่างหนึ่งอย่างใด ถึงกับเป็น อันตรายต่อ สบ้างหรือเกือบจะเป็นบ้าง ท่านก็แก้ไขเสีย ท่านไม่นิ่งเฉยอยู่ ชั่วร้ายด้วยกายด้วยวาจาอย่างใดอย่าง หนึ่งของท่าน ท่านก็แสดงต่อเพื่อนพรหมจารีเหมือนภิกษุ สามเณรแสดงอาบัติ เมื่อต้องอาบัติแล้วก็แสดงอาบัติต่อ เพื่อนพรหมจารู้ว่าจะไม่ทำต่อไป สัญญากันเสียเช่น ๒๒ นั้น พระโสดาบันท่านก็สัญญาเช่นนั้นแน่นอนทีเดียวไม่ ยักเยื้องแปรผัน เหมือนพวกเราในบัดนี้รู้ว่าศีลไม่ บริสุทธิ์ ก็รับสมาทานทีเดียว แก้ไขอีกเสียที่ปุถุชน แต่ ว่าคล้ายพระโสดาบันบุคคลเหมือนกัน ไม่เป็นคนใจกล้า หน้าด้าน คอยระแวดระวังอยู่อย่างนี้ เพลี่ยงพล้ำแล้วก็ แสดงเสีย แก้ไขตัวเสียให้สะอาด เมื่อแก้ไขตัวสะอาดเสีย เช่นนี้ ก็คล้ายพระโสดาบันบุคคล พุทธศาสนานิยมอย่าง นี้ เหตุนั้นที่พระโสดาบันบุคคลท่านไม่ปกปิดบาปกรรม อันนั้น เพราะท่านเห็นทางไปนิพพาน ทางพระนิพพาน ท่านเห็นเสียแล้ว ท่านจึงไม่ปกปิดบาปกรรมอันนั้นไว้ พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งไว้อย่างนี้ ทางไปนิพพานนะทางอยู่ที่ไหน ทางอย่างไร ควร จะรู้จักทางไปนิพพานที่พระโสดาบันบุคคลท่านเห็น น่ะ ทางไปนิพพานน่ะจะไปต้องรู้จักพระโสดาบันบุคคล เสียก่อน ที่เป็นพระโสดาบันบุคคลนะรูปพรรณสัณฐาน เป็นอย่างไร เนื้อตัวอยู่ที่ไหน พระโสดาบันบุคคลน่ะ ท่านเป็นธรรมกายนะ ไม่ใช่กายมนุษย์ เป็นชั้น ๆ เข้า ไปตั้งเคยแสดงแล้วอยู่บ่อย ๆ ว่า กายมนุษย์นี้มีกาย หนึ่ง เราจะเข้าถึงกายมนุษย์ละเอียดต้องเข้าให้ถูกทาง มรรคผล ถ้าไม่ถูกทางมรรคผลเข้าถึงกายมนุษย์ละเอียด ไม่ได้ ทางมรรคผลน่ะเริ่มต้นจะทำอย่างไร เริ่ม ต้นต้องทำใจให้หยุดศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็น กายมนุษย์ หยุดตรงนั้นแหละ เมื่อเราเกิดเป็นมนุษย์ ต้องเอาใจไปหยุดตรงนั้นจึงจะเกิดได้ เมื่อเราจะตาย จากมนุษยโลกนี้ หยุดตรงไหนเกิดได้ ต้องไปหยุดตรง นั้น หยุดตรงนั้น ตรงนั้นเป็นที่เกิดที่ตับ ตรงนั้น แหละ กลางนั่นแหละ เมื่อเรานอนหลับใจต้องไปหยุด ตรงนั้น ถ้าไม่หยุดที่ตรงนั้นหลับไม่ได้ ตรงนั้นเป็น ที่หลับ หลับตรงไหนก็ตื่นตรงนั้น ตรงนั้นแหละเป็นที่ หลับที่ตื่น เป็นที่เกิดที่ดับ เป็นที่หลับที่ตื่น แห่งเดียว มีจุดเดียวเท่านั้นแหละ ต้องเอาใจไปหยุดตรงนั้น หยุด ตรงอื่นไม่ได้ พอใจหยุดเข้าละก็ พอใจหยุดเข้าศูนย์กลางนั้น แล้ว พอใจหยุดก็เข้ากลางของใจที่หยุดนั่นแหละ กลาง ของกลาง ๆ ๆ ซ้ายขวาหน้าหลังล่างบนนอกในไม่ไป กลาง ของกลาง ๆ ๆ อยู่นั่น พอถูกส่วนเข้า พอไปถึงกำเนิด กลางเข้าเท่านั้น เห็นดวงธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More