การพลีกรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 9 หน้า 98
หน้าที่ 98 / 118

สรุปเนื้อหา

เชื่อว่าจะทรงทราบดีแล้วว่า เขาลูกที่ใช้เป็นที่ประหารโจร นั้นไม่สูงมากนัก มีทางขึ้นด้านเดียว อีกด้านหนึ่งโตรกชัน สําหรับผลักโจรให้ตกลงไปทางนั้น เมื่อได้ขึ้นไปถึง สานยอดแล้ว ก็พักพอหายเหนื่อย เพราะเรามิได้ขึ้นไปตัว เปล่า ยังต้องช่วยกันหาบหามข้าวของขึ้นไปด้วย ข้า พระองค์จึงเตือนสามีว่า บัดนี้เราได้พักหายเหนื่อย แล้ว ขอได้โปรดท่าพิธีพลีกรรมเถิด” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! สามีของข้าพระองค์ ยิ้มแล้วกล่าวเป็นเชิงบังคับให้เปลื้องเครื่องประดับกายอัน มีค่าวางไว้ ข้าพระองค์สงสัยจึงถามว่าจะต้องถอด แหวน สายสร้อย และตุ้มหูเหล่านี้ออกทำไม ไม่เกี่ยวกับ การทำพิธีแม้แต่น้อย สามีจึงแจ้งความจริงให้ทราบ ว่า เขาต้องการจะผลักข้าพระองค์ให้ตกลงไปตาย แล้วจะ น่าเครื่องประดับไปขายครองชีวิตอย่างเป็นอิสระสืบไป ข้าพระองค์เก

หัวข้อประเด็น

- การพลีกรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๙๖ เชื่อว่าจะทรงทราบดีแล้วว่า เขาลูกที่ใช้เป็นที่ประหารโจร นั้นไม่สูงมากนัก มีทางขึ้นด้านเดียว อีกด้านหนึ่งโตรกชัน สําหรับผลักโจรให้ตกลงไปทางนั้น เมื่อได้ขึ้นไปถึง สานยอดแล้ว ก็พักพอหายเหนื่อย เพราะเรามิได้ขึ้นไปตัว เปล่า ยังต้องช่วยกันหาบหามข้าวของขึ้นไปด้วย ข้า พระองค์จึงเตือนสามีว่า บัดนี้เราได้พักหายเหนื่อย แล้ว ขอได้โปรดท่าพิธีพลีกรรมเถิด” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! สามีของข้าพระองค์ ยิ้มแล้วกล่าวเป็นเชิงบังคับให้เปลื้องเครื่องประดับกายอัน มีค่าวางไว้ ข้าพระองค์สงสัยจึงถามว่าจะต้องถอด แหวน สายสร้อย และตุ้มหูเหล่านี้ออกทำไม ไม่เกี่ยวกับ การทำพิธีแม้แต่น้อย สามีจึงแจ้งความจริงให้ทราบ ว่า เขาต้องการจะผลักข้าพระองค์ให้ตกลงไปตาย แล้วจะ น่าเครื่องประดับไปขายครองชีวิตอย่างเป็นอิสระสืบไป ข้าพระองค์เกือบไม่เชื่อหูของตนเองว่าถ้อยคำที่ได้ฟัง นั้น เป็นสิ่งที่ตนได้ฟังจริง ๆ มิได้ฝันไปแต่ประการใด จึงได้ย้อนถามอีกครั้ง ก็ได้รับการยืนยันดุจเดิม ข้า พระองค์จึงกล่าวว่า ถ้าต้องการเพียงเครื่องประดับ ก็ ไม่ควรจะต้องฆ่าข้าพระองค์ให้ตาย ข้าพระองค์ยินดีให้ เขาหมดทุกอย่าง ขอแต่เพียงให้เขาปล่อยข้าพระองค์ ให้กลับไปก็แล้วกัน “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! สามีกล่าวว่าถ้าปล่อยให้ ข้าพระองค์กลับไปก็คงจะไปบอกมารดาบิดาให้รู้ และคง จะส่งคนไปตามทำร้ายเขาได้ในภายหลัง เพราะฉะนั้น เขาจึงตัดสินใจเด็ดขาดให้สิ้นเรื่องไป คือต้องฆ่าข้าพระองค์ ให้ตายเสีย จะได้ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ในขณะนั้นข้าพระองค์ บอกไม่ถูกว่า ความน้อยใจ เสียใจ และแค้นใจได้ประดัง ขึ้นมาอย่างไรบ้าง ความกลัวตาย และหลับตานึกถึง การที่ตนจะต้องตกลงไปกระทบกับชะง่อนหินอันแหลม คมข้างล่าง มีร่างกายแหลกเกือบไม่มีชิ้นดีนั้นจะน่า หวาดหวั่นสักเพียงไร แต่ก็พยายามรวบรวมกำลังใจ อ้อนวอนพลางพนมมือไหว้ น้ำตาไหล ขอชีวิตต่อสามี ข้าพระองค์ได้ลำดับเหตุการณ์วันเมื่อเขาจะถูกประหารว่า ถึงไม่คิดอะไรอื่นก็ขอให้นึกว่า เขารอดชีวิตมาได้ก็เพราะ ข้าพระองค์ เพราะฉะนั้นจึงชอบที่เขาจะได้ไว้ชีวิตเป็น ทานแก่ข้าพระองค์เถิด หรือเมื่อไม่นึกถึงเรื่องนี้ ก็ขอให้ นึกถึงความจงรักภักดีว่า ตั้งแต่อยู่กินด้วยกันมา ข้าพระ องค์ได้ปฏิบัติเอาใจให้เขาได้รับความสุขอย่างสมบูรณ์ทุก อย่าง เมื่อมองเห็นความจงรักภักดีอันบริสุทธิ์ใจของ ข้าพระองค์แล้ว จึงขอได้ปล่อยให้ข้าพระองค์กลับไปเถิด” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! การอ้อนวอนร้องขอ ของข้าพระองค์นั้น แม้จะน่าสงสารและมองเห็นความ หลังอันดีงามของข้าพระองค์สักเพียงไร ก็มิได้ทำให้ หัวใจอันแข็งกระด้างของสามีนั้นอ่อนโยนลงแม้แต่น้อย เขาคงยืนยันให้ข้าพระองค์เปลื้องเครื่องประดับ โดยไม่ ยอมให้ผลัดผ่อนแต่อย่างไรในที่สุดข้าพระองค์คิดขึ้นว่า อันสติปัญญาของคนนั้น มิใช่จะมีไว้สำหรับต้มแกงกิน อย่างอาหารทั้งหลาย เมื่อมีภัยมาถึงเฉพาะหน้าเช่นนี้ ก็จะต้องหาทางช่วยตัวเองจนสุดความสามารถ แม้การ กระทำนั้นอาจจะต้องถึงกับเสียชีวิตกันลงไปข้างหนึ่ง ขณะที่กำลังไตร่ตรองหาช่องทางนั้น ก็นึกอุบายขึ้นได้ อย่างหนึ่งจึงได้กล่าวกะสามีว่า ไหน ๆ เมื่อจะต้องตาย จริง ๆ แล้ว ก็จะขอทำตนเป็นภรรยาที่ดีจนวาระสุดท้าย จะทำตนเป็นเสมือนไม้จันทน์ แม้ถูกตัดหรือฟันก็ยัง ท่าคมขวานให้หอมระรื่น เพราะเหตุนี้ก่อนตายขอให้ ข้าพระองค์ได้ฟ้อนรำทำคารวะต่อสามีก่อน สามีของ ข้าพระองค์หลงเชื่อในถ้อยคำนี้ จึงยืนดูข้าพระองค์ ฟ้อนรำในทำนองคารวะ ข้าพระองค์ทำเป็นโศกสลด ตรงเข้าสวมกอดกล่าววาจาร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย ขณะ ที่ข้าพระองค์แกล้งกล่าวพรรณนาด้วยประการต่าง ๆ นั้น เมื่อเห็นได้โอกาสที่สามียืนมิได้ระวังตัว ข้าพระองค์ ก็ผลักเขาผู้ขณะนั้นกำลังหันหน้าไปทางเขาขาด และ ข้าพระองค์โอบกอดอยู่เบื้องหลัง ด้วยการผลักอย่างแรง และคะเนว่าจะรั้งข้าพระองค์ลงไปด้วยไม่ได้ สามีก็ผวา ไปข้างหน้าทรงตัวไม่อยู่ ตกลงไปกระทบกับชะง่อนหิน อันแหลมคมถึงแก่ความตายเยี่ยงโจรทั้งหลายที่ถูกผลัก ตกลงไป ณ สถานที่นั้น “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เป็นอันว่าข้าพระองค์ ได้กลายเป็นหญิงใจร้ายฆ่าสามีของตนไปแล้ว แม้คนที่ รู้ความจริงอาจจะให้อภัย แต่คนที่ไม่เชื่อก็คงมีมาก คง จะมองแต่ในทางเดียว คือผลที่ข้าพระองค์ฆ่าสามี คงจะ ไม่ยอมรับรู้เหตุว่าสามีนั้นเป็นเช่นไร? ต่างว่าข้าพระองค์ จะกลับไปหาท่านมารดาบิดาเล่าความให้ฟัง ท่านก็คงจะ เห็นว่าข้าพระองค์เป็นหญิงแสนเลว ที่ร่ำร้องจะได้โจรมา Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร/กันยายน ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More