ความบริสุทธิ์ของอาหาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 8 หน้า 65
หน้าที่ 65 / 122

สรุปเนื้อหา

เรื่องเจเอามาจากไหน มาจากพระเทวทัตใช่ไหม พระ เทวทัตก่อเรื่องไว้แล้ว วันหนึ่งท่ามกลางสงฆ์ ลุกขึ้นต่อ หน้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บอกพระพุทธเจ้าข้า ถึง เวลาแล้วควรจะบัญญัติเป็นพระวินัยว่าให้ภิกษุฉัน เจตลอดชีวิต นี่พระเทวทัตว่าอย่างนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสตอบเลยว่า “เทวทัต เราไม่ บัญญัติ ถ้าภิกษุรูปใดจะฉันเจ เราไม่ห้าม แต่เราบัญ ญัติว่า เนื้อนั้นถ้าไม่ได้ฆ่าเอง ไม่ได้สั่งฆ่า ไม่ได้รังเกียจ ว่าเขาสั่งฆ่าเฉพาะเจาะจงมาให้เรา ฉันเถอะ” เพราะฉะนั้น ที่บอกว่า “อาหารเจนั้นบริสุทธิ์” ก็แล้วทำไมเนื้อจะ ไม่บริสุทธิ์ พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติ เราอย่า ไปบัญญัติเองนะ อีกประการหนึ่งที่อยากจะฝาก คือ ความบริสุทธิ์ของ มนุษย์ ไม่ได้อยู่ที่อาหาร แต่อยู่ที่การอบรมใจ ถ้า อาหารสามารถทำให้คนเราบริสุทธิ์โดยไม่ต้องอบร

หัวข้อประเด็น

- ความบริสุทธิ์ของอาหาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เรื่องเจเอามาจากไหน มาจากพระเทวทัตใช่ไหม พระ เทวทัตก่อเรื่องไว้แล้ว วันหนึ่งท่ามกลางสงฆ์ ลุกขึ้นต่อ หน้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บอกพระพุทธเจ้าข้า ถึง เวลาแล้วควรจะบัญญัติเป็นพระวินัยว่าให้ภิกษุฉัน เจตลอดชีวิต นี่พระเทวทัตว่าอย่างนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสตอบเลยว่า “เทวทัต เราไม่ บัญญัติ ถ้าภิกษุรูปใดจะฉันเจ เราไม่ห้าม แต่เราบัญ ญัติว่า เนื้อนั้นถ้าไม่ได้ฆ่าเอง ไม่ได้สั่งฆ่า ไม่ได้รังเกียจ ว่าเขาสั่งฆ่าเฉพาะเจาะจงมาให้เรา ฉันเถอะ” เพราะฉะนั้น ที่บอกว่า “อาหารเจนั้นบริสุทธิ์” ก็แล้วทำไมเนื้อจะ ไม่บริสุทธิ์ พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติ เราอย่า ไปบัญญัติเองนะ อีกประการหนึ่งที่อยากจะฝาก คือ ความบริสุทธิ์ของ มนุษย์ ไม่ได้อยู่ที่อาหาร แต่อยู่ที่การอบรมใจ ถ้า อาหารสามารถทำให้คนเราบริสุทธิ์โดยไม่ต้องอบรมใจละก็ หรือสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลก สามารถทำให้ตัวเองบริสุทธิ์โดย อาหารละก็ คนเราไม่ต้องมาบวชพระไม่ต้องมารักษาศีล หรอก เสียเวลา ก็เลือกกินอาหารก็แล้วกัน ถ้าเช่นนั้น สัตว์กิน พืช เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย คงจะไปนิพพานก่อนเป็นแน่ ดื่มแค่ไหนถึงขาดสติ “สุรา” เครื่องลดความเป็นคน ถาม หลวงพ่อครับ เมื่อไรคนดื่มเหล้าจึงจะถือว่าขาด สติครับ ตอบ ก่อนอื่นต้องเข้าใจคำว่า “สติ” เสียก่อน สติ แปลว่าความระลึกได้ หมายถึงระลึกได้ก่อนจะทำ จะ พูด จะคิด และสามารถจำสิ่งที่กระทำคำที่พูดแล้วได้อีกด้วย ระลึกได้ถึงการปฏิบัติ การที่พูดต้องเหมาะสม ทำให้จิตอยู่ ในสภาพที่พร้อมจะทำงานได้อย่างดี โดยทั่วไป คนเราแม้ยังไม่ได้ดื่มสุรา เขาก็ขาดสติ เมาอยู่แล้ว คือ ๑. เมาอยู่ในความเป็นหนุ่มเป็นสาว คือ คิดว่ายังมี เวลาสนุกอยู่อีกนาน ๒. เมาในความเป็นผู้ไม่มีโรค คือ เผลอสติคิดว่าตัว เอง จะเป็นคนที่แข็งแรงต่อไปอีกนาน หารู้ไม่ว่าโรคร้ายจะมา เยือนตัวเมื่อไรก็ได้ ๓. เมาในชีวิต คือ เผลอสติคิดว่าความตายยังอยู่ห่าง ไกล อีกนานกว่าความตายจะมาถึง หารู้ไม่ว่า ความตายนั้น ไม่มีเครื่องหมายอะไรบอกล่วงหน้าเลย เพราะฉะนั้น ในทัศนะของพระอริยเจ้าทั้งหลาย พวกเราชาวโลก คือ คนประมาทขาดสติแล้วทั้งสิ้น ดัง นี้ คนที่ดื่มเหล้าจึงล้วนแต่เพิ่มความขาดสติให้แก่ตนมาก ยิ่งขึ้น แต่คนส่วนมากเข้าใจว่า คนที่ดื่มเหล้าเมาจนเดินไม่ ไหว หรือพูดไม่รู้เรื่องแล้วคือคนขาดสติ แต่จริง ๆ แล้วใน ทางธรรม ถือว่าเขาขาดสติแล้ว ตั้งแต่คิดที่จะดื่ม คิดจะ ซื้อ ยิ่งลงมือเปิดขวดรินเหล้าใส่แก้ว ดื่มล่วงลำคอเข้า ไป เขาก็ยิ่งขาดสติมากยิ่งขึ้นตามลำดับ ยิ่งดื่มมากเท่าไร ความเป็นคนก็ค่อย ๆ ละลายหาย ไปทุกทีๆ เมื่อความเป็นคนเหลือน้อย ความดีก็ลดลงตามลำ ดับ เพราะฉะนั้น ขึ้นชื่อว่าเหล้าแล้วอย่าว่าแต่จะคิดซื้อ มาดื่มเลย แม้แต่เอาเข้าบ้านก็ยังไม่ควร รู้จักคบเพื่อน มีศัตรูเป็นบัณฑิต ดีกว่ามีมิตรที่เป็นพาล กัลยาณมิตร/สิงหาคม ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org ๖๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More