ข้อความต้นฉบับในหน้า
...ก็อาจเป็นเพราะเกรงกันว่าทำดีแล้วจะไปนิพพาน
กันหมดกระมัง คนทุกวันนี้ถึงได้ประกอบกรรมชั่ว
กันมากมาย บ้านเมืองก็มีแต่เรื่องเดือดร้อนทุก
หย่อมหญ้า....
แปดนี้พร้อม ๆ กัน จึงจะประสบผล
ขณะนี้พวกเราได้ปัญญาเบื้องต้น ใน
พระพุทธศาสนาแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่
จะต้องท่าอีกคือ ลงมือรักษาศีล และฝึก
สมาธิควบคู่กันไป
"อ๋อ มรรคแปด คืออย่างนี้เอง
หรือ?” อุษาอุทานเสียงดัง “เราเพิ่งรู้
วันนี้เอง เคยได้ยินคนอื่นเขาพูด ๆ กันแต่
ไม่เข้าใจ”
“ถึงแม้คืนนี้เราจะไม่ได้ฟังพระสวด
แต่ก็ได้ฟังเทศน์เรื่องมรรคแปดนะ” พิม
พากล่าวอย่างมีความสุข “เมื่อไรเธอจะ
มาเทศน์โปรดอีกล่ะ? พูดถึงเรื่องธรรมะ
นี่ ฉันแย่จังเลย ไม่ค่อยจะมีความรู้ เมื่อ
ปีกลายนี้ไปประชุมต่างประเทศ อิตาฝรั่ง
คนหนึ่งพอเขารู้ว่าฉันเป็นคนไทยเขาก็
ถามว่า คำสอนอันเป็นหลักสำคัญใน
พุทธศาสนา คืออะไร ฉันพยายามนึก ๆ
ก็ไม่แน่ใจว่าธรรมะอะไรที่สำคัญที่สุด
พอดีนึกถึงอริยสัจสี่ในหนังสือเรื่องพระ
พุทธเจ้าตรัสรู้อะไรสมัยเรียนชั้นประถม
ฉันก็เลยบอกไปว่า ธรรมะที่สำคัญที่สุด
คือ อริยสัจสี่”
“เธอยังเก่งนะ” อุษาชม
ฉันคงนึกไม่ออก"
"ถ้าเป็น
“เก่งอะไรกันล่ะ” พิมพาสารภาพ
“เขายังถามให้อธิบายความหมายของ
อริยสัจสี่ต่อไปอีก ฉันพยายามนึกถึง
สมัยที่ท่องอริยสัจสี่ ก็เลยตอบไปว่า
อริยสัจสี่ก็คือ ความจริงสี่ประการ
ได้แก่ ทุกข์ หมายถึงความทุกข์ของคน
เรา สมุทัย หมายถึงเหตุแห่งทุกข์ นิโรธ
หมายถึง การพ้นทุกข์หรือนิพพานนั่นเอง
และมรรคก็คือ วิธีดับทุกข์ พอดีมีคนอื่น
เข้ามาคุยขัดจังหวะ ฉันก็เลยรอดตัวไป
ไม่ถูกซักรายละเอียดต่อไปอีก” พิมพา
ถอนใจยาวเมื่อพูดจบ
“ต่อไปนี้ถ้าบังเอิญจะมีใครขอให้
เธออธิบายอริยสัจสี่อีก เธอคงอธิบาย
ได้สบายชินะ" วิณาหันไปถามพิมพา
“สบายอะไรกันล่ะ ฉันก็รู้เท่าที่ฉัน
พูดให้ฟังนั่นแหละ วันหลังเธอช่วยขยาย
ความให้ฉันฟังหน่อยจ๊ะ” พิมพาบีบแขน
วีณาเบา ๆ อย่างประจบ
“อ้าว ก็ที่ฉันพูดทั้งหมดในคืนนี้ก็
คือ อริยสัจสี่ไงล่ะ” วีณาตอบ
“จริงเหรอ” ทุกคนอุทานเป็นเสียง
เดียวกัน
“ก็เธอไม่บอกเราก่อนนี่นะ ว่าจะ
เทศน์เรื่อง อริยสัจสี่” อุษาปากไวกว่า
คนอื่น "เราไม่ได้อัดเทปไว้ด้วยซี จะได้
รีไวนด์ฟังใหม่"
วิณาได้แต่หัวเราะเบาๆ พลาง
ตอบไปว่า “ฉันไม่อาจจะเทศน์ให้ใคร ๆ
ฟังหรอกนะ คิดเพียงแต่ว่าเราคุยธรรมะ
กัน เพราะว่ามีคุณวิเศษมากมายใน
พระพุทธศาสนา ที่ชาวพุทธส่วนใหญ่
ไม่ทราบเพราะไม่เคยคึกษาและปฏิบัติ
เนื่องจากวีณาโดยสารรถแท็กซี่
มาในงาน เธอจึงคิดว่าจะขออาศัยรถ
ของเพื่อนบางคนที่อยู่ในเส้นทางเดียวกับ
บ้านของเธอ ยังมิทันที่จะออกปากขอ
ความช่วยเหลือจากใครมยุรฉัตรก็เสนอว่า
“ฉันขอขับรถไปส่งเธอนะจ๊ะ วีณา"
วีณามองเพื่อนอย่างงง ๆ “บ้าน
ฉันอยู่ปากเกร็ดนะมยุรฉัตร บ้านเธออยู่
ถึงบางนา เธอจะขับรถตระเวนสี่มุมเมือง
ได้ยังไง เกือบสามทุ่มแล้วนะจ๊ะ ขอบใจ
มากจ้ะ ฉันไม่รบกวนเธอหรอก”
“ฉันเสียใจมากจ้ะ วิณา ถ้าได้รู้
ธรรมะเสียก่อนนี้ ฉันคงไม่ทำให้เธอเสียใจ
หรอกนะ เธอยังไม่หายโกรธฉันอีกหรือ
ขอให้ฉันไปส่งเธอนะจ๊ะ" มยุรฉัตรสบ
ดาวีณาอย่างวิงวอน
วีณาขมวดคิ้วอย่างงงงวยมากขึ้น
อีก แต่ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่ามยุรฉัตร
หมายถึงเรื่องเมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว จึง
ตอบสั้น ๆ ว่า
“ตกลงจ้ะ"
อวสาน
กัลยาณมิตร/สิงหาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org
35