ลักษณะอุโบสถและศิลปะการสร้าง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 9 หน้า 24
หน้าที่ 24 / 118

สรุปเนื้อหา

ลักษณะอุโบสถแท้ต้อง ทําสังฆกรรมได้ มิใช่ ต้องมีช่อฟ้าใบระกา “เคยไปเห็นอุโบสถที่บังคลา เทศ มีก้อนหินวางเรียง ๆ ไว้ 6 ก้อน อย่างในลังกา ในอินเดีย ในเนปาล ก็เหมือนกัน เขาไม่ได้สร้างเป็นตัวอาคาร สูงหรูหราแบบบ้านเรา อย่างดีก็ก่อ ฝาผนังขึ้นมามีหลังคาคลุมหน่อยก็แค่ นั้น เขาเรียกกันว่าโรงอุโบสถ ไม่มีพระ พุทธรูป ไม่มีกำแพงแก้ว ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ลวดลายอะไรก็ไม่มี ในประเทศไทยนี่ก็พอจะเห็นได้ อย่างที่วัดธารน้ำไหล ของท่านพุทธ ทาส นั่นแหละแบบนั้นเลยจริง ๆ จึงไม่ จําเป็นต้องมีผนัง” ...เอาอย่างง่าย ๆ ยกตัวอย่าง ปลายรัชกาลที่ ๒ และในรัชกาลที่ ๓ ศิลปะการสร้างโบสถ์ก็ฉีกแบบออก ไปจากแบบโบราณเช่น พระอุโบสถวัด ราชโอรส หรือวัดที่สร้างหลังจากวัด ราชโอรสไป โดยเฉพาะวัดที่สร้างใน รัชกาลที่ ๓ ศิลปะนั้นจะฉีกออกหรือแหวกแน

หัวข้อประเด็น

- ลักษณะอุโบสถและศิลปะการสร้าง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ลักษณะอุโบสถแท้ต้อง ทําสังฆกรรมได้ มิใช่ ต้องมีช่อฟ้าใบระกา “เคยไปเห็นอุโบสถที่บังคลา เทศ มีก้อนหินวางเรียง ๆ ไว้ 6 ก้อน อย่างในลังกา ในอินเดีย ในเนปาล ก็เหมือนกัน เขาไม่ได้สร้างเป็นตัวอาคาร สูงหรูหราแบบบ้านเรา อย่างดีก็ก่อ ฝาผนังขึ้นมามีหลังคาคลุมหน่อยก็แค่ นั้น เขาเรียกกันว่าโรงอุโบสถ ไม่มีพระ พุทธรูป ไม่มีกำแพงแก้ว ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ลวดลายอะไรก็ไม่มี ในประเทศไทยนี่ก็พอจะเห็นได้ อย่างที่วัดธารน้ำไหล ของท่านพุทธ ทาส นั่นแหละแบบนั้นเลยจริง ๆ จึงไม่ จําเป็นต้องมีผนัง” ...เอาอย่างง่าย ๆ ยกตัวอย่าง ปลายรัชกาลที่ ๒ และในรัชกาลที่ ๓ ศิลปะการสร้างโบสถ์ก็ฉีกแบบออก ไปจากแบบโบราณเช่น พระอุโบสถวัด ราชโอรส หรือวัดที่สร้างหลังจากวัด ราชโอรสไป โดยเฉพาะวัดที่สร้างใน รัชกาลที่ ๓ ศิลปะนั้นจะฉีกออกหรือแหวกแนว ไปจากศิลปะดั้งเดิม คือศิลปะดั้งเดิมนั้นมี ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันแกะ สลักด้วยไม้ ตัวอาคารไม่มีเฉลียง ไม่มี ชานรอบ พอมาปลายรัชกาลที่ ๒ ผู้ที่ ฉีกแนวออกมาก็คือรัชกาลที่ ๓ ตอนนั้นพระองค์ยังทรงอิสริยศักดิ์เป็น พระราชโอรสอยู่ พระองค์ทรงสร้าง พระอุโบสถที่วัดราชโอรสเป็นครั้งแรก ทำพระอุโบสถไม่มีช่อฟ้า ไม่มีใบระกา แล้วก็สร้างด้วยปูน แล้วก็มีกระ เบื้องเคลือบแบบจีนเข้ามา อันนั้น ตอนนั้นคนเขาถือว่าเป็นศิลปะจีน ซึ่งความจริงก็ไม่ใช่ศิลปะจีน มันเป็น ศิลปะไทยที่ล้ำสมัย เป็นไทยประยุกต์ คือเอามาผสมผสานให้กลมกลืนกัน โดยใช้วัสดุที่มาจากเซรามิคหรือ เครื่องเคลือบในครั้งกระนั้น แม้ว่าศิลปะนี้จะออกมาอย่างไร ในขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งพระธรรม วินัยคือใช้ทำสังฆกรรมได้ถูกต้อง” การมองศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชนิยมในรัชกาลที่ ๓ นั้น มีเหตุผล สำคัญ คือเหตุอันเนื่องมาแต่การลงทุน พระอุโบสถวัดราชโอรสาราม เขตบางบุนเทียน และการประหยัดโภคทรัพย์อันจะต้อง เปลืองไปในกิจการบูรณะปฏิสังขรณ์ ต่อ ไปในภายหน้าอีก ดังที่ปรากฏในเพลงยาว ของพระยาชัยวิชิต (เผือก) ว่า ...อันวัดวาอาวาสประหลาดสร้าง ยักย้ายหลายอย่างโบสถ์วิหาร ช่อฟ้าหางหงส์ทรงบุราณ ไม่ทนทานว่ามักจะหักพัง พระอารามนามราชโอรส หน้าบันชั้นลดลายฝรั่ง กระเบื้องเคลือบสอดสีที่ผนัง เป็นอย่างนอกออกปลั่งปลาบปลิว ๒๒ Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร/กันยายน ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More